ผลวิจัยชี้ คนไม่เคยแต่งงานเสี่ยงมะเร็งสูงกว่า คนที่แต่งงานแล้ว

เอาแล้วไง งานวิจัยชี้ คนไม่เคยแต่งงานเสี่ยงมะเร็งสูงกว่า คนที่แต่งงานแล้ว ล่าสุดพบผู้หญิงโสดพุ่ง 85% ผู้ชายเพิ่ม 70%
เรื่องของ “ความรัก” อาจไม่ใช่แค่เรื่องของหัวใจเท่านั้น แต่ล่าสุดยังมีงานวิจัยที่ชวนให้หลายคนต้องหันกลับมามองเรื่องนี้ในมุมใหม่ หลังนักวิจัยพบว่า สถานภาพสมรสอาจเชื่อมโยงกับความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็ง อย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะในกลุ่มคนที่ ไม่เคยแต่งงาน ซึ่งมีแนวโน้มเผชิญความเสี่ยงสูงกว่ากลุ่มที่แต่งงานแล้วหรือเคยแต่งงานมาก่อนอย่างชัดเจน
ผลการศึกษาล่าสุดจากนักวิจัยของ University of Miami Miller School of Medicine ซึ่งเผยแพร่ในวารสาร Cancer Research Communications ระบุว่า จากการวิเคราะห์ข้อมูลผู้ป่วยมะเร็งมากกว่า 4 ล้านเคส ในสหรัฐฯ ระหว่างปี 2015 - 2022 พบว่า ผู้ที่ ไม่เคยแต่งงาน มีโอกาสเป็นมะเร็งสูงกว่ากลุ่มที่ แต่งงานแล้ว หย่าร้าง หรือเป็นหม้าย/ม่าย โดยความแตกต่างดังกล่าวพบในมะเร็งหลายชนิด และเด่นชัดเป็นพิเศษในมะเร็งที่เกี่ยวข้องกับพฤติกรรมหรือปัจจัยป้องกันได้ เช่น การสูบบุหรี่ การติดเชื้อ และปัจจัยด้านระบบสืบพันธุ์
สำหรับตัวเลขที่หลายคนสะดุดตา งานวิจัยระบุว่า
- ผู้ชายที่ไม่เคยแต่งงาน มีความเสี่ยงมะเร็งสูงกว่าผู้ชายที่แต่งงานแล้วประมาณ 70%
- ขณะที่ ผู้หญิงที่ไม่เคยแต่งงาน มีความเสี่ยงสูงกว่าผู้หญิงที่แต่งงานแล้วถึง 85%
ผลลัพธ์ดังกล่าวน่าสนใจไม่น้อย เพราะสวนทางกับงานวิจัยก่อนหน้านี้บางส่วนที่มักชี้ว่า ผู้ชายเป็นฝ่ายที่ได้ประโยชน์ด้านสุขภาพจากการแต่งงานมากกว่า
นักวิจัยอธิบายว่า ปัจจัยที่อาจอยู่เบื้องหลังความเชื่อมโยงนี้ ไม่ได้หมายความว่า “แต่งงานแล้วจะไม่เป็นมะเร็ง” แต่เป็นไปได้ว่า ชีวิตคู่มักสัมพันธ์กับองค์ประกอบบางอย่างที่ช่วยหนุนสุขภาพโดยรวม เช่น ความมั่นคงทางอารมณ์ ความมั่นคงทางการเงิน การมีคนช่วยสังเกตอาการผิดปกติ และการเข้าถึงการตรวจสุขภาพหรือการรักษาได้เร็วขึ้น ซึ่งทั้งหมดนี้อาจส่งผลต่อความเสี่ยงมะเร็งได้ในระยะยาว
อีกด้านหนึ่ง งานวิจัยยังชี้ว่า คนที่อยู่ในความสัมพันธ์ที่มั่นคงมักมีแนวโน้มลดพฤติกรรมเสี่ยงบางอย่าง เช่น
- การสูบบุหรี่
- การดื่มแอลกอฮอล์หนัก
- พฤติกรรมทางเพศที่เพิ่มความเสี่ยงต่อการติดเชื้อบางชนิด
ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ล้วนเป็นองค์ประกอบสำคัญที่เชื่อมโยงกับการเกิดมะเร็งหลายประเภท
