ศุภชัย - บุษดี เจียรวนนท์ หนุนโครงการ "หมอออร์โธฯชวนก้าว" เพื่อ 13โรงพยาบาล

ศุภชัย – บุษดี เจียรวนนท์ หนุนโครงการ “หมอออร์โธฯชวนก้าว”เพื่อ13โรงพยาบาล ชวนคนไทยเปลี่ยนพลังการวิ่งและการให้เป็นโอกาสรักษาผู้ป่วยกระดูกและข้อทั่วประเทศ
27มีนาคม2569, กรุงเทพฯ - ท่ามกลางสถานการณ์ที่ผู้ป่วยโรคกระดูกและข้อในประเทศไทยเพิ่มขึ้นต่อเนื่องแตะราว7ล้านคนหรือคิดเป็น10%ของประชากรไทยขณะที่เทคโนโลยีทางการแพทย์สมัยใหม่ซึ่งช่วยเพิ่มความแม่นยำในการรักษาลดผลกระทบจากการผ่าตัดและส่งเสริมให้ผู้ป่วยฟื้นตัวได้เร็วขึ้นยังมีต้นทุนสูงเกินกว่าที่โรงพยาบาลในภูมิภาคหลายแห่งจะเข้าถึงได้อย่างเพียงพอ
โครงการ “หมอออร์โธฯชวนก้าวเพื่อ13โรงพยาบาล”ซึ่งจัดขึ้นโดย ราชวิทยาลัยแพทย์ออร์โธปิดิกส์แห่งประเทศไทยร่วมกับ มูลนิธิแพทย์ออร์โธปิดิกส์, ศิริราชมูลนิธิมูลนิธิก้าวคนละก้าว มูลนิธิศุภชัย - บุษดีเจียรวนนท์ We Run THAILAND และน้องเนย (Butterbear) จึงเดินหน้าต่อเนื่องด้วยพลังความร่วมมือจากทุกภาคส่วนเพื่อเชิญชวนคนไทยร่วมดูแลสุขภาพของตนเองผ่านการเดิน-วิ่งควบคู่กับการร่วมบริจาคสมทบทุนจัดหาอุปกรณ์ทางการแพทย์ด้านกระดูกและข้ออันจะช่วยเพิ่มโอกาสให้ผู้ป่วยทั่วประเทศเข้าถึงการรักษาได้อย่างทั่วถึงทันท่วงทีและมีคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้นพร้อมตอกย้ำว่าการดูแลสุขภาพของตนเองสามารถแปรเปลี่ยนเป็นพลังแห่งการให้เพื่อส่งต่อโอกาสในการรักษาแก่ผู้ป่วยที่ยังรอความช่วยเหลือใน13โรงพยาบาลทั่วประเทศ
นายศุภชัย เจียรวนนท์ รองประธานอาวุโสเครือเจริญโภคภัณฑ์ ในฐานะประธานกรรมการมูลนิธิศุภชัย-บุษดีเจียรวนนท์ กล่าวว่าจุดเริ่มต้นของการเข้ามามีส่วนร่วมในโครงการ “หมอออร์โธฯชวนก้าว”มาจากการที่นางบุษดีเจียรวนนท์มีโอกาสพูดคุยกับศาสตราจารย์นายแพทย์กีรติเจริญชลวานิชประธานราชวิทยาลัยแพทย์ออร์โธปิดิกส์แห่งประเทศไทยผู้ริเริ่มและเมื่อได้รับฟังรายละเอียดก็รู้สึกประทับใจเพราะเป็นโครงการที่มีวัตถุประสงค์ชัดเจนและมีความหมายต่อสังคมอย่างแท้จริงเป็นการช่วยเหลือโรงพยาบาลที่ยังขาดแคลนอุปกรณ์ทางการแพทย์ด้านกระดูกและข้อซึ่งเป็นปัญหาสำคัญที่เกี่ยวข้องกับคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยจำนวนมากในต่างจังหวัด
