กรมอุตุฯเตือนอากาศเพื่อการเกษตร 7 วันข้างหน้า เน้นๆข้อควรระวัง

กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศพยากรณ์อากาศเพื่อการเกษตร 7 วันข้างหน้า (23–29 มีนาคม 2569) เกษตรกรแต่ละพื้นที่เช็กเลย มีข้อควรระวัง
กรมอุตุนิยมวิทยาพยากรณ์อากาศเพื่อการเกษตร 7 วันข้างหน้า ระหว่างวันที่ 23 – 29 มีนาคม 2569 ออกประกาศ วันจันทร์ที่ 23 มีนาคม 2569
ลักษณะอากาศทั่วไป
ในช่วงวันที่ 24 – 29 มี.ค. 69 ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนโดยทั่วไป และมีอากาศร้อนจัดบางพื้นที่ กับมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง สำหรับภาคใต้มีฝนน้อย โดยมีอากาศร้อนในตอนกลางวันตลอดช่วง ส่วนบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 1 เมตร
คำเตือนและข้อควรระวัง
ระยะนี้บริเวณประเทศไทยตอนบนจะมีฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรง เกษตรกรควรระวังอันตรายและป้องกันความเสียหายจากสภาวะดังกล่าว โดยหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง และไม่เข้าใกล้ต้นไม้ใหญ่ สิ่งปลูกสร้างที่ไม่แข็งแรง และป้ายโฆษณาสูง ๆ ขณะฝนฟ้าคะนอง รวมทั้งควรผูกยึดและค้ำยันกิ่งและลำต้นไม้ผลให้แข็งแรง ตลอดจนเตรียมการป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับผลผลิตทางการเกษตรและสัตว์เลี้ยง สำหรับสภาพอากาศที่ร้อน เกษตรกรควรดูแลรักษาสุขภาพไว้ด้วย
ภาคเหนือ 24 - 29 มี.ค. 69 อากาศร้อน/ร้อนจัดบางพื้นที่/ฟ้าหลัวกลางวัน/ฝนฟ้าคะนอง 10% ทางตอนล่างของภาค/อุณหภูมิ 20 – 41 °ซ. / ความชื้นสัมพัทธ์ 60 – 70 % / ความยาวนานแสงแดด 8 – 10 ชม.
พืชไร่ : สำหรับฝนที่ตกไม่สม่ำเสมอในระยะนี้ เกษตรกรควรระวังและป้องกันการระบาดของศัตรูพืชจำพวกหนอนซึ่งศัตรูพืชดังกล่าวจะกัดกินส่วนที่อ่อนของพืชทำให้ต้นพืชชะงักการเจริญเติบโต ผลผลิตลดลงและด้อยคุณภาพ ส่วนผลผลิตทางการเกษตรที่เก็บเกี่ยวมาแล้ว หากเปียกฝนควรลดความชื้นก่อนนำเข้าโรงเก็บเพื่อป้องกันผลผลิตเน่าเสียหาย
พืชสวน : ระยะนี้ปริมาณฝนมีน้อย ไม้ผลที่อยู่ในระยะเจริญเติบโตทางผล เกษตรกรควรดูแลให้น้ำอย่างเพียงพอ ถ้าได้รับน้ำไม่เพียงพอจะทำให้ผลชะงักการเจริญเติบโต ถ้าขาดน้ำจะทำให้ผลร่วงหล่น การติดผลลดลง
ปศุสัตว์ : สำหรับอุณหภูมิที่สูงในตอนกลางวัน เกษตรกรควรลดอุณหภูมิภายในโรงเรือนเลี้ยงสัตว์ โดยติดตั้งพัดลมเป่าหรือดูดอากาศ หรือฉีดน้ำบริเวณหลังคาโรงเรือน หรือพ่นน้ำเป็นฝอยบริเวณโรงเรือน หากมีน้ำน้อยควรนำวัสดุอุ้มน้ำชุบน้ำแล้วนำไปวางบริเวณโรงเรือน ก็จะช่วยลดอุณหภูมิลงได้
อื่น ๆ : ระยะนี้อากาศร้อนในตอนกลางวัน เกษตรกรควรหลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมกลางแจ้งเป็นเวลานาน นอกจากนี้ ควรระวังและป้องกันอัคคีภัยและไฟป่า โดยทำแนวกันไฟรอบพื้นที่การเกษตรและอาคารบ้านเรือน
