"ซีพี" เปิด CP IP Service Center ยกระดับการคุ้มครอง–ต่อยอดนวัตกรรมสร้างรายได้

ซีพีเปิด “CP IP Service Center” เป็น One Stop Service ด้าน IP ยกระดับการคุ้มครอง–ต่อยอดนวัตกรรมสร้างรายได้และแต้มต่อการแข่งขันประเทศ
3มกราคม2569, กรุงเทพมหานคร - เครือเจริญโภคภัณฑ์ โดยศูนย์นวัตกรรมและเทคโนโลยีความเป็นเลิศ (CP COE) ผนึกกำลังกรมทรัพย์สินทางปัญญากระทรวงพาณิชย์และบริษัทเอทีพีเซิร์ฟจำกัดลงนามบันทึกความร่วมมือ (MOU) พร้อมประกาศเปิดตัว “CP IP Service Center” ศูนย์บริการแบบ One Stop Service ด้านทรัพย์สินทางปัญญา (IP) ครอบคลุมการจดทะเบียนการให้คำปรึกษาการวางกลยุทธ์และการต่อยอดเชิงพาณิชย์เพื่อเร่ง “แปลงองค์ความรู้และนวัตกรรม”ให้กลายเป็น “มูลค่าเศรษฐกิจ”และเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของธุรกิจไทยบนเวทีโลก
การเปิดตัวCP IP Service Center สะท้อนทิศทางการทรานส์ฟอร์มของเครือซีพีสู่การเป็นTech-Driven Company โดยมองว่าIP ไม่ใช่เพียงประเด็นเชิงกฎหมายแต่เป็น “สินทรัพย์เชิงยุทธศาสตร์”ที่ช่วยสร้างรายได้สร้างความแตกต่างเชิงนวัตกรรมและยกระดับศักยภาพด้านเทคโนโลยีของทั้งองค์กรและประเทศผ่านความร่วมมือเชิงระบบภาครัฐเอกชนและพันธมิตร
โดยได้รับเกียรติจาก ศ.พิเศษ ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม กล่าวปาฐกถานำ พร้อมด้วย ดร.ธีระพลถนอมศักดิ์ยุทธ ประธานคณะผู้บริหารด้านความยั่งยืนองค์กรและการพัฒนากลยุทธ์ เครือเจริญโภคภัณฑ์ นางอรมนทรัพย์ ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ นายพลกฤตกิจ วชรโสภณ กรรมการผู้จัดการบริษัทเอทีพีเซิร์ฟ จำกัด ดร.ปิยาภรณ์ ภาสกานนท์ Head of Corporate Innovation Strategy เครือเจริญโภคภัณฑ์ ตลอดจนคณะผู้บริหารเครือเจริญโภคภัณฑ์และผู้แทนจากกลุ่มธุรกิจในเครือฯเข้าร่วมลงนามและเป็นสักขีพยานในพิธีดังกล่าว
ศ.พิเศษดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม กล่าวปาฐกถานำว่า “ประเทศไทยตั้งเป้าก้าวสู่ประเทศพัฒนาแล้วภายในปี2580ตามยุทธศาสตร์ชาติโดยย้ำว่าประเทศไทยซึ่งปัจจุบันอยู่ในกลุ่มประเทศรายได้ปานกลางระดับบนไม่อาจยืนอยู่ในสถานะเดิมต่อไปมิฉะนั้นจะเผชิญกับภาวะ “กับดักรายได้ปานกลาง”ซึ่งทางออกสำคัญคือการขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยการใช้นวัตกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเป็นกลไกหลักในการยกระดับโครงสร้างเศรษฐกิจเพื่อเพิ่มมูลค่าและพาประเทศกระโดดสู่ระดับประเทศพัฒนาแล้ว
