ข่าว

heading-ข่าว

กรมอุตุฯเตือนอากาศเพื่อการเกษตร 7 วันข้างหน้า เน้นๆข้อควรระวัง

23 มี.ค. 2569 | 16:14 น.
กรมอุตุฯเตือนอากาศเพื่อการเกษตร 7 วันข้างหน้า เน้นๆข้อควรระวัง

กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศพยากรณ์อากาศเพื่อการเกษตร 7 วันข้างหน้า (23–29 มีนาคม 2569) เกษตรกรแต่ละพื้นที่เช็กเลย มีข้อควรระวัง

กรมอุตุนิยมวิทยาพยากรณ์อากาศเพื่อการเกษตร 7 วันข้างหน้า ระหว่างวันที่ 23 – 29 มีนาคม 2569 ออกประกาศ วันจันทร์ที่ 23 มีนาคม 2569

ลักษณะอากาศทั่วไป

ในช่วงวันที่ 24 – 29 มี.ค. 69 ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนโดยทั่วไป และมีอากาศร้อนจัดบางพื้นที่ กับมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง สำหรับภาคใต้มีฝนน้อย โดยมีอากาศร้อนในตอนกลางวันตลอดช่วง ส่วนบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 1 เมตร

 

กรมอุตุฯเตือนอากาศเพื่อการเกษตร 7 วันข้างหน้า เน้นๆข้อควรระวัง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

heading-ข่าวที่เกี่ยวข้อง

คำเตือนและข้อควรระวัง

ระยะนี้บริเวณประเทศไทยตอนบนจะมีฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรง เกษตรกรควรระวังอันตรายและป้องกันความเสียหายจากสภาวะดังกล่าว โดยหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง และไม่เข้าใกล้ต้นไม้ใหญ่ สิ่งปลูกสร้างที่ไม่แข็งแรง และป้ายโฆษณาสูง ๆ ขณะฝนฟ้าคะนอง รวมทั้งควรผูกยึดและค้ำยันกิ่งและลำต้นไม้ผลให้แข็งแรง ตลอดจนเตรียมการป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับผลผลิตทางการเกษตรและสัตว์เลี้ยง สำหรับสภาพอากาศที่ร้อน เกษตรกรควรดูแลรักษาสุขภาพไว้ด้วย

 

ภาคเหนือ 24 - 29 มี.ค. 69 อากาศร้อน/ร้อนจัดบางพื้นที่/ฟ้าหลัวกลางวัน/ฝนฟ้าคะนอง 10% ทางตอนล่างของภาค/อุณหภูมิ 20 – 41 °ซ. / ความชื้นสัมพัทธ์ 60 – 70 % / ความยาวนานแสงแดด 8 – 10 ชม.

พืชไร่ : สำหรับฝนที่ตกไม่สม่ำเสมอในระยะนี้ เกษตรกรควรระวังและป้องกันการระบาดของศัตรูพืชจำพวกหนอนซึ่งศัตรูพืชดังกล่าวจะกัดกินส่วนที่อ่อนของพืชทำให้ต้นพืชชะงักการเจริญเติบโต ผลผลิตลดลงและด้อยคุณภาพ ส่วนผลผลิตทางการเกษตรที่เก็บเกี่ยวมาแล้ว หากเปียกฝนควรลดความชื้นก่อนนำเข้าโรงเก็บเพื่อป้องกันผลผลิตเน่าเสียหาย

พืชสวน : ระยะนี้ปริมาณฝนมีน้อย ไม้ผลที่อยู่ในระยะเจริญเติบโตทางผล เกษตรกรควรดูแลให้น้ำอย่างเพียงพอ ถ้าได้รับน้ำไม่เพียงพอจะทำให้ผลชะงักการเจริญเติบโต ถ้าขาดน้ำจะทำให้ผลร่วงหล่น การติดผลลดลง

ปศุสัตว์ : สำหรับอุณหภูมิที่สูงในตอนกลางวัน เกษตรกรควรลดอุณหภูมิภายในโรงเรือนเลี้ยงสัตว์ โดยติดตั้งพัดลมเป่าหรือดูดอากาศ หรือฉีดน้ำบริเวณหลังคาโรงเรือน หรือพ่นน้ำเป็นฝอยบริเวณโรงเรือน หากมีน้ำน้อยควรนำวัสดุอุ้มน้ำชุบน้ำแล้วนำไปวางบริเวณโรงเรือน ก็จะช่วยลดอุณหภูมิลงได้

อื่น ๆ : ระยะนี้อากาศร้อนในตอนกลางวัน เกษตรกรควรหลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมกลางแจ้งเป็นเวลานาน นอกจากนี้ ควรระวังและป้องกันอัคคีภัยและไฟป่า โดยทำแนวกันไฟรอบพื้นที่การเกษตรและอาคารบ้านเรือน

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 23 - 24 มี.ค. 69 อากาศร้อนในตอนกลางวัน/ฝนฟ้าคะนอง 20 - 30%/ลมกระโชกแรง/อุณหภูมิ 21 - 37 °ซ. / 25 - 29 มี.ค. 69 อากาศร้อน/ร้อนจัดบางพื้นที่/ฟ้าหลัวในตอนกลางวัน/อุณหภูมิต่ำสุด 22 - 40 °ซ./ ความชื้นสัมพัทธ์ 60 – 70 % / ความยาวนานแสงแดด 8 – 10 ชม.

