โอกาสทองเกษตรกรไทย ดัน "กุ้งชฎา" ดาวรุ่งใหม่ ป้อนตลาดญี่ปุ่น-จีน

นักวิจัยไทยเปิดทางเลือกใหม่ให้เกษตรกร ด้วย “กุ้งชฎา” สัตว์น้ำเศรษฐกิจดาวรุ่ง เลี้ยงสั้น กำไรไว หลังตลาดญี่ปุ่น–จีนต้องการสูง พร้อมดันสู่การผลิตระดับอุตสาหกรรม
เปิดตัว “กุ้งชฎา” ดาวรุ่งสัตว์น้ำเศรษฐกิจใหม่ โอกาสทองเกษตรกรไทย ป้อนตลาดญี่ปุ่น-จีน
วงการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำไทยเตรียมรับโอกาสใหม่ เมื่อ “กุ้งชฎา” ถูกผลักดันขึ้นแท่นสัตว์น้ำเศรษฐกิจทางเลือก หลังนักวิจัยไทยพัฒนากระบวนการเพาะเลี้ยงในระดับอุตสาหกรรมสำเร็จ เตรียมเจาะตลาดส่งออกญี่ปุ่นและจีน ซึ่งมีความต้องการสูงต่อเนื่อง
วงการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำไทยเตรียมรับโอกาสใหม่ เมื่อ “กุ้งชฎา” ถูกผลักดันขึ้นแท่นสัตว์น้ำเศรษฐกิจทางเลือก หลังนักวิจัยไทยพัฒนากระบวนการเพาะเลี้ยงในระดับอุตสาหกรรมสำเร็จ เตรียมเจาะตลาดส่งออกญี่ปุ่นและจีน ซึ่งมีความต้องการสูงต่อเนื่อง
กุ้งชฎา เป็นชื่อเรียกที่คนไทยใช้กับกุ้งน้ำจืดขนาดเล็ก ความยาวลำตัวราว 3–6 เซนติเมตร อยู่ในวงศ์เดียวกับกุ้งก้ามกราม พบได้ทั้งในแหล่งน้ำจืดและน้ำกร่อยของไทย มีลักษณะและรสชาติใกล้เคียงกับ “กุ้งแม่น้ำญี่ปุ่น” (Macrobrachium nipponense) ซึ่งเป็นกุ้งยอดนิยมในประเทศญี่ปุ่นและจีน
ล่าสุด กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดย ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) สวทช. เดินหน้าพัฒนากระบวนการเพาะเลี้ยงกุ้งชฎาในระดับอุตสาหกรรม เพื่อเป็นทางเลือกใหม่ให้เกษตรกรไทย โดยได้รับการสนับสนุนทุนวิจัยจากโครงการ ITAP สวทช. ร่วมกับภาคเอกชน บริษัท เอเชีย พราวด์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด
ดร.สิรินาถ เตชา นักวิจัยทีมเทคโนโลยีชีวภาพทางทะเล ไบโอเทค สวทช. เปิดเผยว่า ปัจจุบันญี่ปุ่นและจีนประสบปัญหาการผลิตกุ้งแม่น้ำญี่ปุ่นไม่เพียงพอต่อความต้องการ เนื่องจากพ่อแม่พันธุ์มีภาวะเลือดชิด ทำให้ขนาดตัวกุ้งเล็กลง ส่งผลให้ผู้ประกอบการอาหารทะเลหันมามอง “กุ้งชฎา” ซึ่งมีความใกล้เคียงในด้านลักษณะและรสชาติ เป็นทางเลือกใหม่ในการผลิตเชิงพาณิชย์
เมื่อภาคเอกชนไทยส่งโจทย์ความต้องการ ทีมวิจัยจึงเร่งพัฒนากระบวนการเพาะเลี้ยงอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การคัดเลือกพ่อแม่พันธุ์ การเพาะฟักลูกกุ้งในห้องปฏิบัติการ การควบคุมสภาพแวดล้อม และการพัฒนาสูตรอาหาร จนได้องค์ความรู้ครบวงจร สามารถผลิตลูกกุ้งชฎาระยะ PL เพื่อนำไปเลี้ยงต่อในบ่อดินจนโตเต็มวัยได้
ดร.สิรินาถ ระบุเพิ่มเติมว่า ปริมาณกุ้งชฎาในธรรมชาติยังไม่เพียงพอสำหรับการส่งออก การเพาะเลี้ยงในระบบอุตสาหกรรมจึงเป็นคำตอบ โดยขณะนี้อยู่ระหว่างขอรับการสนับสนุนทุนวิจัยจากภาครัฐ เพื่อขยายผลสู่เกษตรกรในทุกขั้นตอน ตั้งแต่ฟาร์มพ่อแม่พันธุ์ โรงเพาะฟัก การอนุบาลลูกกุ้ง ไปจนถึงฟาร์มเลี้ยงเชิงพาณิชย์
ทั้งนี้ คาดว่าจะสามารถส่งมอบลูกกุ้งชฎาระยะ PL ให้เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการทดลองเลี้ยงในบ่อดินได้ภายในไตรมาส 3 ปี 2569
ด้านกระแสตอบรับจากผู้ประกอบการและเกษตรกรถือว่าดีมาก เนื่องจากการเลี้ยงกุ้งชฎาใช้วิธีใกล้เคียงกับกุ้งก้ามกราม สามารถใช้บ่อเดิมได้โดยไม่ต้องลงทุนเพิ่มมากนัก อีกทั้งกุ้งชฎายังเลี้ยงได้หนาแน่น ใช้เวลาเพียง 60–90 วัน ก็จับขายได้ ขณะที่กุ้งก้ามกรามต้องใช้เวลาเลี้ยงนานถึง 150–210 วัน โดยราคารับซื้อใกล้เคียงกัน ช่วยให้เกษตรกรหมุนเวียนรายได้ได้เร็วขึ้น
การผลักดัน “กุ้งชฎา” สู่การเพาะเลี้ยงในระดับอุตสาหกรรม จึงนับเป็นอีกก้าวสำคัญในการยกระดับอุตสาหกรรมสัตว์น้ำไทย เพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันในตลาดโลก และสร้างทางเลือกใหม่ในการสร้างรายได้อย่างยั่งยืนให้เกษตรกรไทยในอนาคต
ขอบคุณข้อมูล สวทช.

"หวยฮานอยวันนี้" 30/1/69 หวยฮานอยสดวันนี้ ฮานอยออกอะไร 30 ม.ค. 68

โอกาสทองเกษตรกรไทย ดัน "กุ้งชฎา" ดาวรุ่งใหม่ ป้อนตลาดญี่ปุ่น-จีน

สรุปความต่าง อั่งเปา-แต๊ะเอีย คืออะไร? ที่มาที่หลายคนยังไม่รู้

ฝันว่าตัดผม หมายถึงอะไร หมอมีนเปิดคำทำนาย พร้อมเลขเด็ดเสริมโชค
















