เปิดอีกมุม "ปลาหมอคางดำ" เรื่องเก่าที่ถูกเต้าข่าวจนคลุ้ง

ระบาดซ้ำ? หรือหายไปจากแหล่งน้ำ!? เปิดอีกมุม "ปลาหมอคางดำ" เอเลี่ยนสปีชีส์ เรื่องเก่าที่ถูกเต้าข่าวจนคลุ้ง
ถอดบทเรียนปลาซัคเกอร์ 50 ปี ถึงปลาหมอคางดำ เอเลี่ยนสปีชีส์ที่ต้องสู้ด้วยความจริง ไม่ใช่กระแส ....หากเอ่ยถึฝชื่อของ “ปลาหมอคางดำ” กลายเป็นเอเลี่ยนสปีชีส์ที่สร้างความหวาดกลัวให้แก่คนไทยมากที่สุด จนถูกยกระดับให้เป็นวาระแห่งชาติที่ทุกภาคส่วนต้องระดมพลกำจัดอย่างเร่งด่วน กระทั่งสถานการณ์ในท้องน้ำเริ่มส่งสัญญาณไปในทิศทางที่ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แต่จู่ๆ กระแสความตื่นตระหนกก็ถูกจุดชนวนขึ้นมาอีกครั้งในหน้าสื่อ คำถามที่น่าคิดคือ นี่คือการระบาดระลอกใหม่ที่น่ากลัว หรือเป็นเพียงแค่กระแสข่าวที่ถูกกระพือขึ้นมา? เราจะพาไปสะท้อนมุมมองอีกด้านหนึ่งของสถานการณ์ “ปลาหมอคางดำ”ในบ้านเรา
เรื่องราวของปลาหมอคางดำในประเทศไทย ทางกรมประมง และหน่วยงานพันธมิตร ก็เร่งมือออกนโยบายรวมถึงรณรงค์ให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการกำจัดเรื่อยมา ทั้งลงแขกหว่านแห ตกเบ็ด ปล่อยปลานักล่า รวมถึงการนำมาบริโภค
กระทั่งมีการพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์แปรรูปมากมายหลายรูปแบบ รวมทั้งอีกหลากหลายเมนู ที่รังสรรค์โดยฝีมือของทั้งหน่วยงานภาครัฐ เอกชน และสถาบันการศึกษา รวมถึงการนำมาทำน้ำหมัก และนำมาเป็นเหยื่ออาหารปลากะพงและปู ซึ่งมีการทำกันมาอย่างต่อเนื่องนับแต่มีการระบาด
ที่ผ่านมาก็ดูเหมือนไม่เสียแรง และงบประมาณไปเปล่าๆ เพราะถือว่าวินวินทุกฝ่าย รัฐได้ปฎิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลัง คุ้มค่ากับงบประมาณ เกษตรกรและประชาชนทั่วไปได้อาหารไปบริโภค พ่วงด้วยอาชีพเสริมสร้างรายได้ ทั้งจากเมนูต่างๆ และการแปรรูป รวมถึงประหยัดต้นทุนอาหารสัตว์ โดยเฉพาะปูขาว และลดต้นทุนสารชีวภาพในพืช
มีรายงานอย่างเป็นทางการว่า แทบจะทุกพื้นที่ พบปลาหมอคางดำน้อยลง จนประชาชนในบางพื้นที่ถึงกับบ่นว่า รายได้น้อยลง เพราะนับวันยิ่งหาปลาหมอคางดำยากขึ้น บางพื้นที่แทบจะหายไปจากผืนน้ำแล้ว
ด้วยเหตุนี้เรื่องราวของปลาหมอคางดำจึงค่อยๆ ซาลง เป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น ขณะเดียวกันมาตรการต่างๆ ในการควบคุมและกำจัดจากแหล่งน้ำ ก็ยังคงปฎิบัติอย่างไม่ขาดตอนแต่แทนที่เรื่องปลาหมอคางดำ จะทำให้คนทั่วไปเบาใจขึ้น เพราะถือว่าอยู่ในสถานการณ์ที่ดี และกระเตื้องขึ้นอย่างเห็นได้ชัด กลับตรงกันข้าม
ขณะที่ชาวบ้านก็ตระหนักถึงเรื่องนี้มาตลอดระยะเวลาที่มีการรณรงค์ ไม่เว้นแม้ช่วงสถานการณ์ที่ดูเหมือนจะดีขึ้น มีการเข้มงวดแหล่งน้ำ จับมาบริโภคและแปรรูปเรื่อยมา แถมมีการพัฒนาเมนูใหม่อย่างไม่ขาดสาย
แต่มีการสบช่องมากระพือข่าวการระบาดอีกครั้ง หลายจังหวัดจึงมีข่าวการพบปลาหมอคางดำขึ้นอีกครั้ง ร้อนถึงรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ วัชระพล ขาวขำ ออกโรงขีดเส้นตายกรมประมง ให้เขียนแผนจัดการให้ชัด ภายใน 1 สัปดาห์
ประมงจังหวัดต่างๆ ตั้งแต่ ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง สมุทรปราการ นนทบุรี ตราด เป็นต้น ก็เด้งรับทันที เดินหน้าจัดการสำรวจ และจับปลาหมอคางดำขึ้นมาใช้ประโยชน์ ทั้งที่เดิมก็มีการทำ และเฝ้าระวังกันอยู่แล้วในทุกพื้นที่
ขณะที่หลายพื้นที่ ก็กินแห้วกันไป เพราะไม่พบสักตัว โดยเฉพาะที่ชลบุรีและระยอง แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มี ฉะนั้นจึงมีการเฝ้าระวังกันอย่างต่อเนื่อง โดยมีชาวบ้านคอยเป็นหูเป็นตา เพราะสามารถจับไปใช้ประโยชน์ได้จริง
ลองมองตามหลักความจริง สัตว์ที่เป็นเอเลี่ยนสปีชีร์ ไม่ใช่ใช้เวลาปีสองปีจะกำจัดได้หมด บางครั้งต้องใช้เวลาหลายสิบปี ยกตัวอย่างปลาซัคเกอร์ ที่เข้ามาบ้านเราร่วม 50 ปีแล้ว ตอนนี้ยังมีแพร่กระจายแทบทุกแหล่งน้ำ แถมวางขายตามตลาดปลาทั่วไป (แสดงว่ายังมีการเพาะขยายพันธุ์อยู่) ฉะนั้นกรณีที่พบอีกครั้งในหลายพื้นที่ จึงถือเป็นเรื่องปกติ ไม่ได้มีลับลมคมในอะไร แค่กระพือข่าวเอามัน ก็แค่นั้น
มหากาพย์ปลาหมอคางดำในวันนี้ กำลังสะท้อนให้เห็นว่า มาตรการควบคุมของไทยเดินมาถูกทางแล้ว สถานการณ์กระเตื้องขึ้นและอยู่ภายใต้การเฝ้าระวัง สิ่งที่สังคมต้องเท่าทันคือ "กระแสข่าว" ที่อาจถูกหยิบยกขึ้นมาเขย่าเป็นพักๆ เพื่อหวังผลบางอย่าง
การตระหนักรู้และร่วมมือกันจับมาบริโภคหรือแปรรูปปลาหมอคางดำเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆถือเป็นเรื่องที่ดี พร้อมกับเป็นการสร้างรายได้เสริมให้ชาวบ้าน ดังนั้นการขับเคลื่อนนโยบายสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน จึงต้องเดินหน้าด้วยข้อมูล-ข้อเท็จจริง และความจริงจากในพื้นที่




