อย่างไรก็ตาม นักวิจัยก็ย้ำชัดว่า ผลลัพธ์นี้ ยังไม่ใช่ข้อสรุปว่า “การแต่งงานเป็นเกราะกันมะเร็ง” เพราะการศึกษาดังกล่าวยังมีข้อจำกัดสำคัญ เช่น คนที่ดูแลสุขภาพตัวเองดี มีวิถีชีวิตสมดุล และมีเครือข่ายทางสังคมที่แข็งแรง อาจมีแนวโน้มแต่งงานมากกว่าอยู่แล้ว ซึ่งสิ่งเหล่านี้เองก็อาจเป็นตัวแปรร่วมที่ช่วยลดความเสี่ยงโรคมะเร็งได้เช่นกัน
สิ่งที่น่าสนใจอีกประเด็นคือ ความเชื่อมโยงระหว่างสถานภาพสมรสกับความเสี่ยงมะเร็งนั้น ชัดเจนที่สุดในกลุ่มคนอายุมากกว่า 50 ปี ซึ่งนักวิจัยมองว่า เมื่ออายุมากขึ้นและสะสมปัจจัยเสี่ยงทางสุขภาพมากขึ้น การมีคู่ชีวิต หรือเคยมีคู่ อาจช่วยให้มี “เกราะป้องกันทางสังคม” บางอย่างที่ส่งผลต่อสุขภาพได้มากขึ้นตามไปด้วย
ด้าน Paulo Pinheiro นักวิจัยร่วมของโครงการ ระบุว่า
“ผลการศึกษานี้ชี้ให้เห็นว่า ปัจจัยทางสังคม เช่น สถานภาพสมรส อาจเป็นตัวชี้วัดสำคัญของความเสี่ยงมะเร็งในระดับประชากร” พร้อมทั้งชี้ว่า ในอนาคตควรมีการศึกษากลุ่มคนที่ยังไม่ได้แต่งงาน แต่มีความสัมพันธ์แบบคู่รักที่มั่นคงเพิ่มเติมด้วย เพื่อให้เห็นภาพที่ครบถ้วนยิ่งขึ้น
นอกจากนี้ นักวิจัยยังตั้งเป้าติดตามผู้ใหญ่ในกลุ่มที่ แต่งงาน หย่าร้าง และเป็นหม้าย/ม่าย เป็นระยะเวลาหลายสิบปี เพื่อดูว่าการเปลี่ยนแปลงของสถานภาพชีวิตคู่ส่งผลต่อความเสี่ยงมะเร็งอย่างไรในระยะยาว และเพื่อช่วยตอบคำถามสำคัญว่า “ชีวิตคู่” สามารถเป็นหนึ่งในปัจจัยด้านสุขภาพได้จริงหรือไม่
ขณะเดียวกัน งานวิจัยนี้ยังสะท้อนภาพการเปลี่ยนแปลงทางสังคมใน United States ได้อย่างน่าสนใจ เพราะปัจจุบันมีประชากรอายุ 15 ปีขึ้นไปเพียงราว 66% ที่เคยแต่งงาน ลดลงจากประมาณ 85% ในปี 1960 ทำให้คำถามเรื่อง “ความรักกับสุขภาพ” กลายเป็นประเด็นที่ไม่ใช่แค่เรื่องส่วนตัวอีกต่อไป แต่เป็นเรื่องที่วงการแพทย์และสาธารณสุขกำลังจับตาอย่างจริงจัง
สรุปแบบเข้าใจง่าย
งานวิจัยนี้ไม่ได้บอกว่า “คนโสดจะต้องเป็นมะเร็ง” หรือ “แต่งงานแล้วปลอดภัยแน่นอน” แต่กำลังสะท้อนให้เห็นว่า ความสัมพันธ์ทางสังคม การมีคนดูแล และวิถีชีวิตโดยรวม อาจเป็นส่วนสำคัญที่ส่งผลต่อสุขภาพในระยะยาวมากกว่าที่หลายคนคิด
ข้อมูลจาก New York Post

ขนส่งฯ เปิดศูนย์ 1584 รับเรื่องร้องเรียนรถโดยสาร สงกรานต์นี้ไม่โดนเอาเปรียบ

เสื้อผ้าสีตกอย่าพึ่งทิ้ง ใช้ของที่มีในบ้าน เปลี่ยนเสื้อด่างเป็นเสื้อใหม่

แม่เป็นงงลูกสาววัย 17 ตั้งท้อง ได้ยินเรื่องจากปากหมอ ล้มทั้งยืน

3 ราศี ดวงชะตาพลิกจากร้ายกลายเป็นรุ่ง หลังสงกรานต์ 2569
















