สุดเจ๋ง ม.เกษตรฯ เพาะเนื้อเยื่อหญ้าทะเลสำเร็จครั้งแรกของโลก

ก้าวสำคัญของนักวิจัยไทย นักวิจัย ม.เกษตรฯ เพาะเนื้อเยื่อหญ้าทะเลสำเร็จเป็นครั้งแรกของโลก เปิดทางฟื้นฟูระบบนิเวศชายฝั่ง
นักวิจัยจาก คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ประสบความสำเร็จในการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ หญ้าชะเงาใบยาว หรือหญ้าคาทะเล Enhalus acoroides ได้ครบทุกขั้นตอนของกระบวนการ นับเป็น ความสำเร็จแห่งแรกและแห่งเดียวของโลก พร้อมพัฒนาวิธีประเมินพื้นที่ที่เหมาะสมสำหรับการปลูกเพื่อฟื้นฟูหญ้าทะเล เปิดโอกาสใหม่ในการอนุรักษ์และฟื้นฟูระบบนิเวศหญ้าทะเลของประเทศไทย
หญ้าชะเงาใบยาว หรือหญ้าคาทะเล เป็นหญ้าทะเลขนาดใหญ่ที่กระจายตัวตามแนวชายฝั่งทั้งฝั่งอ่าวไทยและทะเลอันดามัน มีบทบาทสำคัญต่อระบบนิเวศชายฝั่งของประเทศ ทั้งในด้านความหลากหลายทางชีวภาพ ความมั่นคงทางอาหาร รวมถึงเศรษฐกิจสีน้ำเงิน
ตลอดระยะเวลากว่า 15 ปีที่ผ่านมา คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เล็งเห็นถึงปัญหาการคุกคามระบบนิเวศหญ้าทะเล จึงสนับสนุนให้นักวิจัยจากหน่วยวิจัยหญ้าทะเลต้านโลกร้อน พัฒนาเทคโนโลยีการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อหญ้าทะเล เพื่อสร้างแหล่งต้นพันธุ์สำหรับการฟื้นฟูในอนาคต และลดการนำต้นพันธุ์จากธรรมชาติมาใช้โดยตรง
ผลการศึกษาวิจัยทำให้สามารถเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อหญ้าชะเงาใบยาวได้สำเร็จครบกระบวนการ ตั้งแต่การคัดเลือกชิ้นส่วนเนื้อเยื่อ การฟอกฆ่าเชื้อ การชักนำยอด การชักนำราก จนพัฒนาเป็นต้นอ่อนหญ้าทะเลขนาดเล็ก พร้อมนำไปอนุบาลในโรงเรือนเพาะเลี้ยง โดยขั้นตอนและสูตรอาหารเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อที่พัฒนาขึ้นภายใต้ชื่อ KU Media อยู่ระหว่างการขอจดสิทธิบัตร ทั้งนี้ กระบวนการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อในห้องปฏิบัติการต้องใช้เวลาอย่างน้อย 18 เดือน เพื่อให้ได้ต้นอ่อนปลอดเชื้อที่สามารถขยายจำนวนยอดและพัฒนาเป็นรากจนสมบูรณ์
นอกจากนี้ คณะประมงยังได้พัฒนาระบบการเลี้ยงและขยายพันธุ์ต้นอ่อนหญ้าทะเล ทั้งจากการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อและการเก็บจากธรรมชาติ โดยคิดค้นสูตรปุ๋ยและกระบวนการอนุบาลในระบบโรงเรือนของหน่วยวิจัยหญ้าทะเลต้านโลกร้อน ณ สถานีวิจัยประมงศรีราชา จังหวัดชลบุรี ซึ่งถือเป็นโรงเรือนเพาะเลี้ยงและอนุบาลหญ้าทะเลแห่งแรกของประเทศไทย
