เปิดห้องเช่า เจอศพสาวสภาพคล้ายมัมมี่ รู้สาเหตุสังคมรับไม่ได้

เจ้าหน้าที่ถึงกับตกใจ หลังเปิดห้องเช่า เจอศพหญิงสาวในสภาพแห้งคล้ายมัมมี่ ซ่อนมานานกว่า 3 ปี รู้สาเหตุสังคมรับไม่ได้
กลายเป็นคดีสะเทือนขวัญที่สร้างความตกตะลึงไปทั่วเกาหลีใต้ เมื่อสื่อท้องถิ่นเปิดเผยเรื่องราวสุดสลดของชายรายหนึ่ง ที่ก่อเหตุฆาตกรรมแฟนสาว ก่อนซ่อนศพไว้ภายในห้องเช่าของตัวเองเป็นเวลานานกว่า 3 ปีครึ่ง และยังใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับร่างไร้วิญญาณราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
คดีนี้ถูกเปิดเผยหลังจากเจ้าของห้องเช่าในเมือง อินชอน เข้าไปตรวจสอบห้องพักของผู้เช่าที่ขาดการติดต่อและค้างค่าเช่าอยู่เป็นเวลานาน ก่อนพบความจริงที่ทำให้สังคมเกาหลีใต้ช็อกอย่างหนัก
ตามรายงานระบุว่า เหตุการณ์ถูกเปิดเผยในช่วงเดือน กรกฎาคม 2567 เมื่อผู้ดูแลอาคารหรือเจ้าของห้องเช่า เปิดห้องขนาดประมาณ 13 ตารางเมตร หลังไม่สามารถติดต่อผู้เช่าได้ ภายในห้องเต็มไปด้วยข้าวของและขยะจำนวนมาก ขณะที่เครื่องปรับอากาศและพัดลมยังถูกเปิดทิ้งไว้เป็นเวลานาน ทำให้อุณหภูมิในห้องต่ำผิดปกติ
เมื่อมีการเคลียร์พื้นที่บางส่วน จึงพบร่างของผู้หญิงคนหนึ่งอยู่ภายในห้อง ในสภาพแห้งจนคล้ายมัมมี่ ก่อนเจ้าหน้าที่ตำรวจจะเข้าตรวจสอบและยืนยันในเวลาต่อมาว่า เป็น เหยื่อฆาตกรรม ที่เสียชีวิตมาแล้วเป็นเวลาหลายปี โดยสาเหตุการเสียชีวิตคือ การถูกรัดคอจนขาดอากาศหายใจ ตามข้อมูลที่ศาลและสื่อเกาหลีรายงานในภายหลัง
จากการสืบสวนพบว่า ผู้ต้องหาได้พยายามปกปิดกลิ่นและสภาพศพอย่างต่อเนื่อง โดยใช้ทั้ง สเปรย์ปรับอากาศ ธูป พัดลม เครื่องปรับอากาศ และยาฆ่าแมลง เพื่อชะลอการเน่าเปื่อย รวมถึงลดกลิ่นไม่ให้เล็ดลอดออกไปภายนอก จนในที่สุดร่างของเหยื่อแห้งลงอย่างมากตามสภาพแวดล้อมภายในห้อง
สิ่งที่ทำให้คดีนี้ยิ่งน่าตกใจ คือในช่วงเวลาหลายปีดังกล่าว ผู้ต้องหายังคงใช้ชีวิตตามปกติ ทั้งกินข้าว นอน ดูโทรทัศน์ และดำเนินชีวิตในห้องเดียวกับศพ โดยไม่มีการแจ้งเจ้าหน้าที่หรือพยายามนำศพไปจัดการอย่างเหมาะสมแต่อย่างใด
ตามคำพิพากษาของศาลในเกาหลีใต้ ผู้ต้องหากับเหยื่อเคยคบหากันและใช้ชีวิตร่วมกันมาก่อน โดยวันเกิดเหตุอยู่ในช่วงเดือน มกราคม 2564 ขณะทั้งคู่มีปากเสียงกันเรื่องค่าใช้จ่ายและอนาคตชีวิต ก่อนที่ฝ่ายชายจะลงมือฆ่าแฟนสาวภายในห้องเช่าในเมืองอินชอน
