ความดันโลหิตสูง ภัยเงียบทำลายหัวใจ เสี่ยงหัวใจเต้นผิดจังหวะ

ความดันโลหิตสูงไม่ใช่แค่ตัวเลขบนเครื่องวัด แต่คือภัยเงียบที่ค่อย ๆ ทำลายหัวใจและหลอดเลือด หากปล่อยไว้โดยไม่ควบคุม อาจนำไปสู่โรคร้ายแรงที่ส่งผลต่อชีวิตได้โดยตรง
การปล่อยให้ความดันโลหิตสูงโดยไม่ควบคุม หรือขาดการตระหนักรู้ถึงสถานะสุขภาพของตนเอง เปรียบเสมือนการส่งแรงกระแทกใส่หัวใจและหลอดเลือดอยู่ตลอดเวลา ซึ่งอาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนร้ายแรงที่กระทบต่อหัวใจโดยตรง โดยเฉพาะ 3 โรคสำคัญ ดังนี้
1. โรคหลอดเลือดแดงหัวใจตีบ
เมื่อความดันโลหิตสูงเป็นเวลานาน ผนังหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงหัวใจจะค่อย ๆ แข็งตัวและหนาขึ้น จนเกิดการตีบแคบหรืออุดตัน ส่งผลให้เลือดไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจไม่เพียงพอ และอาจนำไปสู่ภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลันได้
2. โรคหัวใจล้มเหลว (หัวใจวาย)
ความดันโลหิตสูงที่ไม่ได้รับการรักษา ทำให้หัวใจต้องทำงานหนักขึ้นอย่างต่อเนื่อง กล้ามเนื้อหัวใจจึงหนาตัวขึ้นเพื่อรับแรงดันที่เพิ่มขึ้น แต่ในระยะยาวหัวใจจะอ่อนล้า ไม่สามารถบีบตัวหรือคลายตัวได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้เลือดไปเลี้ยงร่างกายไม่เพียงพอ ผู้ป่วยมักมีอาการเหนื่อยง่าย บวม และอาจเป็นอันตรายถึงชีวิต
3. โรคหัวใจเต้นผิดจังหวะ
ความดันโลหิตสูงเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้หัวใจห้องบนซ้ายโตผิดปกติ ซึ่งอาจนำไปสู่ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะชนิด “หัวใจห้องบนสั่นพริ้ว” ภาวะนี้ไม่เพียงทำให้หัวใจทำงานหนักขึ้นและเสี่ยงหัวใจล้มเหลว แต่ยังเสี่ยงต่อการเกิดลิ่มเลือดในหัวใจ ซึ่งอาจหลุดไปอุดตันหลอดเลือดสมอง ทำให้เกิดอัมพฤกษ์ อัมพาต หรืออุดตันหลอดเลือดในอวัยวะอื่นได้
อย่ารอให้สายเกินไป
การควบคุมความดันโลหิตให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ (ไม่เกิน 120/80 มม.ปรอท) คือการปกป้องหัวใจที่ดีที่สุด ควรปรับพฤติกรรมด้วยการลดอาหารหวาน มัน เค็ม ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมออย่างน้อยสัปดาห์ละ 5 วัน วันละประมาณ 30 นาที และควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์เหมาะสมตามค่าดัชนีมวลกาย (BMI) เพื่อสุขภาพหัวใจที่แข็งแรงในระยะยาว
ที่มา : ตำราความดันโลหิตสูง สมาคมโรคความดันโลหิตสูง เผยแพร่ 28 สิงหาคม 2568

แห่สาธุ มดออย เผยปาฏิหาริย์ สิ่งเดียวที่ได้คืน หลังโดนขโมยตู้เซฟ

สะเทือนใจ ญาติเผย "เหน่ง เหม่งจ๋าย" เหมือนรู้ตัว รีบมาหาภรรยา

"สำนักงานตำรวจแห่งชาติ" ยืนยันแล้ว ข่าวปลอม เปลี่ยนเครื่องแบบตำรวจ

กินทุเรียนให้ปลอดภัย 5 เรื่องต้องระวัง ทานถูกวิธีดีต่อสุขภา
















