แม่ฮ่องสอนวิกฤต ไฟป่าพุ่ง 610 จุด ค่ามลพิษพุ่งแตะ 1,357 AQI

แม่ฮ่องสอนวิกฤตหนัก พบจุดไฟป่าพุ่งสูง 610 จุด ส่งผลให้ อ.ปาย มีค่ามลพิษ AQI แตะ 1,357 สูงที่สุดในประวัติศาสตร์ รองผู้ว่าฯ ลงพื้นที่คุมเข้มความปลอดภัยเจ้าหน้าที่
สถานการณ์วิกฤตการณ์ทางอากาศในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอนเข้าขั้นเลวร้ายถึงขีดสุด หลังได้รับรายงานการเกิด ไฟป่า เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดเมื่อช่วงเช้าวันที่ 30 มีนาคม 2569 เวลา 02.01 น. ตรวจพบจุดความร้อน (Hotspot) สูงถึง 610 จุด กระจายตัวเป็นวงกว้าง ส่งผลกระทบโดยตรงต่อสุขภาพของประชาชนในพื้นที่อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ข้อมูลที่น่าตกใจที่สุดมาจาก ต.เวียงเหนือ อ.ปาย ซึ่งกลายเป็น "จุดแดงดับ" หลังดัชนีคุณภาพอากาศ (AQI) พุ่งสูงถึง 1,357 µgm³ ซึ่งถือเป็นตัวเลขมลพิษที่สูงที่สุดเท่าที่โลกเคยบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์ นอกจากนี้ค่าฝุ่น PM 2.5 ในพื้นที่ยังวัดได้สูงถึง 940 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ทิ้งห่างพื้นที่อื่นอย่างน่ากลัว สภาพอากาศในขณะนี้เข้าขั้นภัยพิบัติรุนแรงเนื่องจากสภาพภูมิประเทศที่เป็นแอ่งกระทะกักขังควันไฟจนหายใจลำบาก 100%
นายอุดมศักดิ์ ขาวหนูนา รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ ไฟป่า ในตำบลเมืองแปง อำเภอปาย พบว่าสภาพปัญหาจริงมีความซับซ้อนและยุ่งยากมากกว่าที่ประเมินไว้ เนื่องจากสภาพภูมิประเทศที่ท้าทาย ทำให้ต้องมีการปรับแผนการทำงานขนานใหญ่ โดยเน้นการบูรณาการจากทุกภาคส่วน
มาตรการรับมือสถานการณ์ฉุกเฉิน:
- การจัดทำแนวกันไฟ: เร่งจำกัดวงความร้อนไม่ให้ขยายตัว
- ปฏิบัติการภาคสนาม: สนธิกำลังเจ้าหน้าที่ป่าไม้ อาสาสมัคร และชาวบ้านเข้าดับไฟ
- การรายงานผล: สั่งการให้รายงานสถานการณ์รายวันเพื่อประเมินระดับความรุนแรง
- ความปลอดภัย: เน้นย้ำให้ผู้ปฏิบัติงานระมัดระวังสูงสุด หากเกินขีดความสามารถให้ประสานขอรับการสนับสนุนจากระดับจังหวัดทันที
สำหรับ 10 อันดับเมืองคุณภาพอากาศแย่ที่สุดในไทย พบว่าพื้นที่ในแม่ฮ่องสอนและเชียงใหม่ครองอันดับต้นๆ ทั้งสิ้น โดยอำเภอปายกินพื้นที่ 3 อันดับแรกของตาราง ซึ่งทางจังหวัดยังคงต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดตลอดช่วงฤดูแล้งนี้ เพื่อลดความสูญเสียและป้องกันไม่ให้สถานการณ์ ไฟป่า ทวีความรุนแรงไปมากกว่าเดิม



















