ข่าว

ที่ดินว่างอย่าปล่อยทิ้ง เปิดโผ 57 พืช ปลูกแล้วได้ลดภาษีที่ดิน

20 ม.ค. 2569 | 13:47 น.
ที่ดินว่างอย่าปล่อยทิ้ง เปิดโผ 57 พืช ปลูกแล้วได้ลดภาษีที่ดิน

การจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างปีนี้เดินหน้าเก็บเต็ม 100% อัปเดตบัญชี 57 พืช ปลูกแล้วเข้าข่ายที่ดินเกษตรกรรม ลดอัตราภาษีได้จริง

ปีนี้การจัดเก็บ ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง เดินหน้าเก็บเต็มอัตรา 100% โดย กระทรวงมหาดไทย ยกเลิกมาตรการลดหย่อนทั้งหมด แต่ผ่อนผันกำหนดชำระออกไปอีก 2 เดือน การประเมินภาษียังคงอ้างอิงจากมูลค่าที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง แบ่งการใช้งานออกเป็น 4 ประเภทตามกฎหมาย

 

ที่ดินว่างอย่าปล่อยทิ้ง เปิดโผ 57 พืช ปลูกแล้วได้ลดภาษีที่ดิน

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ประเภทที่ถูกจับตาเป็นพิเศษคือ ที่ดินรกร้างว่างเปล่า หากปล่อยทิ้งไว้ต่อเนื่องครบ 3 ปี นับตั้งแต่ปีที่ 4 เป็นต้นไป จะถูกปรับเพิ่มอัตราภาษีครั้งละ 0.3% ทุก 3 ปี โดยเพดานอัตราภาษีรวมไม่เกิน 3%

สำหรับ อัตราภาษีที่ดินรกร้างว่างเปล่า กำหนดเพดานไว้ที่ 1.2% แบ่งตามมูลค่าทรัพย์สิน ดังนี้

มูลค่าไม่เกิน 50 ล้านบาท เสียภาษี 0.3%

50–200 ล้านบาท เสียภาษี 0.4%

200–1,000 ล้านบาท เสียภาษี 0.5%

1,000–5,000 ล้านบาท เสียภาษี 0.6%

ตั้งแต่ 5,000 ล้านบาทขึ้นไป เสียภาษี 0.7%

ภาระภาษีที่ขยับสูงขึ้น ส่งผลให้ยังเห็นเจ้าของที่ดินจำนวนมากเร่งปรับพื้นที่ว่างเปล่าให้เป็นการใช้ประโยชน์ด้านเกษตรกรรม เพื่อเข้าข่าย “ที่ดินเกษตรกรรม” และลดอัตราภาษีลง โดยอัตราภาษีที่ดินเกษตรกรรมกำหนดไว้ต่ำกว่าอย่างชัดเจน ได้แก่

มูลค่า 0–75 ล้านบาท เสียภาษี 0.01%

75–100 ล้านบาท เสียภาษี 0.03%

100–500 ล้านบาท เสียภาษี 0.05%

500–1,000 ล้านบาท เสียภาษี 0.07%

ตั้งแต่ 1,000 ล้านบาทขึ้นไป เสียภาษี 0.1%

กรณีบุคคลธรรมดา มูลค่าไม่เกิน 50 ล้านบาท ได้รับการยกเว้น

ทั้งนี้ ภาครัฐตั้งอัตราภาษี ที่ดินรกร้าง สูงกว่า ที่ดินเกษตรกรรม เพื่อกระตุ้นให้เกิดการใช้ประโยชน์ที่ดินจริง ลดการปล่อยทิ้งว่างหรือถือครองเพื่อเก็งกำไร

อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนพื้นที่เป็นเกษตรกรรมต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่ กระทรวงการคลัง และกระทรวงมหาดไทยกำหนดไว้ โดยต้องปลูกพืชหรือเลี้ยงสัตว์ตามชนิดและเงื่อนไขในประกาศแนบท้าย จึงจะถือว่าเข้าเกณฑ์การใช้ที่ดินเพื่อการเกษตร

ล่าสุดมีการอัปเดตบัญชี “พืช 57 ชนิด” ที่ปลูกแล้วเข้าข่ายลดภาษี ทำให้เจ้าของที่ดินจำนวนมากเร่งพลิกพื้นที่ว่างเปล่าเป็นเกษตรกรรมจำแลง เพื่อบรรเทาภาระภาษีในปีนี้

