แม่ปล่อยโฮ พูดถึงลูกสาวทั้งน้ำตา รับผิดรักลูกไม่เท่ากัน

แม่ปล่อยโฮ พูดถึงลูกสาวทั้งน้ำตา รับผิดทุกอย่างรักลูกไม่เท่ากัน ชี้ในอดีตเคยลำเอียงรักแต่ลูกชายมากกว่าจนทำให้ต้องลำบาก
ความคืบหน้ากรณีภาพสะเทือนใจ สองตายายถูกพบว่านอนค้างคืนภายในสถานีขนส่งแห่งที่ 2 จ.อุดรธานี จนกลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในโลกออนไลน์ โดยทั้งสองคือ นางมะลิวัลย์ อายุ 65 ปี และ นายทวีป อายุ 67 ปี สามีภรรยาจาก จ.ลพบุรี ที่เดินทางมาหาลูกสาวด้วยความหวังจะพึ่งพิง แต่กลับไม่มีที่พักอาศัย อีกทั้งฝ่ายหญิงยังป่วยเป็นอัมพาต ต้องใช้รถเข็นในการเคลื่อนไหว
ต่อมา ลูกสาววัย 45 ปี ซึ่งทำงานอยู่ในมินิมาร์ทกลางเมืองอุดรธานี ได้ออกมาเปิดใจทั้งน้ำตา ยืนยันว่าไม่ได้ทอดทิ้งพ่อแม่ แต่มีข้อจำกัดในชีวิตที่ต้องแบกรับมายาวนานกว่า 30 ปี โดยระบุว่าตลอดที่ผ่านมา เธอต้องรับภาระหนี้สินจำนวนมากที่แม่เป็นผู้ก่อ ทั้งหนี้นอกระบบและหนี้จากคนรอบตัว อีกทั้งยังเคยผ่อนบ้านให้พ่อแม่จนหมด แต่สุดท้ายถูกนำไปขายเพื่อนำเงินไปช่วยเหลือน้องชาย
นอกจากนี้ ทรัพย์สินอื่น ๆ ที่เธอพยายามสร้างให้ครอบครัว ก็มักถูกส่งต่อให้น้องชายเช่นกัน จนกลายเป็นปัญหาความขัดแย้งในครอบครัวที่สะสมเรื้อรัง
ล่าสุด นายทวีป และ นางมะลิวัลย์ ซึ่งยังพักอาศัยอยู่ในศูนย์พักพิง ได้ยอมรับข้อเท็จจริงว่า มีหนี้สินสะสมจากการหยิบยืมเงินเพื่อเลี้ยงดูครอบครัวและสนับสนุนลูกชายคนเล็ก โดยหนี้รวมเกือบ 100,000 บาทนั้น ลูกสาวเป็นผู้คอยชดใช้มาโดยตลอด
ทั้งคู่ยังกล่าวขอโทษลูกสาว ที่ตัดสินใจเดินทางมาหาโดยไม่ได้แจ้งล่วงหน้า พร้อมยอมรับว่าในอดีตเคยลำเอียงรักลูกชายมากกว่า จนทำให้ลูกสาวต้องเผชิญความลำบาก
ผู้เป็นแม่เผยทั้งน้ำตาว่า ลูกสาวเคยตัดพ้อเสมอว่า เวลาขอเงินมักถูกปฏิเสธ แต่เมื่อลูกชายขอ กลับพยายามหามาให้ แม้ต้องไปยืมเงินจากผู้อื่น พร้อมยอมรับว่า หากย้อนเวลาได้ อยากดูแลลูกสาวให้ดีกว่านี้
“ขอโทษที่มาหาโดยไม่บอก เพราะไม่มีโทรศัพท์ มาถึงก็มืดแล้ว จึงต้องนอนที่ บขส. ติดต่อใครไม่ได้ แม่รักลูกทุกคน และเสียใจที่เคยเลี้ยงลูกไม่เท่ากัน โดยเฉพาะตามใจลูกชายมากเกินไป” ผู้เป็นแม่กล่าว
อย่างไรก็ตาม สองตายายระบุว่า หากไม่สามารถอยู่กับลูกสาวได้ ก็อาจตัดสินใจไปเช่าบ้านอยู่เอง และยังคงหวังว่าความสัมพันธ์ในครอบครัวจะคลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้นในอนาคต



