พร้อมระบุว่าในบริบทโลกยุคใหม่โดยเฉพาะยุคAI ภาคธุรกิจไม่อาจก้าวสู่การเป็นองค์กรชั้นนำได้หากไม่ปรับตัวสู่การใช้เทคโนโลยีขั้นสูงซึ่งการที่เครือเจริญโภคภัณฑ์ในฐานะภาคเอกชนขนาดใหญ่เดินหน้าทรานส์ฟอร์มสู่การเป็นองค์กรที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี (Tech-Driven Company) ผ่านการจัดตั้งศูนย์นวัตกรรมและเทคโนโลยีความเป็นเลิศ (CP COE) และการพัฒนา “CP IP Service Center” ให้เป็นOne Stop Service ด้านทรัพย์สินทางปัญญาเพื่อยกระดับการคุ้มครองต่อยอดองค์ความรู้งานวิจัยนวัตกรรมและนำไปสู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการเชิงพาณิชย์จึงนับเป็นบทบาทสำคัญของภาคเอกชนในการร่วมขับเคลื่อนระบบนิเวศทรัพย์สินทางปัญญาของประเทศเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคธุรกิจไทยและเป็นพลังสำคัญในการผลักดันเศรษฐกิจไทยให้เติบโตอย่างก้าวกระโดดบนเวทีโลก”
ในการนี้ภายในพิธีดังกล่าวยังมีการจัดเสวนาในหัวข้อ “ยกระดับทรัพย์สินทางปัญญาไทยขับเคลื่อนเศรษฐกิจเสริมศักยภาพการแข่งขันประเทศ”เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองเชิงนโยบายและเชิงปฏิบัติระหว่างภาครัฐภาคเอกชนและผู้เชี่ยวชาญด้านนวัตกรรมว่าด้วยบทบาทของทรัพย์สินทางปัญญาในฐานะกลไกสำคัญในการแปลงองค์ความรู้และเทคโนโลยีให้เป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจตลอดจนแนวทางการพัฒนาระบบนิเวศนวัตกรรมของไทยให้เอื้อต่อการเติบโตของธุรกิจเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมอนาคตอย่างยั่งยืน
นางอรมนทรัพย์ทวีธรรมอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญากระทรวงพาณิชย์กล่าวว่า “ระบบทรัพย์สินทางปัญญาของไทย (Value Chain) ครอบคลุมตั้งแต่การสร้างสรรค์การจดทะเบียนคุ้มครองไปจนถึงการปกป้องไม่ให้เกิดการละเมิดโดยปัจจุบันมีการจดทะเบียนสิทธิบัตรสะสมกว่า97,000รายการและเครื่องหมายการค้ากว่า600,000รายการอย่างไรก็ตามยังมีช่องว่างสำคัญในด้านการนำทรัพย์สินทางปัญญาไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์และการบริหารจัดการทรัพย์สินทางปัญญาอย่างเป็นระบบภาครัฐ
จึงมุ่งปรับปรุงกระบวนการและงานบริการให้สอดรับกับการทำงานของภาคเอกชนมากยิ่งขึ้นเนื่องจากทรัพย์สินทางปัญญาเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาประเทศและขีดความสามารถในการแข่งขันควบคู่กับการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานด้านวิทยาศาสตร์และการวิจัยโดยการนำผลงานนวัตกรรมเข้าสู่ระบบการจดทะเบียนจะช่วยสร้างการคุ้มครองทั้งในและต่างประเทศและเปิดโอกาสให้เกิดการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ระหว่างภาคส่วนต่างๆ"
