สาวบ้วนปากวันละ 5 - 6 ครั้ง สุดท้ายลิ้นดำ หมอเห็นยังส่ายหน้า

สาวใช้น้ำยาบ้วนปากวันละ 5 - 6 ครั้ง หวังให้สะอาด สุดท้ายลิ้นดำทั้งแผ่น หมอเห็นยังส่ายหน้า ชี้สาเหตุคาดไม่ถึง
หญิงรายหนึ่งในดินแดนไต้หวัน กลายเป็นเคสชวนตกใจในคลินิก หลังเข้าพบแพทย์ด้วยความกังวลใจ พร้อมตั้งคำถามว่า ทำไมทั้งที่เธอบ้วนปากหลายครั้งต่อวัน แต่ลิ้นกลับยิ่งดู “สกปรก” มากขึ้นเรื่อย ๆ ก่อนที่ผลตรวจจะเฉลยสาเหตุชัดว่า พฤติกรรมที่เธอคิดว่าช่วยให้ช่องปากสะอาด กลับกลายเป็นตัวทำร้ายลิ้นโดยไม่รู้ตัว
รายงานระบุว่า ดร.หลิว พ่างหม่าย กุมารแพทย์และแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคผิวหนังในดินแดนไต้หวัน ได้ออกมาเล่าเคสของหญิงรายหนึ่งผ่านโซเชียลมีเดีย หลังเธอเดินทางมาที่คลินิกด้วยอาการไม่สบายใจ พร้อมถามแพทย์ว่า
“คุณหมอ ฉันบ้วนปากวันละหลายครั้ง แต่ทำไมลิ้นฉันยังสกปรกอยู่ล่ะ ?”
จากการสอบถามประวัติพบว่า เดิมทีเธอมีปัญหาเรื่องเหงือกอักเสบ จึงหันมาใช้น้ำยาบ้วนปากชนิดเข้มข้นเป็นประจำมากถึงวันละ 5-6 ครั้ง เกือบทุกมื้ออาหาร หวังช่วยให้ช่องปากสะอาดและลดปัญหากลิ่นปาก แต่เมื่อเวลาผ่านไปกลับเริ่มสังเกตเห็นว่าลิ้นของตัวเองมีสีคล้ำขึ้นเรื่อย ๆ และยังมีอาการแสบร้อนอย่างต่อเนื่อง
ในที่สุด อาการก็แย่ลงจนลิ้นเปลี่ยนเป็นสีดำคล้ำอย่างชัดเจน ทำให้เธอตัดสินใจรีบมาพบแพทย์
หลังตรวจอาการอย่างละเอียด แพทย์วินิจฉัยว่า เธอมีภาวะที่เรียกว่า “ลิ้นเป็นขนสีดำ” หรือ Black Hairy Tongue ซึ่งเป็นความผิดปกติที่เกิดจากการสะสมของเซลล์ผิวหนังที่ตายแล้วบริเวณปุ่มรับรสบนลิ้น ทำให้ปุ่มรับรสเหล่านี้ยาวและหนาขึ้น จนมีลักษณะคล้ายเส้นขน และเมื่อรวมกับการสะสมของแบคทีเรีย เม็ดสี และเศษอาหาร ก็จะทำให้ลิ้นดูมีสีดำคล้ำ หรือบางรายอาจออกเป็นสีเทาอมน้ำตาล
แม้ภาวะดังกล่าวจะดูน่าตกใจ แต่โดยทั่วไปมักไม่ใช่อาการอันตรายรุนแรง และสามารถฟื้นกลับมาได้ หากแก้ไขพฤติกรรมที่เป็นต้นเหตุอย่างถูกต้อง
อย่างไรก็ตาม ในเคสนี้ แพทย์ระบุชัดว่า สาเหตุหลักไม่ได้มาจากการ “ไม่สะอาด” แต่กลับเกิดจากการใช้น้ำยาบ้วนปากที่มีแอลกอฮอล์เข้มข้น หรือส่วนผสมที่ออกฤทธิ์แรงมากเกินไปเป็นเวลานาน จนไปกระตุ้นให้ปุ่มรับรสบนผิวลิ้นเจริญเติบโตผิดปกติ ขณะเดียวกัน อาการแสบร้อนที่ลิ้น ก็ถือเป็นสัญญาณเตือนว่าเยื่อบุช่องปากเริ่มได้รับความเสียหายแล้ว
ดร.หลิวยังอธิบายเพิ่มเติมว่า ภายในช่องปากของคนเรานั้น ไม่ได้มีเพียงแบคทีเรียก่อโรคเท่านั้น แต่ยังมีแบคทีเรียชนิดดีที่ช่วยรักษาสมดุลตามธรรมชาติอยู่ด้วย การใช้ผลิตภัณฑ์ฆ่าเชื้อที่แรงเกินไปหรือบ่อยเกินความจำเป็น อาจทำลายจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์เหล่านี้ไปพร้อมกัน จนระบบนิเวศในช่องปากเสียสมดุล และยิ่งเปิดทางให้ปัญหาสุขภาพช่องปากรุนแรงขึ้นกว่าเดิม
แพทย์แนะ 3 วิธีฟื้นฟูลิ้นให้กลับมาสะอาด
สำหรับแนวทางดูแลรักษาให้ลิ้นกลับมาดีขึ้น แพทย์ได้แนะนำวิธีเบื้องต้นไว้ดังนี้
1. หยุดใช้น้ำยาบ้วนปากชั่วคราว
เพื่อให้เนื้อเยื่อบริเวณลิ้นและช่องปากได้พักจากการระคายเคืองสะสม
2. ทำความสะอาดลิ้นอย่างอ่อนโยน
ใช้แปรงสีฟันขนอ่อนมาก ๆ แปรงลิ้นเบา ๆ ช่วงเช้าและเย็น หลีกเลี่ยงการขัดแรง เพราะอาจยิ่งทำให้เยื่อบุอักเสบ
3. ดื่มน้ำให้มากขึ้น
เพื่อช่วยกระตุ้นการทำงานของน้ำลาย ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการปกป้องและฟื้นฟูสมดุลตามธรรมชาติภายในช่องปาก
ท้ายที่สุด แพทย์ได้ฝากเตือนไว้อย่างน่าสนใจว่า “การดูแลสุขอนามัยช่องปาก ไม่ได้หมายถึงการฆ่าเชื้อให้มากที่สุดเสมอไป” เพราะหากทำมากเกินความจำเป็น อาจให้ผลตรงกันข้าม และกลายเป็นการทำร้ายช่องปากของตัวเองโดยไม่รู้ตัว
หากใครเริ่มสังเกตเห็นว่าลิ้นมีสีผิดปกติ มีคราบคล้ำผิดธรรมชาติ หรือมีอาการแสบร้อน ระคายเคืองในช่องปากต่อเนื่อง ควรรีบไปพบแพทย์หรือทันตแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุโดยเร็วจะดีที่สุด
ข้อมูลจาก ETtoday และ Yahoo Taiwan

ชายนั่งถอนหญ้าอยู่ดีๆ พบ "ขาทารก" ตกใจรีบแจ้ง ตร. สุดท้ายคดีพลิก

หนุ่มติดหูดหงอนไก่ แต่ไม่เคยจ้ำจี้ รู้ว่าติดยังไง บอกเลยดวงซวย

ราชกิจจาฯ ประกาศเพิ่มสินค้าควบคุม 3 รายการ เป็นเวลา 1 ปี

ชายวัย 58 ดื่มน้ำหลังตื่นทุกวัน หวังบำรุงไต สุดท้ายพบจุดจบเศร้า
