ขณะเดียวกันยังเป็นโครงการที่ชวนให้คนไทยหันมาดูแลสุขภาพของตนเองผ่านการร่วมวิ่งสะสมระยะทางรวม60ล้านกิโลเมตรหรือเทียบเท่าระยะทางจากโลกถึงดาวอังคารซึ่งถือเป็นแนวคิดที่สร้างแรงบันดาลใจอย่างยิ่งโดยโครงการตั้งเป้าระดมทุนไว้ที่100ล้านบาทจึงอยากเชิญชวนทุกภาคส่วนร่วมกันสนับสนุนโครงการนี้เพิ่มเติมเพื่อให้การจัดหาอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่จำเป็นสามารถส่งต่อไปถึงทั้ง13โรงพยาบาลได้อย่างเต็มที่และช่วยให้ผู้ป่วยโรคกระดูกและข้อได้รับการรักษาอย่างทั่วถึงมากขึ้นทั้งนี้มูลนิธิศุภชัย - บุษดีเจียรวนนท์ได้ร่วมสนับสนุนโครงการนี้ด้วยความตั้งใจที่จะสนับสนุนทุนตั้งต้นให้โครงการได้ส่งต่อโอกาสทางการแพทย์ให้แก่ประชาชนทุกคนได้รับโอกาสทางการรักษาอย่างเท่าเทียม
ด้าน นางบุษดีเจียรวนนท์ รองประธานมูลนิธิศุภชัย-บุษดีเจียรวนนท์ กล่าวเสริมว่าโครงการ “หมอออร์โธฯชวนก้าวเพื่อ13โรงพยาบาล”เป็นพลังของการให้ที่มีความหมายเพราะทุกการบริจาคจะถูกนำไปจัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ด้านกระดูกและข้อที่ยังขาดแคลนให้แก่โรงพยาบาลในภูมิภาคที่มีความจำเป็นจริงๆเพื่อช่วยลดข้อจำกัดในการเข้าถึงการรักษาของผู้ป่วยให้สามารถพบแพทย์และได้รับการรักษาได้รวดเร็วขึ้นเนื่องจากปัจจุบันยังมีผู้ป่วยจำนวนมากที่ต้องรอคิวรักษารออุปกรณ์ทางการแพทย์หรือเผชิญภาวะการรักษาที่ขาดตอนจากข้อจำกัดด้านการเดินทางซึ่งในบางกรณียังอาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนและทำให้การรักษายากขึ้นอีกด้วย
ดังนั้นโครงการนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงการระดมทุนเพื่อจัดซื้อเครื่องมือแพทย์เท่านั้นแต่ยังเป็นการช่วยย่นระยะทางระหว่างผู้ป่วยกับโอกาสในการรักษาพร้อมเชิญชวนประชาชนร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการส่งต่อโอกาสครั้งนี้ผ่านการบริจาคให้โครงการ “หมอออร์โธฯชวนก้าวเพื่อ13โรงพยาบาล”ทางศิริราชมูลนิธิหรือTrue Money Wallet เพื่อร่วมกันเติมความหวังและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นให้แก่ผู้ป่วยใน13โรงพยาบาลทั่วประเทศ
เสียงสะท้อนจากโรงพยาบาลในพื้นที่ยิ่งตอกย้ำถึงความจำเป็นของโครงการดังกล่าวโดยนายแพทย์ศักรินทร์ธนเกียรติสกุลผู้อำนวยการโรงพยาบาลหล่มสักชี้แจงว่าปัจจุบันสถานการณ์โรคกระดูกและข้อในประเทศไทยมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นกว่า10%จากจำนวนประชากรทั้งหมดโดยเฉพาะในกลุ่มผู้ใช้แรงงานที่ประสบอุบัติเหตุและผู้สูงอายุที่มีภาวะความเสื่อมของร่างกายแม้แพทย์ไทยจะมีศักยภาพและประสบการณ์สูงแต่ปัญหาสำคัญยังอยู่ที่การขาดแคลนอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ทันสมัยและมีจำนวนไม่เพียงพอเช่นโรงพยาบาลหล่มสักมีอุปกรณ์เพียงหนึ่งชุดทำให้เมื่อมีผู้ป่วยที่ต้องเข้ารับการผ่าตัดต่อเนื่องบางรายต้องเสียโอกาสจากการรอรักษา