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 23 - 24 มี.ค. 69 อากาศร้อนในตอนกลางวัน/ฝนฟ้าคะนอง 20 - 30%/ลมกระโชกแรง/อุณหภูมิ 21 - 37 °ซ. / 25 - 29 มี.ค. 69 อากาศร้อน/ร้อนจัดบางพื้นที่/ฟ้าหลัวในตอนกลางวัน/อุณหภูมิต่ำสุด 22 - 40 °ซ./ ความชื้นสัมพัทธ์ 60 – 70 % / ความยาวนานแสงแดด 8 – 10 ชม.
พืชไร่ : สำหรับเกษตรกรที่ต้องการปลูกพืชในระยะนี้ควรมีน้ำสำรองเอาไว้ให้พืชในระยะเจริญเติบโต และระยะผลิดอกออกผล หากพืชได้รับน้ำไม่เพียงพอจะทำให้ต้นพืชชะงักการเจริญเติบโต ถ้าขาดน้ำจะทำให้ต้นพืชตายสูญเสียผลผลิตโดยสิ้นเชิง
พืชสวน : ปริมาณฝนที่มีน้อยในระยะนี้ เกษตรกรควรคลุมดินบริเวณแปลงปลูกพืชและโคนต้นพืชด้วยวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร เช่น ใบไม้ ฟางข้าว และหญ้าแห้ง เป็นต้น เพื่อลดอัตราการระเหยของน้ำบริเวณผิวดิน รักษาความชื้นภายในดิน
ปศุสัตว์ : ในบางพื้นที่จะมีฝนฟ้าคะนอง เกษตรกรไม่ควรปล่อยให้สัตว์เลี้ยงอยู่ในที่โล่งแจ้งขณะฝนฟ้าคะนอง
อื่น ๆ : ระยะนี้อากาศร้อนในตอนกลางวัน เกษตรกรควรหลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมกลางแจ้งเป็นเวลานาน
ภาคกลาง 24 - 29 มี.ค. 69 อากาศร้อน/ร้อนจัดบางพื้นที่/ฟ้าหลัวในตอนกลางวัน/ฝนฟ้าคะนอง 10% /อุณหภูมิ 25 – 41 °ซ. / ความชื้นสัมพัทธ์ 60 – 70 % / ความยาวนานแสงแดด 8 – 10 ชม.
พืชไร่ : ระยะนี้ปริมาณการระเหยของน้ำมีมากทำให้ความชื้นในดินลดลง เกษตรกรควรให้น้ำแก่พืชอย่างเหมาะสมโดยเฉพาะพืชที่มีระบบรากตื้นจะขาดแคลนน้ำก่อนพืชที่มีระบบรากลึกกว่า
พืชสวน : ระยะนี้ปริมาณการระเหยของน้ำมีมากทำให้ความชื้นในดินลดลง เกษตรกรควรคลุมดินบริเวณแปลงปลูกพืชและโคนต้นพืชด้วยวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร เช่น ใบไม้ ฟางข้าว และหญ้าแห้ง เป็นต้น เพื่อลดอัตราการระเหยของน้ำบริเวณผิวดิน รักษาความชื้นภายในดินและรักษาอุณหภูมิดิน
ปศุสัตว์ : ระยะนี้จะมีอากาศร้อนในตอนกลางวัน เกษตรกรควรลดอุณหภูมิภายในโรงเรือนเลี้ยงสัตว์ โดยติดตั้งพัดลมเป่าและดูดอากาศในโรงเรือน หรือฉีดน้ำบริเวณหลังคาโรงเรือน หรือฉีดน้ำเป็นฝอยบริเวณโรงเรือน หากมีน้ำน้อยควรนำวัสดุอุ้มน้ำชุบน้ำแล้วนำไปไว้ในโรงเรือน เมื่อน้ำระเหยจะนำความร้อนบางส่วนออกไปทำให้บรรยากาศรอบ ๆ อุณหภูมิลดลง
อื่น ๆ : สำหรับพื้นที่การเกษตรที่อยู่นอกเขตชลประทาน หากเกษตรกรต้องการปลูกพืชในระยะนี้ควรเลือกพันธุ์พืชที่มีอายุการเก็บเกี่ยวสั้นและใช้น้ำน้อย เพื่อลดความเสี่ยงต่อการขาดแคลนน้ำของพืช
ภาคตะวันออก 24 - 29 มี.ค. 69 อากาศร้อน/ฟ้าหลัวในตอนกลางวัน/ฝนฟ้าคะนอง 10 - 20% /ทะเลมีคลื่นต่ำกว่า 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 1 เมตร/อุณหภูมิ 25 – 39 °ซ./ความชื้นสัมพัทธ์ 65 – 75