ต่อมารูปแบบดังกล่าวได้ถูกนำไปถอดแบบจัดตั้งที่เกาะหมาก จังหวัดตราด เพื่อพัฒนาเป็นศูนย์เรียนรู้หญ้าทะเลและปะการังหมู่เกาะหมาก ภายใต้ความร่วมมือของ บริษัท บางจาก คอร์เปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานด้านการท่องเที่ยว โดยมีนักวิจัยจากคณะประมงทำหน้าที่ให้คำปรึกษาและดูแลการดำเนินงานของโรงเรือนร่วมกับชุมชน ปัจจุบันทั้งสองแห่งได้กลายเป็นแหล่งเรียนรู้สำคัญสำหรับเยาวชนและผู้สนใจด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล
ขณะเดียวกัน นักวิจัยยังได้ขยายพันธุ์หญ้าทะเลหลายชนิดลงสู่บ่อเพาะเลี้ยงในสถานีวิจัยประมงคลองวาฬ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และสถานีวิจัยประมงสมุทรสงคราม จังหวัดสมุทรสงคราม เพื่อพัฒนาให้เป็นแหล่งสำรองต้นพันธุ์หญ้าทะเลสำหรับใช้ฟื้นฟูระบบนิเวศ รวมถึงเป็นแหล่งอาหารสำรองของพะยูนในช่วงที่แหล่งหญ้าทะเลตามธรรมชาติขาดแคลน
อีกหนึ่งความก้าวหน้าสำคัญคือ การพัฒนาวิธีประเมินพื้นที่ที่เหมาะสมสำหรับการปลูกหญ้าทะเล โดยสามารถจัดทำเป็นแผนที่แสดงความเหมาะสมของพื้นที่ และนำไปใช้งานร่วมกับระบบ Google Earth ทำให้ผู้ปฏิบัติงานสามารถเลือกพื้นที่ปลูกได้ด้วยตนเอง เพิ่มโอกาสรอดของต้นหญ้าทะเลที่นำลงปลูก ลดการสูญเสียต้นพันธุ์ และลดการนำต้นพันธุ์จากธรรมชาติมาใช้เกินความจำเป็น ซึ่งวิธีการดังกล่าวได้ผ่านการประเมินความแม่นยำและมีการถ่ายทอดองค์ความรู้ให้กับ กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เพื่อนำไปใช้ประโยชน์แล้ว
งานวิจัยนี้เป็นการดำเนินงานแบบบูรณาการระยะยาว โดยได้รับการสนับสนุนทั้งด้านงบประมาณและครุภัณฑ์จากหลายหน่วยงาน อาทิ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ บริษัท ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) และ บริษัท ไทยเพรซิเดนท์ฟูดส์ จำกัด (มหาชน) รวมถึงการสนับสนุนจากภาคีเครือข่ายต่าง ๆ เช่น กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และเครือข่ายอนุรักษ์ในพื้นที่
ความสำเร็จดังกล่าวถือเป็นอีกก้าวสำคัญของประเทศไทยในการพัฒนาองค์ความรู้ด้านการฟื้นฟูหญ้าทะเล ซึ่งเป็นทรัพยากรสำคัญของระบบนิเวศชายฝั่ง และเป็นความหวังในการอนุรักษ์แหล่งหญ้าทะเลของประเทศให้กลับมาอุดมสมบูรณ์ในอนาคต

ขนส่งฯ เปิดศูนย์ 1584 รับเรื่องร้องเรียนรถโดยสาร สงกรานต์นี้ไม่โดนเอาเปรียบ

เสื้อผ้าสีตกอย่าพึ่งทิ้ง ใช้ของที่มีในบ้าน เปลี่ยนเสื้อด่างเป็นเสื้อใหม่

แม่เป็นงงลูกสาววัย 17 ตั้งท้อง ได้ยินเรื่องจากปากหมอ ล้มทั้งยืน

3 ราศี ดวงชะตาพลิกจากร้ายกลายเป็นรุ่ง หลังสงกรานต์ 2569
