หลังจากนั้น แทนที่เขาจะเข้ามอบตัวหรือแจ้งเหตุ ผู้ต้องหากลับเลือกปกปิดความจริงเอาไว้ และใช้ชีวิตต่อไปตามปกติ จนเวลาผ่านไปนานกว่า 3 ปีครึ่ง
ที่ช็อกไปกว่านั้นคือ ระหว่างช่วงเวลาที่ปกปิดศพไว้ เขายังเริ่มต้นความสัมพันธ์ครั้งใหม่กับผู้หญิงอีกคน และต่อมามีรายงานว่าได้มี ลูกสาว 1 คน ด้วย ขณะที่ศพของแฟนสาวคนเดิมยังคงถูกเก็บซ่อนอยู่ในห้องเช่าเดิมตลอดมา
รายงานระบุว่า ความจริงทั้งหมดเพิ่งถูกเปิดเผย หลังผู้ต้องหาถูกจับกุมในอีกคดีหนึ่ง ทำให้เขาไม่สามารถกลับไปดูแลหรือปกปิดสภาพศพในห้องเช่าได้เหมือนเดิม ก่อนที่ผู้ดูแลอาคารจะเริ่มสังเกตความผิดปกติและแจ้งตำรวจ จนนำไปสู่การค้นพบศพในที่สุด
ในชั้นสอบสวนและกระบวนการพิจารณาคดี ผู้ต้องหาอ้างว่า เหยื่ออยู่ในภาวะเครียดและเคยพูดถึงการจบชีวิตร่วมกัน ก่อนที่เขาจะลงมือ แต่หลังเกิดเหตุ กลับไม่กล้าทำร้ายตัวเองตามไป และเลือกเก็บศพไว้โดยอ้างในทำนองว่า ยังตัดใจไม่ได้ หรือหวังว่าอีกฝ่ายอาจกลับมาได้
อย่างไรก็ตาม ศาลในเกาหลีใต้พิจารณาว่า พฤติกรรมดังกล่าวสะท้อนถึง ความโหดเหี้ยม เย็นชา และการปกปิดความผิดเป็นเวลานาน อีกทั้งผู้ต้องหายังใช้ชีวิตได้อย่างปกติหลังจากก่อเหตุ จึงพิพากษาให้ลงโทษจำคุก 27 ปี พร้อมมีคำสั่งให้ติดอุปกรณ์ติดตามตัวหลังพ้นโทษเป็นเวลา 15 ปี ภายหลังได้รับการปล่อยตัวในอนาคต ขณะที่เจ้าตัวยื่นอุทธรณ์คดีต่อ
โศกนาฏกรรมที่ทิ้งบาดแผลไว้กับครอบครัว
อีกหนึ่งมุมที่สะเทือนใจของคดีนี้ คือครอบครัวของผู้เสียชีวิต โดยเฉพาะลูกชายของเหยื่อ ซึ่งตามรายงานระบุว่า ในช่วงเวลาที่แม่หายตัวไป เด็กยังมีอายุน้อยมาก และแทบไม่มีความทรงจำเกี่ยวกับแม่หลงเหลืออยู่มากนัก
คดีนี้จึงไม่ใช่เพียงแค่คดีฆาตกรรมอำพรางธรรมดา แต่ยังกลายเป็นภาพสะท้อนที่ทำให้สังคมเกาหลีใต้ตั้งคำถามถึง ความรุนแรงในความสัมพันธ์ และพฤติกรรมการปกปิดความผิดที่ยากจะเข้าใจของมนุษย์
แม้เวลาจะผ่านไปหลายปี แต่ความจริงที่ถูกซ่อนอยู่ในห้องเช่าขนาดเล็กเพียงไม่กี่ตารางเมตร กลับกลายเป็นหนึ่งในคดีสะเทือนขวัญที่หลายคนบอกว่า “น่ากลัวยิ่งกว่าหนัง” และยากจะลืมเลือน
ข้อมูลจาก Daily Star

ชาวประเวศ-บางนาเฮ อุโมงค์บึงหนองบอนเสร็จแล้ว พร้อมสูบก่อนสงกรานต์

เกาะติดฟ้าเชียงใหม่ ปลัดมหาดไทยขึ้น ฮ. สแกนไฟป่า สั่งฟันต้นเหตุฝุ่น

เกือบไปแล้ว รถยางแตกกลางนางรอง โชคดีเจ้าหน้าที่รุดช่วยทันควัน

เปิดห้องเช่า เจอศพสาวสภาพคล้ายมัมมี่ รู้สาเหตุสังคมรับไม่ได้
