พืชไร่ : สำหรับเกษตรกรที่ต้องการปลูกพืชในระยะนี้ควรมีน้ำสำรองเอาไว้ให้พืชในระยะเจริญเติบโต และระยะผลิดอกออกผล หากพืชได้รับน้ำไม่เพียงพอจะทำให้ต้นพืชชะงักการเจริญเติบโต ถ้าขาดน้ำจะทำให้ต้นพืชตายสูญเสียผลผลิตโดยสิ้นเชิง

พืชสวน : ปริมาณฝนที่มีน้อยในระยะนี้ เกษตรกรควรคลุมดินบริเวณแปลงปลูกพืชและโคนต้นพืชด้วยวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร เช่น ใบไม้ ฟางข้าว และหญ้าแห้ง เป็นต้น เพื่อลดอัตราการระเหยของน้ำบริเวณผิวดิน รักษาความชื้นภายในดิน

ปศุสัตว์ : ในบางพื้นที่จะมีฝนฟ้าคะนอง เกษตรกรไม่ควรปล่อยให้สัตว์เลี้ยงอยู่ในที่โล่งแจ้งขณะฝนฟ้าคะนอง

อื่น ๆ : ระยะนี้อากาศร้อนในตอนกลางวัน เกษตรกรควรหลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมกลางแจ้งเป็นเวลานาน

ภาคกลาง 24 - 29 มี.ค. 69 อากาศร้อน/ร้อนจัดบางพื้นที่/ฟ้าหลัวในตอนกลางวัน/ฝนฟ้าคะนอง 10% /อุณหภูมิ 25 – 41 °ซ. / ความชื้นสัมพัทธ์ 60 – 70 % / ความยาวนานแสงแดด 8 – 10 ชม.

พืชไร่ : ระยะนี้ปริมาณการระเหยของน้ำมีมากทำให้ความชื้นในดินลดลง เกษตรกรควรให้น้ำแก่พืชอย่างเหมาะสมโดยเฉพาะพืชที่มีระบบรากตื้นจะขาดแคลนน้ำก่อนพืชที่มีระบบรากลึกกว่า

พืชสวน : ระยะนี้ปริมาณการระเหยของน้ำมีมากทำให้ความชื้นในดินลดลง เกษตรกรควรคลุมดินบริเวณแปลงปลูกพืชและโคนต้นพืชด้วยวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร เช่น ใบไม้ ฟางข้าว และหญ้าแห้ง เป็นต้น เพื่อลดอัตราการระเหยของน้ำบริเวณผิวดิน รักษาความชื้นภายในดินและรักษาอุณหภูมิดิน

ปศุสัตว์ : ระยะนี้จะมีอากาศร้อนในตอนกลางวัน เกษตรกรควรลดอุณหภูมิภายในโรงเรือนเลี้ยงสัตว์ โดยติดตั้งพัดลมเป่าและดูดอากาศในโรงเรือน หรือฉีดน้ำบริเวณหลังคาโรงเรือน หรือฉีดน้ำเป็นฝอยบริเวณโรงเรือน หากมีน้ำน้อยควรนำวัสดุอุ้มน้ำชุบน้ำแล้วนำไปไว้ในโรงเรือน เมื่อน้ำระเหยจะนำความร้อนบางส่วนออกไปทำให้บรรยากาศรอบ ๆ อุณหภูมิลดลง

อื่น ๆ : สำหรับพื้นที่การเกษตรที่อยู่นอกเขตชลประทาน หากเกษตรกรต้องการปลูกพืชในระยะนี้ควรเลือกพันธุ์พืชที่มีอายุการเก็บเกี่ยวสั้นและใช้น้ำน้อย เพื่อลดความเสี่ยงต่อการขาดแคลนน้ำของพืช

ภาคตะวันออก 24 - 29 มี.ค. 69 อากาศร้อน/ฟ้าหลัวในตอนกลางวัน/ฝนฟ้าคะนอง 10 - 20% /ทะเลมีคลื่นต่ำกว่า 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 1 เมตร/อุณหภูมิ 25 – 39 °ซ./ความชื้นสัมพัทธ์ 65 – 75
% /ความยาวนานแสงแดด 8 – 10 ชม.

