ข่าว

heading-ข่าว

ดัน "ปลาพลวงชมพู" ดาวรุ่ง GI ตัวใหม่ยะลา ฟื้นเศรษฐกิจชายแดนใต้

26 ก.พ. 2569 | 14:29 น.
ดัน "ปลาพลวงชมพู" ดาวรุ่ง GI ตัวใหม่ยะลา ฟื้นเศรษฐกิจชายแดนใต้

กรมประมงเดินหน้าผลักดัน “ปลาพลวงชมพู” ขึ้นทะเบียน GI ตัวใหม่ของจังหวัดยะลา ต่อยอดความสำเร็จสินค้าประมงอัตลักษณ์ท้องถิ่น

เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569 เพจเฟซบุ๊ก “ประชาสัมพันธ์ กรมประมง” เปิดเผยความคืบหน้าการผลักดัน “ปลาพลวงชมพู” หรือ “ปลากือเลาะห์” ปลาน้ำจืดพื้นถิ่นหายากของจังหวัดยะลา สู่การขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ไทย (Geographical Indication : GI) ภายใต้ชื่อ “ปลาพลวงชมพูฮาลาบาลา” เพื่อยกระดับของดีประจำถิ่นสู่สินค้ามูลค่าสูง และเป็นกลไกสำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้

 

ดัน ปลาพลวงชมพู ดาวรุ่ง GI ตัวใหม่ยะลา ฟื้นเศรษฐกิจชายแดนใต้

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

heading-ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดัน ปลาพลวงชมพู ดาวรุ่ง GI ตัวใหม่ยะลา ฟื้นเศรษฐกิจชายแดนใต้

 

การดำเนินงานดังกล่าวอยู่ภายใต้โครงการส่งเสริมและพัฒนาอาชีพประมงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งเป็นหนึ่งในนโยบายสำคัญของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่มุ่งยกระดับรายได้เกษตรกร เสริมสร้างความเข้มแข็งเศรษฐกิจฐานราก และพัฒนาภาคการเกษตรอย่างยั่งยืน

ต่อยอดความสำเร็จ GI เดิมของยะลา

ก่อนหน้านี้ จังหวัดยะลาเคยประสบความสำเร็จในการผลักดัน “ปลานิลสายน้ำไหลเบตง” ขึ้นทะเบียน GI ไทยมาแล้ว การผลักดันปลาพลวงชมพูจึงถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการต่อยอดอัตลักษณ์สินค้าประมงพื้นถิ่น ยกระดับอาหารไทยให้เป็นพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจ สร้างเมนูเด่นที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ

เอกลักษณ์จากธรรมชาติเทือกเขาสันกาลาคีรี

ปลาพลวงชมพูมีแหล่งกำเนิดในลำธารเทือกเขาสันกาลาคีรี โดยเฉพาะบริเวณป่าฮาลา-บาลา จังหวัดยะลา เป็นปลาประจำจังหวัดที่มีความโดดเด่นทั้งรูปลักษณ์ สีสัน เนื้อสัมผัส และรสชาติ อันเกิดจากความอุดมสมบูรณ์ของแหล่งน้ำและสภาพภูมิประเทศ จนได้รับการยอมรับให้เป็นหนึ่งใน “ของดีจังหวัดยะลา”

การขึ้นทะเบียน GI จะเป็นการรับรองว่าสินค้ามีคุณลักษณะเฉพาะที่เชื่อมโยงกับแหล่งกำเนิดทางภูมิศาสตร์อย่างชัดเจน เพิ่มความเชื่อมั่นด้านคุณภาพ และช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้า

ดัน ปลาพลวงชมพู ดาวรุ่ง GI ตัวใหม่ยะลา ฟื้นเศรษฐกิจชายแดนใต้

 

หนุนเกษตรกรครบวงจร สร้างอาชีพมั่นคง

กรมประมงได้ส่งเสริมเกษตรกรเลี้ยงสัตว์น้ำเศรษฐกิจ โดยเฉพาะปลาพลวงชมพู ผ่านการถ่ายทอดองค์ความรู้ เทคโนโลยีการเลี้ยง สนับสนุนลูกพันธุ์และปัจจัยการผลิตเป็นทุนตั้งต้น ปัจจุบันมีเกษตรกรในพื้นที่หันมาเลี้ยงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สะท้อนผลสำเร็จของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากผ่านภาคประมง

