ข่าว

heading-ข่าว

เตรียมรับมือ ครม. เคาะ 8 มาตรการสู้วิกฤตแล้ง เช็กเลยกระทบพื้นที่ไหนบ้าง

03 ก.พ. 2569 | 15:27 น.
เตรียมรับมือ ครม. เคาะ 8 มาตรการสู้วิกฤตแล้ง เช็กเลยกระทบพื้นที่ไหนบ้าง

เปิดผัง 8 มาตรการรับมือฤดูแล้งปี 69 รัฐบาลสั่งเข้มจัดการน้ำ กางแผนป้องกันวิกฤตที่คนไทยต้องรู้เช็กเลยกระทบพื้นที่ไหนบ้าง

คณะรัฐมนตรีมีรับทราบ มาตรการรองรับฤดูแล้ง ปี 2568/2569 (8 มาตรการ) เพื่อให้บริหารจัดการทรัพยากรน้ำให้มีประสิทธิภาพและเตรียมความพร้อมรับมือกับสถานการณ์ฤดูแล้ง


วันนี้ 3 กุมภาพันธ์ 2569 นางสาวอัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีมีรับทราบมาตรการรองรับฤดูแล้ง ปี 2568/2569 (8 มาตรการ) และมอบหมายหน่วยงานดำเนินการตามมาตรการดังกล่าว โดยรายงานให้ กนช. ทราบ พร้อมทั้งสรุปผลการดำเนินงานรายงานคณะรัฐมนตรีเพื่อทราบต่อไป ตามที่คณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.) เสนอ

 

เตรียมรับมือ ครม. เคาะ 8 มาตรการสู้วิกฤตแล้ง เช็กเลยกระทบพื้นที่ไหนบ้าง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

heading-ข่าวที่เกี่ยวข้อง

นางสาวอัยรินทร์ กล่าวว่า สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ร่วมกันดำเนินการถอดบทเรียนการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำฤดูแล้งปี 2567/2568  และนำผลการถอดบทเรียนไปวางแผนการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำรวมถึงจัดทำมาตรการรองรับฤดูแล้ง ปี 2568/2569 เพื่อให้บริหารจัดการทรัพยากรน้ำให้มีประสิทธิภาพและเตรียมความพร้อมรับมือกับสถานการณ์ฤดูแล้งตามปฏิทินการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ โดยมีรายละเอียด ดังนี้

 

1.กรอบแนวทางการวางแผนการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำฤดูแล้ง ปี 2568/2569 ดังนี้

1) ด้านประมาณน้ำต้นทุน ได้มีการคาดการณ์ปริมาณน้ำต้นทุนในเขตชลประทานและนอกเขตชลประทาน ปริมาณน้ำที่นำมาใช้ได้ และแหล่งน้ำบาดาลตามข้อมูลศักยภาพน้ำบาดาล ซึ่งพบว่ามีปริมาณน้ำต้นทุน ณ วันที่ 1 พฤศจิกายน 2568 จำนวน 120,723 ล้านลูกบาศก์เมตร

2) ด้านความต้องการใช้น้ำ ได้มีประเมินความต้องการใช้น้ำรายกิจกรรมการใช้น้ำสำหรับวางแผนจัดสรรน้ำ ประกอบด้วย (1) การอุปโภคบริโภค (2) การเกษตร (3) รักษาระบบนิเวศ (4) อุตสาหกรรม และ (5) พาณิชยกรรม/การท่องเที่ยว โดยให้เป็นไปตามลำดับความสำคัญที่คณะกรรมการลุ่มน้ำกำหนดโดยได้มีแผนจัดสรรน้ำฤดูแล้งทั้งประเทศ จำนวน 46,983 ล้านลูกบาศก์เมตร และแผนการเพาะปลูกพืชฤดูแล้งทั้งประเทศ จำนวน 15.60 ล้านไร่

3) พื้นที่เสี่ยงขาดแคลนน้ำได้การประเมินพื้นที่เสี่ยงขาดแคลนน้ำ ณ เดือนพฤศจิกายน 2568 ซึ่งพบว่ามีพื้นที่คาดว่าจะเสี่ยงในช่วงฤดูแล้ง ปี 2568/2569 ดังนี้ (1) ด้านอุปโภคบริโภค ได้พบว่าอยู่ในพื้นที่ในเขตบริการของการประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.)  จำนวน 16 จังหวัด และพื้นที่นอกเขตบริการของ กปภ. (ประปาท้องถิ่น) จำนวน 25 จังหวัด (2) ด้านการเกษตร โดยจากการวิเคราะห์สมดุลน้ำรายตำบล พบว่ามีพื้นที่เสี่ยง จำนวน 3 จังหวัด และการประเมินโดย Drought Risk Index (DRI) พบว่ามีพื้นที่ จำนวน 9 จังหวัด และ (3) ด้านคุณภาพน้ำ ได้มีการเฝ้าระวังแม่น้ำสายหลักในพื้นที่ 22 ลุ่มน้ำ รวมทั้งพื้นที่ในเขตบริการของ กปภ. จำนวน 5 จังหวัด และพื้นที่ในเขตบริการของการประปานครหลวงในพื้นที่กรุงเทพมหานคร (กทม.) ฝั่งตะวันออก จังหวัดนนทบุรี และจังหวัดสมุทรปราการ

