อดีตนาวิกฯ สารภาพแพ้เสียงในหัว ลั่นไก "สส.กมลศักดิ์" ไม่สำเร็จ

มือยิง “กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ” สส.จ.นราธิวาส ยังไม่ยอมเปิดปาก หลังผู้สื่อข่าวพยายามซักถามถึงผู้อยู่เบื้องหลัง รวมถึงสาเหตุที่ทำให้ลังเลก่อนเหนี่ยวไก
มือยิง “กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ” สส.จ.นราธิวาส ยังไม่ยอมเปิดปาก หลังผู้สื่อข่าวพยายามซักถามถึงผู้อยู่เบื้องหลัง รวมถึงสาเหตุที่ทำให้ลังเลก่อนเหนี่ยวไก ขณะที่ตำรวจคุมตัวขึ้นเครื่องบินส่งกลับพื้นที่ จ.นราธิวาส เพื่อให้พนักงานสอบสวนดำเนินการสอบปากคำต่อ
ก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัว ร.อ.วิโรจน์ เกตุมณี ผู้ต้องหาในคดียิง นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.จ.นราธิวาส พรรคประชาชาติ มาสอบปากคำที่กองบังคับการสืบสวนสอบสวน กองบัญชาการตำรวจนครบาล เมื่อช่วงกลางดึกที่ผ่านมา
ต่อมาเวลา 03.00 น. ตำรวจนำตัว ร.อ.วิโรจน์ ไปฝากขังชั่วคราวที่ห้องควบคุมตัว สน.พญาไท ท่ามกลางการดูแลอย่างเข้มงวด กระทั่งเวลา 06.00 น. ชุดสืบสวนนครบาลได้ไปรับตัวกลับมายังกองบังคับการสืบสวนสอบสวน กองบัญชาการตำรวจนครบาล อีกครั้ง เพื่อดำเนินการสอบปากคำเพิ่มเติมและเตรียมความพร้อมก่อนนำตัวส่งพื้นที่เกิดเหตุ โดยเจ้าหน้าที่ได้สวมเสื้อเกราะให้ผู้ต้องหา ก่อนควบคุมตัวขึ้นรถตู้ พร้อมกำลังตำรวจคุ้มกันอย่างใกล้ชิด
จากนั้นขบวนรถได้เคลื่อนออกจากกองบัญชาการตำรวจนครบาล โดยมีรถผู้บังคับบัญชานำขบวน พร้อมชุดสืบสวนที่ร่วมปฏิบัติการจับกุม มุ่งหน้าไปยังสนามบินกองบินตำรวจ (ดอนเมือง)
ระหว่างควบคุมตัวขึ้นรถและนำตัวขึ้นเครื่องบิน ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามหลายประเด็น ทั้งเรื่องผู้บงการ เหตุผลที่ทำให้ลังเลก่อนลงมือยิง ความเครียดหลังถูกจับกุม รวมถึงประเด็นการก่อเหตุเกี่ยวข้องกับประสบการณ์นาวิกโยธินหรือไม่ และความสัมพันธ์กับนายสมพร ผู้ต้องหาอีกคนว่ามีข้อมูลมากน้อยเพียงใด รวมถึงเหตุใดจากอดีตผู้บังคับบัญชาจึงกลายมาเป็นลูกน้องกัน
อย่างไรก็ตาม ร.อ.วิโรจน์ ไม่ตอบคำถามใดๆ เพียงก้มหน้าเดินขึ้นเครื่องบินในเวลา 08.00 น. โดยมีพนักงานสอบสวนกองบังคับการตำรวจภูธร จ.นราธิวาส รอรับตัวที่ปลายทาง ก่อนนำไปสอบปากคำต่อที่ สภ.เมืองนราธิวาส เพื่อขยายผลคดี ซึ่งคาดว่าจะเดินทางถึงในเวลา 09.30 น. และเตรียมนำตัวฝากขังต่อศาลในวันพรุ่งนี้
จากการสอบปากคำเบื้องต้นเมื่อคืนที่ผ่านมา ร.อ.วิโรจน์ ให้การรับสารภาพว่าเป็นผู้ลงมือยิง สส.กมลศักดิ์ จริง โดยเดินทางมายัง จ.นราธิวาส เพราะรู้จักกับนายสมพร หนึ่งในผู้ต้องหา และทราบข้อมูลว่าจะมีการลอบยิง สส.กมลศักดิ์ จากนายสมพร อย่างไรก็ตาม ผู้ต้องหายังอ้างว่าไม่ทราบว่าใครเป็นผู้บงการ พร้อมระบุว่าได้มาอาศัยอยู่ในพื้นที่ จ.นราธิวาส ประมาณ 1 เดือนก่อนก่อเหตุ
นอกจากนี้ยังยอมรับว่าได้ยืมรถจากนายทหารในสังกัด กอ.รมน. หลายครั้ง เพื่อนำมาใช้ แต่เบื้องต้นตำรวจยังไม่พบความเชื่อมโยงว่านายทหารที่ให้ยืมรถมีส่วนเกี่ยวข้องกับการก่อเหตุ
ผู้ต้องหายังให้การด้วยว่า สาเหตุที่ สส.กมลศักดิ์ ไม่เสียชีวิต เนื่องจากขณะลั่นไกเกิดความลังเลขึ้นมาอย่างกะทันหัน ไม่ทราบว่าอะไรดลใจ จึงยิงกระสุนไปที่หน้ารถแทน อย่างไรก็ตาม ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อคำให้การดังกล่าว และเตรียมสอบสวนขยายผลอย่างละเอียด
สำหรับความสัมพันธ์กับ สส.กมลศักดิ์ นั้น ร.อ.วิโรจน์ ระบุว่าไม่ได้รู้จักกันเป็นการส่วนตัว เพียงแต่ทราบข้อมูลผ่านนายสมพร อีกทั้งยังพบว่าในอดีต ร.อ.วิโรจน์ เคยปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ จ.นราธิวาส ช่วงปี 2533–2534 ในฐานะนาวิกโยธิน และเคยเป็นผู้บังคับบัญชานายสมพรมาก่อน ก่อนจะถูกจับกุมในข้อหาร่วมกันพยายามฆ่า สส.กมลศักดิ์



