ขณะเดียวกันความก้าวหน้าของเทคโนโลยีทางการแพทย์ในปัจจุบันไม่ว่าจะเป็นการผ่าตัดแบบแผลเล็กการใช้กล้องส่องหรือเทคโนโลยีหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดต่างมีบทบาทสำคัญในการลดความเจ็บปวดเพิ่มความแม่นยำและช่วยให้ผู้ป่วยฟื้นตัวได้เร็วขึ้นแต่ด้วยต้นทุนของอุปกรณ์ที่ยังอยู่ในระดับสูงโรงพยาบาลขนาดเล็กจำนวนมากจึงไม่สามารถจัดซื้อได้ด้วยตนเองทำให้การสนับสนุนจากโครงการนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการยกระดับคุณภาพการรักษาในพื้นที่ภูมิภาค
ขณะที่ นายแพทย์อัครพล กองกูล แพทย์เฉพาะทางด้านศัลยกรรมกระดูกและข้อโรงพยาบาลจัตุรัส จังหวัดชัยภูมิ กล่าวว่าแม้ปัจจุบันจะมีศัลยแพทย์กระดูกและข้อกระจายอยู่ในโรงพยาบาลอำเภอมากขึ้นแต่ข้อจำกัดสำคัญยังคงเป็นเรื่องอุปกรณ์ที่จำเป็นส่งผลให้ผู้ป่วยจำนวนมากต้องไปรวมตัวกันที่โรงพยาบาลประจำจังหวัดทำให้ระยะเวลารอคอยยาวนานและกระทบต่อการใช้ชีวิตและการประกอบอาชีพของผู้ป่วยการสนับสนุนอุปกรณ์เพิ่มเติมเช่นเตียงผ่าตัดทางศัลยกรรมกระดูกและข้อจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถให้โรงพยาบาลระดับอำเภอสามารถดูแลผู้ป่วยได้ทันเวลาลดความแออัดของโรงพยาบาลในเมืองและลดภาระค่าใช้จ่ายรวมถึงความลำบากในการเดินทางของผู้ป่วยและญาติในพื้นที่ห่างไกล
นอกจากนี้ นายแพทย์อัครพล ยังเน้นย้ำถึงความสำคัญของการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันว่าการเดินหรือวิ่งซึ่งไม่เพียงช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของหัวใจแต่ยังช่วยเพิ่มมวลกระดูกชะลอความเสื่อมของกระดูกและเสริมสร้างกล้ามเนื้อให้แข็งแรงอันเป็นปัจจัยสำคัญในการลดความเสี่ยงจากการล้มและการบาดเจ็บโดยเฉพาะในกลุ่มผู้สูงอายุซึ่งสอดคล้องกับเจตนารมณ์ของโครงการหมอออร์โธฯชวนก้าวเพื่อ13โรงพยาบาลที่ต้องการเชื่อมโยงการดูแลสุขภาพของประชาชนเข้ากับการส่งต่อโอกาสในการรักษาให้แก่ผู้ป่วยที่ยังรอความช่วยเหลือ
โครงการ “หมอออร์โธฯชวนก้าวเพื่อ13 โรงพยาบาล”จึงสะท้อนให้เห็นว่าการดูแลสุขภาพและการให้สามารถเดินไปด้วยกันได้อย่างมีความหมายเพราะทุกก้าวของการมีส่วนร่วมไม่ว่าจะเป็นการเดินวิ่งหรือบริจาคล้วนมีส่วนช่วยเปลี่ยนเป็นอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่จำเป็นและส่งต่อโอกาสในการรักษาให้แก่ผู้ป่วยโรคกระดูกและข้อในโรงพยาบาลที่ยังขาดแคลนทั่วประเทศ

หายสงสัยอาชีพแท้จริง ชายนั่งหน้าร้านสะดวกซื้อ รู้แล้วเป็นใคร

สรรพากรเตือนยื่นภาษีปี 69 ก่อนโดนค่าปรับ 8 ขั้นตอนทำเองง่ายมาก

CIB ทลายเครือข่าย ACME หลอกลงทุนคริปโต ยึดทรัพย์ 1.3 พันล้าน

ศุภชัย - บุษดี เจียรวนนท์ หนุนโครงการ "หมอออร์โธฯชวนก้าว" เพื่อ 13โรงพยาบาล
