ขณะที่ ดร.ธีระพล ถนอมศักดิ์ยุทธ ประธานคณะผู้บริหารด้านความยั่งยืนองค์กรและการพัฒนากลยุทธ์เครือเจริญโภคภัณฑ์ กล่าวว่า “ทรัพย์สินทางปัญญาเป็นปัจจัยจำเป็นต่อการพัฒนาประเทศในยุคที่เศรษฐกิจต้องเปลี่ยนผ่านจากอุตสาหกรรมแบบเดิมไปสู่อุตสาหกรรมใหม่และเป็นเครื่องมือสำคัญในการดึงดูดบุคลากรคุณภาพเข้าสู่ประเทศโดยเฉพาะเมื่อองค์ความคิดความรู้และผลงานสร้างสรรค์ได้รับการคุ้มครองอย่างเหมาะสมซึ่งจะช่วยขับเคลื่อนให้เกิดสังคมแห่งภูมิปัญญา (Sustainable Intelligence) ตามแนวคิดของนายศุภชัยเจียรวนนท์รองประธานอาวุโสเครือเจริญโภคภัณฑ์ทั้งนี้สินทรัพย์ที่ไม่มีตัวตน (Intangible Assets) มีบทบาทเพิ่มขึ้นอย่างมากในระบบเศรษฐกิจโลกโดยมีอัตราการเติบโตสูงถึง143%และมีมูลค่ารวมราว7.6ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐคิดเป็นประมาณ14%ของผลิตภัณฑ์มวลรวมโลกสะท้อนว่าทรัพย์สินทางปัญญาไม่ใช่เพียงเรื่องกฎหมาย
แต่เป็น “สินทรัพย์ทางเศรษฐกิจ”ที่สามารถนำไปต่อยอดเชิงพาณิชย์พัฒนาโมเดลIP Financing และเสริมศักยภาพในการดึงดูดบุคลากรคุณภาพโดยเครือซีพีคาดหวังว่า “CP IP Service Center” ในฐานะOne Stop Service จะเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับการคุ้มครองการบริหารจัดการและการนำทรัพย์สินทางปัญญาไปสร้างคุณค่าเชิงพาณิชย์อย่างเป็นรูปธรรม”
นายพลกฤต กิจวชรโสภณ กรรมการผู้จัดการบริษัทเอทีพีเซิร์ฟจำกัดย้ำว่า “การคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาไม่ได้จำกัดอยู่เพียงทรัพย์สินที่เป็นรูปแบบทางการเท่านั้นแต่ครอบคลุมถึงทรัพย์สินที่เกิดจากความคิดสร้างสรรค์ของมนุษย์ซึ่งผู้ประกอบการควรเลือกแนวทางการคุ้มครองให้เหมาะสมกับลักษณะของทรัพย์สินทางปัญญาของตนเองและควรดำเนินการจดทะเบียนให้รวดเร็วเนื่องจากการบริหารจัดการทรัพย์สินทางปัญญาเป็นเรื่องที่มีความซับซ้อนและต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน
โดยเอทีพีเซิร์ฟได้นำทีมผู้เชี่ยวชาญเข้ามาสนับสนุนการดำเนินงานของ “CP IP Service Center” เพื่อช่วยคู่ค้าและลูกค้าในการจัดการทรัพย์สินทางปัญญาอย่างถูกต้องและเป็นระบบพร้อมส่งเสริมให้ผู้ประกอบการไทยตระหนักถึงคุณค่าในการคุ้มครองและการนำทรัพย์สินทางปัญญาไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์เนื่องจากเศรษฐกิจโลกในปัจจุบันไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยสินทรัพย์กายภาพเพียงอย่างเดียวแต่ขับเคลื่อนด้วยสินทรัพย์ที่จับต้องไม่ได้อาทิลิขสิทธิ์และทรัพย์สินทางปัญญาซึ่งเป็นสินทรัพย์ใหม่ที่มีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจยุคใหม่”
ฝั่งอุตสาหกรรมดิจิทัลนายเอกราชปัญจวีณินหัวหน้าคณะผู้บริหารด้านดิจิทัลบริษัททรูคอร์ปอเรชั่นจำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “การพัฒนาระบบIP ต้องสร้างสมดุลระหว่างสิทธิผู้สร้างสรรค์และการเข้าถึงของผู้บริโภคโดยบริษัททรูคอร์ปอเรชั่นจำกัด (มหาชน) ขับเคลื่อนงานIP ผ่าน4แกนหลักได้แก่เทคโนโลยีAI/บิ๊กดาต้า, ความร่วมมือบังคับใช้สิทธิ, ระบบนิเวศพันธมิตรและสร้างความตระหนักรู้ให้แก่ผู้บริโภคและย้ำว่าIP คือสินทรัพย์เชิงยุทธศาสตร์ของเศรษฐกิจดิจิทัลแพลตฟอร์มอีโคโนมีและซอฟต์พาวเวอร์ของไทย”