 

ดัน ปลาพลวงชมพู ดาวรุ่ง GI ตัวใหม่ยะลา ฟื้นเศรษฐกิจชายแดนใต้

 

รองอธิบดีกรมประมงยังได้ลงพื้นที่จังหวัดยะลา เพื่อติดตามความก้าวหน้าโครงการ เข้าเยี่ยมชมฟาร์มต้นแบบในอำเภอเบตง และอำเภอเมืองยะลา ซึ่งมีการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำหลากหลายชนิด อาทิ ปลาพลวงชมพู ปลานิลสายน้ำไหล ปลาจีน และปลาดุก บางฟาร์มได้รับมาตรฐานการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำที่ดี (GAP) และมีความพร้อมยื่นขอใช้ตราสัญลักษณ์ GI

นอกจากนี้ ยังมีการตรวจเยี่ยมฟาร์มระบบปิดแบบหมุนเวียนน้ำ ซึ่งมีศักยภาพพัฒนาเป็นต้นแบบการผลิตปลาพลวงชมพูคุณภาพ แม้ยังพบปัญหาอัตราการเจริญเติบโตช้า แต่ได้มอบหมายให้หน่วยงานวิจัยในพื้นที่ร่วมวิเคราะห์หาสาเหตุ และให้คำแนะนำทางวิชาการอย่างเป็นระบบ เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการเลี้ยง

เป้าปี 2569 ดันเชิงพาณิชย์เต็มรูปแบบ

สำหรับปีงบประมาณ 2569 กรมประมงมีแนวทางส่งเสริมการเลี้ยงปลาพลวงชมพูเชิงพาณิชย์ครบวงจร ตั้งแต่การผลิตลูกพันธุ์ การอนุบาล ระบบการเลี้ยง ไปจนถึงการผลิตตามมาตรฐาน GAP เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม เพิ่มรายได้ และสร้างความมั่นคงทางอาชีพให้เกษตรกร ควบคู่กับการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรประมงอย่างยั่งยืน

การผลักดันปลาพลวงชมพูสู่สินค้า GI จึงไม่ใช่เพียงการสร้างแบรนด์สินค้า แต่เป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนชายแดนใต้ ให้เติบโตอย่างเข้มแข็ง มั่นคง และยั่งยืนในระยะยาว

ข่าวล่าสุด

heading-ข่าวล่าสุด

ข่าวเด่น

เช็กตารางดนตรีในสวน มีนาคม 2569 ฟังเพลงรับลมหนาวทั่วกรุงเทพฯ

เช็กตารางดนตรีในสวน มีนาคม 2569 ฟังเพลงรับลมหนาวทั่วกรุงเทพฯ

เวียนเทียนด้วยต้นไม้ 3 มีนานี้ เปลี่ยน กทม. ให้เขียวแบบแลนด์สไลด์

เวียนเทียนด้วยต้นไม้ 3 มีนานี้ เปลี่ยน กทม. ให้เขียวแบบแลนด์สไลด์

ราชกิจจาฯ ชะลอนำเข้าสัตว์ปีก-ซาก จากอเมริกา สกัดไข้หวัดนกรุนแรง

ราชกิจจาฯ ชะลอนำเข้าสัตว์ปีก-ซาก จากอเมริกา สกัดไข้หวัดนกรุนแรง

กทม. สั่งจัดระเบียบ 6 จุดค้าขายบางซื่อ แก้กีดขวางทางเท้า

กทม. สั่งจัดระเบียบ 6 จุดค้าขายบางซื่อ แก้กีดขวางทางเท้า

สคร.12 สงขลา เตือน ระวัง ฮีทสโตรก ภัยเงียบจากความร้อนที่อันตรายถึงชีวิต

สคร.12 สงขลา เตือน ระวัง ฮีทสโตรก ภัยเงียบจากความร้อนที่อันตรายถึงชีวิต