% /ความยาวนานแสงแดด 8 – 10 ชม.
พืชไร่ : สำหรับทางตอนบนของภาค สภาพอากาศแห้ง เกษตรกรควรระวังและป้องกันการระบาดของศัตรูพืชจำพวกปากดูด เช่น เพลี้ยและไรต่าง ๆ โดยเฉพาะไรแดงในมันสำปะหลัง เป็นต้น
พืชสวน : สำหรับทางตอนล่างของภาค ฝนตกไม่สม่ำเสมอ เกษตรกรควรระวังและป้องกันการระบาดของศัตรูพืชจำพวกหนอน ซึ่งจะกัดกินส่วนที่อ่อนของพืช เช่น ใบอ่อนและยอดอ่อน ตลอดจนผลอ่อน ทำให้ชะงักการเจริญเติบโต การผลิดอกออกผลลดลง
ปศุสัตว์/ประมง : ระยะนี้ปริมาณน้ำระเหยมีมาก เกษตรกรที่เลี้ยงสัตว์น้ำควรดูแลสภาพน้ำให้เหมาะสมกับชนิดของสัตว์น้ำที่เลี้ยง และดูแลจำนวนสัตว์น้ำให้เหมาะสมกับปริมาณน้ำที่มีอยู่ หากน้ำมีน้อยจะทำให้สัตว์น้ำอยู่อย่างแออัด
ส่งผลให้สัตว์น้ำอ่อนแอและเป็นโรคได้ง่าย
อื่น ๆ : บางพื้นที่อาจมีฝนฟ้าคะนอง เกษตรกรควรผูกยึดและค้ำยันกิ่งและลำต้นไม้ผลให้มั่นคงและแข็งแรง
ภาคใต้ : ฝั่งตะวันออก อากาศร้อนในตอนกลางวัน/ฝนฟ้าคะนอง 10 – 20% ตลอดช่วง /ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 1 เมตร/อุณหภูมิ 22 – 38 °ซ. / ความชื้นสัมพัทธ์ 70 – 80 % /ความยาวนานแสงแดด 7 – 9 ชม.
ฝั่งตะวันตก อากาศร้อนในตอนกลางวัน/ฝนฟ้าคะนอง 10 – 20% ตลอดช่วง / 23 - 27 มี.ค. 69 ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งและบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 1 เมตร / 28 - 29 มี.ค. 69 ทะเลมี
คลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 1 เมตร/อุณหภูมิ 23 – 38 °ซ. /ความชื้นสัมพัทธ์ 70 – 80 % / ความยาวนานแสงแดด 7 – 9 ชม.
พืชไร่ : ระยะนี้ปริมาณฝนมีน้อย เกษตรกรควรดูแลให้น้ำแก่พืชอย่างเหมาะสม โดยเฉพาะพืชที่มีระบบรากตื้น เช่น พืชไร่และพืชผัก เป็นต้น
พืชสวน : ฝนตกไม่สม่ำเสมอในระยะนี้ เกษตรกรควรระวังและป้องกันการระบาดของศัตรูพืชจำพวกหนอน ซึ่งจะกัดกินส่วนที่อ่อนของพืช เช่น ใบอ่อนและยอดอ่อน ตลอดจนผลอ่อน ทำให้ชะงักการเจริญเติบโต การผลิดอกออกผลลดลง
ปศุสัตว์/ประมง : ไม่ควรปล่อยให้น้ำฝนที่ตกบนดินไหลลงบ่อเลี้ยงสัตว์น้ำโดยตรง เพื่อป้องกันสัตว์น้ำปรับตัวไม่ทัน อ่อนแอและเป็นโรคได้ง่าย แต่ควรเก็บน้ำในบ่อพักก่อนแล้วค่อยปล่อยลงสู่บ่อเลี้ยง และเปิดเครื่องตีน้ำหลังจากฝนตก เพื่อป้องกันน้ำแยกชั้น และเพิ่มออกซิเจนให้กับน้ำ
อื่น ๆ : ใช้น้ำอย่างประหยัดและวางแผนการใช้น้ำให้เหมาะสม โดยให้น้ำพืชแบบมีประสิทธิภาพก็อาจช่วยประหยัดน้ำ

เลขบวงสรวงย่าโม งานฉลองชัยชนะท้าวสุรนารี ปี 69 เลขสถาปนาเมืองโคราช

6 วิธีประหยัดไฟในออฟฟิศ ลดค่าใช้จ่าย ด้วยวิธีใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ถูกต้อง

"หวยฮานอยวันนี้" 23/3/69 หวยฮานอยสด 23 มี.ค.69 ฮานอยวันนี้ออกอะไร

กทม. ลุยเปลี่ยนป่ารกบางซื่อ ปั้น 2 สวนสวยริมน้ำ-หลังวัดทองฯ
