ด้านการสร้างวัฒนธรรมนวัตกรรมในองค์กรนางสาวมาลีอุทัยกิตติศัพท์รองกรรมการผู้จัดการบริษัทซีพีออลล์จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ซีพีออลล์มุ่งปลูกฝังวัฒนธรรมคิดสร้างสรรค์ให้พนักงาน “สังเกตเห็นโอกาสและต่อยอด”จนกลายเป็นนวัตกรรมที่จดทะเบียนคุ้มครองได้พร้อมมีหน่วยงานดูแลIP โดยเฉพาะนำเครื่องมือดิจิทัลมาช่วยบริหารจัดการเพื่อเพิ่มความรวดเร็วและประสิทธิภาพในการขับเคลื่อนงานด้านทรัพย์สินทางปัญญาและตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้ตรงจุด”
ในส่วนมิติอุตสาหกรรมอาหารและความยั่งยืนนายสหัสไชยโยผู้บริหารสูงสุดด้านวิศวกรรมเพื่อความเป็นเลิศด้านเทคโนโลยีบริษัทเจริญโภคภัณฑ์อาหารจำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ซีพีเอฟใช้นวัตกรรมทั้งชีวเทคโนโลยีและวิศวกรรมเพื่อยกระดับมาตรฐานการผลิตความปลอดภัยทางอาหารและการตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability) ควบคู่การจดสิทธิบัตรคุ้มครองIP เพื่อรักษาคุณค่าของนวัตกรรมเสริมการแข่งขันและต่อยอดสู่การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์อย่างเป็นรูปธรรม”
ขณะที่ภาคเศรษฐกิจสร้างสรรค์ นายพอล สิริสันต์ กรรมการผู้จัดการบริษัทคลาวด์อีเลฟเว่น จำกัด ระบุว่า “บริษัทคลาวด์อีเลฟเว่นจำกัดมุ่งทำให้ความรู้ด้านIP เข้าถึงนักสร้างสรรค์รายย่อยและผู้ประกอบการรุ่นใหม่ผ่านเนื้อหาที่เข้าใจง่ายและใช้งานได้จริงรวมถึงบูรณาการความรู้IP ในหลักสูตรฝึกอบรมเพื่อให้ผู้สร้างสรรค์เห็นคุณค่าการปกป้องผลงานและนำไปต่อยอดเชิงพาณิชย์ได้อย่างยั่งยืน”
พิธีลงนามบันทึกความร่วมมือ (MOU) ครั้งนี้มุ่งเชื่อม “งานวิจัยและนวัตกรรม”สู่ “การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์”อย่างเป็นรูปธรรมโดยส่งเสริมการคุ้มครองและการต่อยอดผลงานวิจัยของซีพีรีเสิร์ชโดยเครือเจริญโภคภัณฑ์ควบคู่กับการพัฒนาองค์ความรู้และทักษะด้านทรัพย์สินทางปัญญาแก่บุคลากรนักวิจัยและผู้ประกอบการในเครือข่ายพร้อมขับเคลื่อนความร่วมมือภาครัฐ–เอกชนเพื่อใช้องค์ความรู้และทรัพย์สินทางปัญญาเป็นฐานในการผลักดันนวัตกรรมเศรษฐกิจและเสริมขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศอย่างยั่งยืน
ปัจจุบันเครือซีพีมีสิทธิบัตรและอนุสิทธิบัตรสะสม4,592ฉบับตอกย้ำบทบาทองค์กรนวัตกรรมที่จะผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางดิจิทัลแห่งอาเซียนและปูทางสู่ “สังคมแห่งภูมิปัญญาที่ยั่งยืน” (Sustainable Intelligence) โดยภายในงานยังมีการนำนวัตกรรมตัวอย่างที่ได้รับการจดสิทธิบัตรอนุสิทธิบัตรและคำขอแล้วมาจัดแสดงซึ่งประกอบด้วย
1. ชุดตรวจหาเชื้อVibrio parahaemolyticus สายพันธุ์ก่อโรคAHPND ด้วยเทคนิคReal-time PCR นวัตกรรมตรวจเชื้อก่อโรคกุ้งได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำช่วยเสริมการเฝ้าระวังป้องกันการระบาดและยกระดับความปลอดภัยทางชีวภาพในฟาร์มกุ้งจากบริษัทเจริญโภคภัณฑ์อาหารจำกัด (มหาชน)