พืชไร่ : สำหรับทางตอนบนของภาค สภาพอากาศแห้ง เกษตรกรควรระวังและป้องกันการระบาดของศัตรูพืชจำพวกปากดูด เช่น เพลี้ยและไรต่าง ๆ โดยเฉพาะไรแดงในมันสำปะหลัง เป็นต้น

พืชสวน : สำหรับทางตอนล่างของภาค ฝนตกไม่สม่ำเสมอ เกษตรกรควรระวังและป้องกันการระบาดของศัตรูพืชจำพวกหนอน ซึ่งจะกัดกินส่วนที่อ่อนของพืช เช่น ใบอ่อนและยอดอ่อน ตลอดจนผลอ่อน ทำให้ชะงักการเจริญเติบโต การผลิดอกออกผลลดลง

ปศุสัตว์/ประมง : ระยะนี้ปริมาณน้ำระเหยมีมาก เกษตรกรที่เลี้ยงสัตว์น้ำควรดูแลสภาพน้ำให้เหมาะสมกับชนิดของสัตว์น้ำที่เลี้ยง และดูแลจำนวนสัตว์น้ำให้เหมาะสมกับปริมาณน้ำที่มีอยู่ หากน้ำมีน้อยจะทำให้สัตว์น้ำอยู่อย่างแออัด
ส่งผลให้สัตว์น้ำอ่อนแอและเป็นโรคได้ง่าย

อื่น ๆ : บางพื้นที่อาจมีฝนฟ้าคะนอง เกษตรกรควรผูกยึดและค้ำยันกิ่งและลำต้นไม้ผลให้มั่นคงและแข็งแรง

ภาคใต้ : ฝั่งตะวันออก อากาศร้อนในตอนกลางวัน/ฝนฟ้าคะนอง 10 – 20% ตลอดช่วง /ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 1 เมตร/อุณหภูมิ 22 – 38 °ซ. / ความชื้นสัมพัทธ์ 70 – 80 % /ความยาวนานแสงแดด 7 – 9 ชม.

            ฝั่งตะวันตก อากาศร้อนในตอนกลางวัน/ฝนฟ้าคะนอง 10 – 20% ตลอดช่วง / 23 - 27 มี.ค. 69 ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งและบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 1 เมตร / 28 - 29 มี.ค. 69 ทะเลมี
คลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 1 เมตร/อุณหภูมิ 23 – 38 °ซ. /ความชื้นสัมพัทธ์ 70 – 80 % / ความยาวนานแสงแดด 7 – 9 ชม.

พืชไร่ : ระยะนี้ปริมาณฝนมีน้อย เกษตรกรควรดูแลให้น้ำแก่พืชอย่างเหมาะสม โดยเฉพาะพืชที่มีระบบรากตื้น เช่น พืชไร่และพืชผัก เป็นต้น

พืชสวน : ฝนตกไม่สม่ำเสมอในระยะนี้ เกษตรกรควรระวังและป้องกันการระบาดของศัตรูพืชจำพวกหนอน ซึ่งจะกัดกินส่วนที่อ่อนของพืช เช่น ใบอ่อนและยอดอ่อน ตลอดจนผลอ่อน ทำให้ชะงักการเจริญเติบโต การผลิดอกออกผลลดลง

ปศุสัตว์/ประมง : ไม่ควรปล่อยให้น้ำฝนที่ตกบนดินไหลลงบ่อเลี้ยงสัตว์น้ำโดยตรง เพื่อป้องกันสัตว์น้ำปรับตัวไม่ทัน อ่อนแอและเป็นโรคได้ง่าย แต่ควรเก็บน้ำในบ่อพักก่อนแล้วค่อยปล่อยลงสู่บ่อเลี้ยง และเปิดเครื่องตีน้ำหลังจากฝนตก เพื่อป้องกันน้ำแยกชั้น และเพิ่มออกซิเจนให้กับน้ำ

อื่น ๆ : ใช้น้ำอย่างประหยัดและวางแผนการใช้น้ำให้เหมาะสม โดยให้น้ำพืชแบบมีประสิทธิภาพก็อาจช่วยประหยัดน้ำ

 

ข่าวล่าสุด

heading-ข่าวล่าสุด

ข่าวเด่น

ส่องชีวิต สาวโคราช ถูกรางวัลที่ 1 รับ 6 ล้าน ล่าสุดเงินเกลี้ยงบัญชี

ส่องชีวิต สาวโคราช ถูกรางวัลที่ 1 รับ 6 ล้าน ล่าสุดเงินเกลี้ยงบัญชี

"ไขความลับสุดทึ่ง เรื่องพลังพิเศษที่ซ่อนอยู่ของแมว"

"ไขความลับสุดทึ่ง เรื่องพลังพิเศษที่ซ่อนอยู่ของแมว"

รู้แล้วสาเหตุ "หลวงปู่ศิลา" ลาออกจากตำแหน่ง เจ้าอาวาสวัดพระธาตุหมื่นหิน

รู้แล้วสาเหตุ "หลวงปู่ศิลา" ลาออกจากตำแหน่ง เจ้าอาวาสวัดพระธาตุหมื่นหิน

หลักฐานมัดตัว สมาชิก อบต. เผาป่าวอด ล่ากระทิงแก่งกระจาน

หลักฐานมัดตัว สมาชิก อบต. เผาป่าวอด ล่ากระทิงแก่งกระจาน

สูญเสียครั้งใหญ่ ลิฟท์ สุพจน์ อาลัยพ่อ เปิดใจสาเหตุการจากไป

สูญเสียครั้งใหญ่ ลิฟท์ สุพจน์ อาลัยพ่อ เปิดใจสาเหตุการจากไป