2. มาตรการรองรับฤดูแล้ง ปี 2568/2569  ดังนี้ 

มาตรการที่ 1 คาดการณ์ชี้เป้าและแจ้งเตือนพื้นที่เสี่ยงขาดแคลนน้ำ (ก่อนและตลอดฤดูแล้ง) ประกอบด้วย

1) ด้านน้ำต้นทุน (Supply) จำนวน 2 มาตรการ ได้แก่ (1) เพิ่มประสิทธิภาพการคาดการณ์ ระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว เพื่อบริหารจัดการน้ำได้อย่างต่อเนื่องทั้งฤดูฝนและฤดูแล้ง และจัดทำข้อมูลพื้นที่ที่เสี่ยงขาดแคลนน้ำ รวมถึงการประยุกต์ใช้ภาพดาวเทียมในการคาดการณ์พร้อมทั้งติดตามเฝ้าระวัง และประเมินสถานการณ์ตลอดฤดูแล้ง ได้แก่ ด้านอุปโภค บริโภค ด้านการเกษตร และด้านคุณภาพน้ำ (2) จัดทำระบบฐานข้อมูลกลางที่มีมาตรฐานเพื่อใช้ในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ได้แก่ ความต้องการใช้น้ำและแนวโน้มการขาดแคลน แหล่งน้ำ (ผิวดิน/บาดาล)รวมถึงจัดทำแนวทางการรองรับการขาดแคลนน้ำและการช่วยเหลือ

มาตรการที่ 2 สร้างความมั่นคงน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคและการเกษตรอย่างมีประสิทธิภาพ (ก่อนและตลอดฤดูแล้ง) ได้แก่ 

(1) พัฒนาระบบประปา ปรับปรุง บำรุงรักษาระบบประปาเดิม และเป่าล้างทำความสะอาดบ่อบาดาล 

(2) ซ่อมแซมและเพิ่มประสิทธิภาพการกักเก็บน้ำแหล่งน้ำเดิม พัฒนาแหล่งน้ำใหม่ และระบบกระจายน้ำ พร้อมเชื่อมโยงโครงข่ายน้ำและแหล่งน้ำในจุดที่มีศักยภาพ เช่น ขุดลอกแหล่งน้ำหรือลำน้ำ เพิ่มความจุอ่างเก็บน้ำเดิม เจาะบ่อบาดาล

(3) จัดทำแผนปฏิบัติการฝนหลวงรองรับพื้นที่เสี่ยงขาดแคลนน้ำ และปฏิบัติการเติมน้ำให้กับแหล่งน้ำ พื้นที่เกษตร และพื้นที่เสี่ยงขาดแคลนน้ำตามสภาพอากาศที่เหมาะสม 

(4) จัดทำแผนปฏิบัติการและปฏิบัติการสูบผันน้ำในพื้นพื้นที่ที่มีศักยภาพ 

(5) เตรียมความพร้อมเครื่องจักรเครื่องมือให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งานและเข้าช่วยเหลือในพื้นที่เสี่ยงขาดแคลนน้ำได้ทันสถานการณ์

มาตรการที่ 3 กำหนดแผนจัดสรรน้ำและพื้นที่เพาะปลูกพืชฤดูแล้งบริหารจัดการน้ำให้เป็นไปตามลำดับความสำคัญการใช้น้ำที่คณะกรรมการลุ่มน้ำกำหนด (ก่อนและตลอดฤดูแล้ง) 

(1) กำหนดแผนการจัดสรรน้ำให้สอดคล้องกับปริมาณน้ำต้นทุนและเกณฑ์ปริมาณน้ำต้นทุนฤดูฝน ปี 2569 ให้สอดคล้องกับการคาดการณ์สถานการณ์เอลนีโญ และลานีญา พร้อมบริหารจัดการน้ำให้เป็นไปตามลำดับความสำคัญการใช้น้ำที่คณะกรรมการลุ่มน้ำกำหนด โดยให้คำนึงถึงกิจกรรมการใช้น้ำด้านท้ายน้ำร่วมด้วย เช่น การเลี้ยงปลาในกระชัง เป็นต้น รวมถึงทำแผนปฏิบัติการส่งน้ำ และควบคุมการใช้น้ำของพื้นที่ลุ่มน้ำตอนบนให้เป็นไปตามแผน พร้อมทั้งแจ้งแผนให้ มท. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับทราบและปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด

(2) กำหนดแผนเพาะปลูกพืชฤดูแล้งและขึ้นทะเบียนเกษตรกร โดยระบุพื้นที่คาดการณ์เพาะปลูก และแหล่งน้ำที่นำมาใช้ให้ชัดเจน ในรูปแบบแผนที่ เพื่อให้การเพาะปลูกสอดคล้องกับปริมาณน้ำต้นทุน พร้อมทั้งกำหนดมาตรการป้องกันและแก้ไขการเพาะปลูกพืชพื้นที่บอกแผนและพื้นที่ที่ไม่สามารถสนับสนุนน้ำเพื่อการเพาะปลูกได้ โดยมอบหมายหน่วยงานที่รับผิดชอบประชาสัมพันธ์และสร้างการรับรู้ให้กับเกษตรกรอย่างต่อเนื่อง

(3) กำหนดแผนและควบคุมการจัดสรรน้ำในพื้นที่ลุ่มที่ 11 ทุ่ง และลุ่มน้ำเจ้าพระพระยา สำหรับการเพาะปลูกเพื่อให้เก็บเกี่ยวได้ทันก่อนฤดูน้ำหลาก พร้อมทั้งจัดทำมาตรการเสริมเพื่อส่งน้ำไปยังพื้นที่ลุ่มต่ำเป้าหมาย
(4) สำรวจ ตรวจสอบความมั่นคง คันคลอง เขื่อนป้องกันตลิ่ง ถนนที่เชื่อมต่อกับทางน้ำในพื้นที่ที่อาจจะเกิดการทรุดตัวจากระดับน้ำในทางน้ำที่อาจจะลดต่ำกว่าปกติ

มาตรการที่ 4 เพิ่มประสิทธิภาพการใช้น้ำ ประหยัดน้ำ และลดการสูญเสียน้ำในทุกภาคส่วน (ก่อนและตลอดฤดูแล้ง) ดังนี้ 

(1) สนับสนุนข้อมูลทางวิชาการ ถ่ายทอด เผยแพร่ผลการวิจัยและพัฒนา เพื่อนําไปใช้ประโยชน์ในการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้น้ำภาคการเกษตร และส่งเสริมการปรับเปลี่ยนการเพาะปลูกพืชเพื่อลดความเสี่ยงต่อการขาดแคลนน้ำและเพิ่มรายได้ในพื้นที่ เช่น ปลูกพืชใช้น้ำน้อย หรือพืชที่เหมาะสมกับศักยภาพ ของพื้นที่ และนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการบริหารจัดการน้ำ

 (2) วางแผนการประหยัดน้ำของหน่วยงานภาครัฐ เอกชน และประชาชน พร้อมทั้งประชาสัมพันธ์รณรงค์การใช้น้ำอย่างประหยัด และส่งเสริมสนับสนุน ให้โรงงานอุตสาหกรรม ใช้ระบบ 3R เพื่อลดการใช้น้ำจากแหล่งน้ำต่าง ๆ และ 

(3) ลดการสูญเสียน้ำในระบบประปาและระบบชลประทาน ได้แก่ ลดการสูญเสียน้ำในระบบประปา เพิ่มประสิทธิภาพการส่งน้ำในระบบชลประทาน โดยการปรับรอบเวรการส่งน้ำให้สอดรับกับปริมาณความต้องการน้ำของพื้นที่รวมถึงการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีภาพถ่ายดาวเทียมในการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำและจัดทำปฏิทินรอบเวรการส่งน้ำในพื้นที่เกิดวิกฤติขาดแคลนน้ำ


มาตรการที่ 5 เฝ้าระวังและแก้ไขคุณภาพน้ำ (ตลอดฤดูแล้ง) ดังนี้

(1) เฝ้าระวัง ตรวจวัด ควบคุม และแก้ไขคุณภาพน้ำในแม่น้ำสายหลักและสายรอง แหล่งน้ำที่รับน้ำจากภาคอุตสาหกรรม การเกษตร และชุมชน รวมถึงปริมาณน้ำระบาย จากทุ่งรับน้ำและพื้นที่น้ำท่วมในช่วงปลายฤดูฝนที่อาจส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศ และคุณภาพน้ำดิบสำหรับผลิตน้ำประปา รวมทั้งเตรียมแผนปฏิบัติการรองรับ กรณีเกิดปัญหาและแจ้งเดือนพื้นที่ที่อาจได้รับผลกระทบ พร้อมทั้งรายงานผลการแก้ไข คุณภาพน้ำ

(2) สำรวจและจัดทำแผนติดตั้งสถานีตรวจวัดอัตโนมัติเพิ่มเติมในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงปัญหาคุณภาพน้ำ

(3) จัดทำแผนที่เฝ้าระวังคุณภาพน้ำในแม่น้ำสายสำคัญ

มาตรการที่ 6 เสริมสร้างความเข้มแข็งด้านการบริหารจัดการน้ำของชุมชน/องค์กรผู้ใช้น้ำ (ตลอดฤดูแล้ง)


(1) เสริมสร้างความเข้มแข็งด้านการบริหารจัดการน้ำของชุมชนและองค์กรผู้ใช้น้ำ ที่เสี่ยงขาดแคลนน้ำ โดยสร้างความรู้ความเข้าใจในการวางแผนการใช้น้ำจากแหล่งน้ำ ที่มีอยู่ การเตรียมจัดหาน้ำสำรองและการกักเก็บให้มีน้ำเพียงพอตลอดฤดูแล้ง รวมทั้งพัฒนาและเพิ่มประสิทธิภาพแหล่งน้ำชุมชน และส่งเสริมการบริหารจัดการน้ำ การใช้ทรัพยากรน้ำร่วมกันระหว่างตำบลและองค์กรผู้ใช้น้ำที่อยู่ใกล้เคียงกัน 

(2) เสริมสร้างความเข้มแข็งด้านเทคนิคในการซ่อมแซมและบำรุงรักษาอาคารบังคับน้ำ เครื่องสูบน้ำ ระบบประปาท้องถิ่น เครื่องจักรเครื่องมืออื่น ๆ

(3) ขับเคลื่อนผ่านกลไกองค์กรผู้ใช้น้ำ โดยการส่งเสริมองค์ความรู้ แนวคิด วิธีการ การใช้น้ำอย่างประหยัดน้ำ เช่นการจัดทำคู่มือการใช้อย่างรู้คุณค่าและประหยัดน้ำ

มาตรการที่ 7 สร้างการรับรู้ ประชาสัมพันธ์ (ก่อนและตลอดฤดูแล้ง) สร้างการรับรู้ประชาสัมพันธ์ สถานการณ์การวางแผนบริหารจัดการน้ำ เละการควบคุมการใช้น้ำเพื่อให้เกิดความร่วมมือในการใช้น้ำอย่างประหยัดและเป็นไปตามแผนที่กำหนดได้อย่างมีประสิทธิภาพการจัดทำแผนประชาสัมพันธ์อย่างเป็นระบบ

มาตรการที่ 8 ติดตามและประเมินผลการดำเนินงาน (ตลอดและหลังจากสิ้นสุดฤดูแล้ง)

(1) ติดตามผลการดำเนินงานให้เป็นไปตามแผน พร้อมจัดทำระบบการติดตาม มาตรการโดยพัฒนาฐานข้อมูล เช่น พื้นที่เสี่ยง แหล่งน้ำ เครื่องจักรเครื่องมือ และการให้ความช่วยเหลือ เป็นต้น ในรูปแบบออนไลน์ หน่วยงานรายงานผล /การให้ความช่วยเหลือ และหากพบการขาดแคลนน้ำหรือภัยแล้งให้รายงานมายัง สทนช. เละคณะกรรมการลุ่มน้ำ

(2) ประเมินผลงานตามมาตรการ พร้อมสรุปบทเรียน
 

ข่าวล่าสุด

heading-ข่าวล่าสุด

ข่าวเด่น

สื่อญี่ปุ่นชี้ไทยเข้าสู่ Cat Economy คาดตลาดพุ่งแสนล้านปี 2026

สื่อญี่ปุ่นชี้ไทยเข้าสู่ Cat Economy คาดตลาดพุ่งแสนล้านปี 2026

อุทยานฯ สิมิลัน ช่วยเต่าหญ้าติดอวนเกาะบอน ส่งรักษาภูเก็ต

อุทยานฯ สิมิลัน ช่วยเต่าหญ้าติดอวนเกาะบอน ส่งรักษาภูเก็ต

เตรียมตัวด่วน! ร้อนจัดทะลุ 40 องศาฯ แถมฝนถล่มลมแรง 21 จว.

เตรียมตัวด่วน! ร้อนจัดทะลุ 40 องศาฯ แถมฝนถล่มลมแรง 21 จว.

กินทุกวันระวัง 5 เมนู เสี่ยงเกาต์โดยไม่รู้ตัว มีกรดยูริกสูงมาก

กินทุกวันระวัง 5 เมนู เสี่ยงเกาต์โดยไม่รู้ตัว มีกรดยูริกสูงมาก

เผยอาการป่วยล่าสุด "เพชร ปากปลาร้าหน้าเป๊ะ" หลังร่างกายซูบผอม

เผยอาการป่วยล่าสุด "เพชร ปากปลาร้าหน้าเป๊ะ" หลังร่างกายซูบผอม