1.กล้วยหอม 200 ต้น/ไร่
2.กล้วยไข่ 200 ต้น/ไร่
3.กล้วยน้ำว้า 200 ต้น/ไร่
4.กระท้อนเปรี้ยว 25 ต้น/ไร่ พันธุ์ทับทิม 25 ต้น/ไร่ พันธุ์ปุยฝ้าย 25 ต้น/ไร่
5.กาแฟ 170 ต้น/ไร่ พันธุ์โรบัสต้า 170 ต้น/ไร่ พันธุ์อราบิก้า 400 ต้น/ไร่ 6.กานพลู 20 ต้น/ไร่
7.กระวาน 100 ต้น/ไร่
8.โกโก้ 150-170 ต้น/ไร่
9.ขนุน 25 ต้น/ไร่
10.เงาะ 20 ต้น/ไร่
11.จำปาดะ 25 ต้น/ไร่
12.จันทร์เทศ 25 ต้น/ไร่
13.ชมพู่ 45 ต้น/ไร่
14.ทุเรียน 20 ต้น/ไร่
15.ท้อ 45 ต้น/ไร่
16.น้อยหน่า 170 ต้น/ไร่
17.นุ่น 25 ต้น/ไร่
18.บ๊วย 45 ต้น/ไร่
19.ปาล์มน้ำมัน 22 ต้น/ไร่
20.ฝรั่ง 45 ต้น/ไร่
21.พุทรา 80 ต้น/ไร่
22.เสาวรส 400 ต้น/ไร่
23.พริกไทย 400 ต้น/ไร่
24.พลู 100 ต้น/ไร่
25.มะม่วง 20 ต้น/ไร่
26.มะพร้าวแก่ 20 ต้น/ไร่
27.มะพร้าวอ่อน 20 ต้น/ไร่ 
28.มะม่วงหิมพานต์ 45 ต้น/ไร่ 
29.มะละกอ (ยกร่อง) 100 ต้น/ไร่ (ไม่ยกร่อง) 175 ต้น/ไร่
30.มะนาว 50 ต้น/ไร่
31.มะปราง 25 ต้น/ไร่
32.มะขามเปรี้ยว 25 ต้น/ไร่
33.มะขามหวาน 25 ต้น/ไร่
34.มังคุด 16 ต้น/ไร่
35.ยางพารา 76 ต้น/ไร่
36.ลิ้นจี่ 20 ต้น/ไร่
37.ลำไย 20 ต้น/ไร่
38.ละมุด 45 ต้น/ไร่
39.ลางสาด 45 ต้น/ไร่
40.ลองกอง 45 ต้น/ไร่
41.ส้มโอ 45 ต้น/ไร่
42.ส้มโอเกลี้ยง 45 ต้น/ไร่
43.ส้มตรา 45 ต้น/ไร่
44.ส้มเขียวหวาน 45 ต้น/ไร่
45.ส้มจุก 45 ต้น/ไร่
46.สาลี่ 45 ต้น/ไร่
47.สะตอ 25 ต้น/ไร่
48.หน่อไม้ไผ่ตง 25 ต้น/ไร่
49.หมาก 100-170 ต้น/ไร่
50. หม่อน 35 ต้น/ไร่
51.องุ่น 35 ต้น/ไร่
52.แก้วมังกร 35 ต้น/ไร่
53.แอปเปิล 35 ต้น/ไร่
54.อะโวคาโด 35 ต้น/ไร่
55.อินทผลัม 35 ต้น/ไร่
56.ยูคาลิปตัส 100 ต้น/ไร่
57.พืชกลุ่มให้เนื้อไม้ 30 ต้น/ไร่

ข่าวล่าสุด

ข่าวเด่น

กรมอุตุฯ เตือนพายุไมสักทำไทยฝนตกหนักมากช่วง 5-6 ก.ค. 69

กรมอุตุฯ เตือนพายุไมสักทำไทยฝนตกหนักมากช่วง 5-6 ก.ค. 69

อัปเดตราคาน้ำมัน 5 ก.ค. 69 ราคาน้ำมันล่าสุด เช็ก 4 ปั๊มใหญ่

อัปเดตราคาน้ำมัน 5 ก.ค. 69 ราคาน้ำมันล่าสุด เช็ก 4 ปั๊มใหญ่

"อุตุฯ เตือน พายุไมสักขึ้นฝั่งจีน ไทยฝนตกหนัก 4-6 ก.ค."

"อุตุฯ เตือน พายุไมสักขึ้นฝั่งจีน ไทยฝนตกหนัก 4-6 ก.ค."

สาววัย 38 ทนท้องอืด - แน่นท้อง นานกว่า 2 เดือน พอตรวจถึงกับตกใจ

สาววัย 38 ทนท้องอืด - แน่นท้อง นานกว่า 2 เดือน พอตรวจถึงกับตกใจ

ถึงว่า ได้ขนมไม่เต็มถุง สรุปแล้ว ผู้บริโภคคุ้มหรือไม่?

ถึงว่า ได้ขนมไม่เต็มถุง สรุปแล้ว ผู้บริโภคคุ้มหรือไม่?