2. BiFiO Probiotic (บิฟิโอโพรไบโอติก) โพรไบโอติก–พรีไบโอติกสูตรเฉพาะช่วยเสริมภูมิคุ้มกันปรับสมดุลลำไส้และลดอาการภูมิแพ้ในระยะยาวจากบริษัทเจริญโภคภัณฑ์อาหารจำกัด (มหาชน)
3. อุปกรณ์สำหรับบรรจุสินค้า-อุปกรณ์แท่งเหล็กช่วยลดเวลาลดขั้นตอนการทำงานของพนักงานในการเติมสินค้าแบบแขวนให้เร็วขึ้น40นาทีต่อวันต่อสาขาจากบริษัทซีพีออลล์จำกัด (มหาชน)
4. สมอบก-เสาป้องกันอุบัติเหตุบริเวณลานจอดรถหน้าร้านสะดวกซื้อโดยหากรถชนจะทำหน้าที่พับและล๊อคไม่ให้รถเคลื่อนตัวจากบริษัทซีพีออลล์จำกัด (มหาชน)
5. ระบบแก้คำผิดอัตโนมัติด้วยPhonetic BK-Tree สำหรับE-Commerce นวัตกรรมแก้คำพิมพ์ผิดหลายภาษาช่วยให้ค้นหาสินค้าที่ “ใช่”ได้เร็วขึ้นลดเวลาหาสินค้าลงกว่า50%จากบริษัทซีพีแอ็กซ์ตร้าจำกัด (มหาชน)
6. ระบบแนะนำสินค้าเฉพาะบุคคลสำหรับE-Commerce นวัตกรรมแนะนำสินค้าได้ตรงใจรายบุคคลช่วยเพิ่มมูลค่าตะกร้าสินค้าเฉลี่ยกว่า35%จากบริษัทซีพีแอ็กซ์ตร้าจำกัด (มหาชน)
7. Automatic Speech Recognition (ASR): ระบบกระบวนการตอบโต้ผู้ใช้ด้วยการรู้จำเสียงพูดภาษาไทยนวัตกรรมแพลตฟอร์มCall Centerอัจฉริยะแปลงเสียงเป็นข้อความความแม่นยำสูงช่วยลดเวลารอสายลดภาระงานและยกระดับประสบการณ์ลูกค้าจากบริษัททรูคอร์เปอร์เรชั่นจำกัด (มหาชน) 8. Wong-WAI: นวัตกรรมAI–NLP วิเคราะห์กระแสโซเชียลแบบเกือบเรียลไทม์ทำงานอัตโนมัติ24ชม. ช่วยองค์กรรับมือคอมเมนต์เชิงลบได้ทันท่วงทีจากบริษัททรูคอร์เปอร์เรชั่นจำกัด (มหาชน)
การเปิดตัว “CP IP Service Center” สะท้อนบทบาทของCP COE ในการยกระดับการบริหารจัดการทรัพย์สินทางปัญญาของเครือซีพีอย่างเป็นระบบตั้งแต่ต้นน้ำขององค์ความรู้งานวิจัยและนวัตกรรมไปจนถึงการต่อยอดเชิงพาณิชย์ในโลกธุรกิจจริงพร้อมตอกย้ำมุมมองว่า “ทรัพย์สินทางปัญญา”ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการจดสิทธิบัตรแต่เป็นกลไกเชิงยุทธศาสตร์ที่ช่วยแปลงความคิดสร้างสรรค์ให้เป็นคุณค่าทางเศรษฐกิจสร้างรายได้เสริมศักยภาพด้านเทคโนโลยีและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของทั้งองค์กรและประเทศผ่านความร่วมมือเชิงระบบกับกรมทรัพย์สินทางปัญญาและพันธมิตรภาคธุรกิจอย่างATP SERVE เพื่อร่วมกันยกระดับศักยภาพของภาคธุรกิจไทยในการสร้างความแตกต่างเชิงนวัตกรรมและนำไปสู่การใช้งานจริงเชิงพาณิชย์อย่างเป็นรูปธรรม

ดีอี ยืนยันพบผู้ป่วย “โรคไข้นกแก้ว” รายแรกในประเทศไทย

เตรียมตัวด่วน! วันนี้หนาวกว่าเดิม ยอดดอยติดลบระวังน้ำค้างแข็ง

นุ่น รมิดา เผยนาทีชีวิต เสียงแห่งความหวังจากห้อง ICU ตลอด 4 วันเต็ม

"จ๊ะ นงผณี" เผยครั้งแรกค่ารักษาพ่อ ลั่น ต้องหมดเนื้อหมดตัวก็ยอม
















