จังหวัดเลยวิกฤต ฝุ่น PM 2.5 พุ่งระดับสีแดง พบจุดความร้อน 33 จุด

จังหวัดเลยวิกฤต! ฝุ่น PM 2.5 พุ่งระดับสีแดง 78.2 พบจุดความร้อน 33 จุดจากการลักลอบเผาป่าหลายอำเภอ กระทบสุขภาพประชาชนและทัศนวิสัยย่ำแย่จนมองไม่เห็นยอดภูบ่อบิด
สถานการณ์ฝุ่นละอองในจังหวัดเลยเข้าขั้นวิกฤต หลังพบการลักลอบเผาป่าในหลายพื้นที่ส่งผลให้ ค่าฝุ่น PM 2.5 พุ่งสูงทะลุระดับสีแดง โดยเช้าวันที่ 2 เมษายน 2569 แอปพลิเคชัน Air4Thai รายงานดัชนีคุณภาพอากาศ (AQI) ในเขตอำเภอเมืองพุ่งสูงถึง 204 ขณะที่ปริมาณ ฝุ่นละอองขนาดเล็ก วัดได้ 78.2 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ซึ่งอยู่ในเกณฑ์ที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพอย่างมาก
จากการตรวจสอบพบ จุดความร้อน (Hotspot) ทั้งหมด 33 จุด กระจายตัวในหลายอำเภอ โดยเฉพาะเขตป่าอนุรักษ์และป่าสงวนแห่งชาติ ต้นเหตุสำคัญมาจากการลักลอบ เผาป่าเพื่อหาของป่า และบุกรุกพื้นที่ทำการเกษตร แม้ทางจังหวัดจะมีประกาศคำสั่งห้ามเผาเด็ดขาดแต่ยังพบการฝ่าฝืนต่อเนื่อง:
- อุทยานภูผาม่าน (ต.ภูกระดึง): ป่าเบญพรรณเสียหาย 32 ไร่
- อ.เชียงคาน: ป่าสงวนภูเขาแก้วและป่าดงปากชม เสียหายกว่า 100 ไร่
- อ.ท่าลี่: พื้นที่ป่าสงวนเสียหาย 10 จุด รวมกว่า 170 ไร่ ซึ่งเป็นหน้าผาสูงชันทำให้ ดับไฟป่า ได้ยากลำบาก
- อุทยานแห่งชาติภูสวนทราย (อ.นาแห้ว): ป่าดงดิบเสียหายแล้ว 50 ไร่ เจ้าหน้าที่ต้องเร่งทำ แนวกันไฟ ในพื้นที่หุบเขาลึก
สภาพอากาศในตัวเมืองเลยปัจจุบันถูกปกคลุมด้วยหมอกควันจนทัศนวิสัยย่ำแย่ ประชาชนในพื้นที่ระบุว่ามองไม่เห็นยอดภูบ่อบิดเหมือนปกติ และเริ่มมีอาการแสบจมูกอย่างรุนแรงเมื่อออกนอกบ้าน อย่างไรก็ตามการสวม หน้ากากอนามัย เพื่อป้องกันฝุ่นในช่วงที่อากาศร้อนจัดกลายเป็นอุปสรรคสำคัญที่ทำให้ชาวบ้านหายใจลำบากและเสี่ยงต่อการเป็นลม



















