ผนึกกำลังตัดวงจรอินเทอร์เน็ตข้ามชาติ ยึดของกลางเพียบ

ศูนย์ ACSC พร้อมตำรวจ ตม. ร่วมกับ กสทช. - โอเปอเรเตอร์ ผนึกกำลังตัดวงจรอินเทอร์เน็ตข้ามชาติ ยึดของกลางเพียบ!!
สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ/หัวหน้าศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง, พล.ต.ต.โสภณ สารพัฒน์ และ พล.ต.ต.อธิป พงษ์ศิวาภัย รอง ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ฝ่ายแพลตฟอร์มดิจิทัลและอินเทอร์เน็ต ร่วมกับตำรวจตรวจคนเข้าเมืองแม่สาย สำนักงาน กสทช.และ ผู้ให้บริการ AIS 3BB fiber3 และ True ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.ชนันนัทธ์ สารถวัลย์แพศย์ ผบก.ปอท.
ปฏิบัติการตรวจค้น ห้องพักใน ต.แม่สาย อ.แม่สาย จ.เชียงราย ตามหมายค้นของศาลจังหวัดเชียงรายที่ ค34/2569 ลงวันที่ 12 ก.พ.69 เพื่อพบและยึดสิ่งของ ซึ่งจะเป็นพยานหลักฐานประกอบการสอบสวน ไต่สวนมูลฟ้องหรือพิจารณา ซึ่งมีไว้เป็นความผิดหรือได้มาโดยผิดกฎหมาย หรือได้ใช้ หรือตั้งใจจะใช้ในการกระทำความผิด
พร้อมตรวจยึดของกลาง ที่ใช้ในการกระทำความผิดประกอบด้วย
- ชุดอุปกรณ์ส่งสัญญาณไร้สายความเร็วสูง 12 ชุด
- อุปกรณ์โครงข่ายปลายทาง (ISP Routers) จำนวน13 เครื่อง
- เอกสารพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง
- อุปกรณ์สนับสนุนอื่นๆ
สถานที่ตรวจค้น ห้องพักใน ต.แม่สาย อ.แม่สาย จ.เชียงราย
พฤติการณ์ จากการดำเนินการตามมาตรการป้องกันปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ภายใต้ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ หรือ ACSC เจ้าหน้าที่และผู้เกี่ยวข้องได้ประสานความร่วมมือในการสกัด
การนำสัญญาณอินเทอร์เน็ตไปใช้ในทางมิชอบและลักลอบใช้งานข้ามแดน ตรวจพบความผิดปกติทั้งปริมาณการใช้งาน และปริมาณการติดตั้งวงจรอินเตอร์เน็ตที่ผิดปกติ จึงได้ทำการตรวจค้น ห้องพักใน ต.แม่สาย
อ.แม่สาย จ.เชียงรายตาม หมายค้นของศาลจังหวัดเชียงราย ซึ่งห้องพักดังกล่าวมีระยะห่างจากชายแดน ไทย -เมียนมา ซึ่งไม่ไกลจากชายแดนประเทศเมียนมา โดยภายในห้องพักดังกล่าวพบว่าสภาพห้องบางส่วนไม่มีการอยู่อาศัย และพบการติดตั้งอุปกรณ์เครือข่ายและอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ที่มีลักษณะดัดแปลงเพื่อทำหน้าที่เป็น “จุดรวม–กระจายสัญญาณ” จำนวนหลายชิ้น รวมถึงการตั้งค่าระบบ VPN และอุปกรณ์เชื่อมต่อที่มีพฤติการณ์มุ่งส่งผ่านทราฟฟิกซึ่งถูกหันทิศการส่งสัญญาณไปยังประเทศเมียนมา
จากการให้ข้อมูลของผู้เช่าห้องดังกล่าวทำให้ทราบว่า เป็นการกระทำที่เป็นกระบวนการโดยมีการจ้างให้บุคคลทำการเปิดเช่าห้องพัก
ที่มีระยะทางไม่ไกลจากชายแดน และหลังห้องมีทิศทางหันไปด้านพรหมแดน ไทย-เมียนมา เพื่อดำเนินการติดตั้งเครื่องส่งสัญญาณข้ามแดน และจะให้ผู้รับจ้างเช่าห้องพัก ติดตั้งอินเตอร์เน็ตจากผู้ให้บริการจำนวนหลายวงจร เพื่อรองรับการใช้งานทางด้านฝั่งประเมศเมียนมา โดยมีค่าตอบแทนสำหรับผู้รับจ้างกระทำการดังกล่าวประมาณเดือนละ 10,000 บาท
การกระทำดังกล่าวเป็นความผิด พ.ร.บ.วิทยุคมนาคม พ.ศ. 2498 (ตามมาตรา 6) “ร่วมกันมีและใช้เครื่องวิทยุคมนาคมโดยไม่ได้รับใบอนุญาตจากเจ้าพนักงานผู้ออกใบอนุญาต, (ตามมาตรา 11) “ตั้งสถานีวิทยุคมนาคมโดยไม่ได้รับอนุญาต” และ พ.ร.บ.การประกอบกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2544 (ตามมาตรา 67(3)) "ผู้ใดประกอบกิจการโทรคมนาคมโดยไม่ได้รับอนุญาตหรือใช้คลื่นความถี่ในการประกอบกิจการโทรคมนาคมโดยมิได้รับอนุญาต (3) ถ้าการกระทำความผิดเป็นการประกอบกิจการซึ่งกำหนดให้ต้องมี ใบอนุญาตแบบที่สามต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินสิบล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ"
หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชน ดำเนินการยกระดับมาตรการเฝ้าระวังและตรวจสอบการใช้งานอินเทอร์เน็ตที่ผิดปกติตามแนวชายแดนอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันไม่ให้โครงข่ายถูกนำไปใช้ในทางผิดกฎหมาย และสนับสนุนการป้องกันและปราบปรามขบวนการอาชญากรรมออนไลน์ที่สร้างความเสียหายต่อประชาชนและสังคมไทย
ทั้งนี้ หากมีผู้พบเห็นพฤติกรรมผิดปกติ ที่เกี่ยวข้องกับการลากสายสัญญาณข้ามแดน หรือการส่งสัญญาฯอินเตอร์เน็ตข้ามแดน สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่เพจตำรวจสอบสวนกลาง หรือ กสทช.
ที่มา : สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

เพชร ทำเซอร์ไพรส์ขอแฟนสาวแต่งงานที่ญี่ปุ่น หวานฉ่ำรับวาเลนไทน์

โอ๋ ภัคจีรา โพสต์หวานถึงลูกสาววัย 13 ปี เผยความฝันอยากเป็นศิลปิน

บุกจับงูเหลือมตัวเท่าแขนซุกหลังคาห้องน้ำร้านอาหารย่านบางพลี

ผนึกกำลังตัดวงจรอินเทอร์เน็ตข้ามชาติ ยึดของกลางเพียบ
















