โรค STDs คืออะไร? รู้จักโรคติดต่อทางเพศแต่ละชนิดก่อนเสี่ยง

โรค STDs คือโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่มีอยู่ด้วยกันหลายชนิด ควรเช็กพฤติกรรมเสี่ยงและวิธีสังเกตอาการเบื้องต้น เพื่อเข้าตรวจโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ได้ทันท่วงที
การดูแลสุขภาพทางเพศถือเป็นหนึ่งสิ่งสำคัญที่ช่วยให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีได้ แต่ในปัจจุบันพบว่าความเข้าใจว่าโรค STDs คืออะไรนั้นยังอยู่ในวงจำกัด เนื่องจากมักถูกมองว่าเป็นเรื่องน่าอายหรือไกลตัว ส่งผลให้หลายคนละเลยการสังเกตความผิดปกติของร่างกายจนนำไปสู่การติดเชื้อและแพร่กระจายสู่คู่รักหรือคู่นอนได้โดยไม่ตั้งใจ
ในบทความนี้จึงจะพามาทำความรู้จักโรค STDs กันให้มากขึ้น ตั้งแต่โรค STDs คืออะไร มีโรคอะไรบ้าง อาการเป็นอย่างไร ไปจนถึงแนะนำวิธีการป้องกันตนเองให้ห่างไกลจากโรคนี้ และแนะนำ Menscape Clinic หนึ่งในคลินิกเฉพาะทางผู้ชายที่พร้อมให้บริการตรวจสุขภาพผู้ชายเพื่อให้คุณสามารถดูแลตนเองได้อย่างตรงจุด
- โรค STDs คืออะไร?
โรค STDs คือโรคที่มีคำย่อมาจาก Sexually Transmitted Diseases หรือในภาษาไทยก็คือ โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์นั่นเอง ซึ่งเป็นการติดเชื้อที่ส่งผ่านจากบุคคลหนึ่งไปยังอีกบุคคลหนึ่งผ่านกิจกรรมทางเพศในรูปแบบต่าง ๆ การติดต่อของ STDs สามารถเกิดขึ้นได้ผ่านการสัมผัสสารคัดหลั่ง เช่น น้ำอสุจิ, น้ำในช่องคลอด, เลือด หรือแม้แต่การสัมผัสทางผิวหนังบริเวณอวัยวะเพศที่มีรอยโรคโดยตรง
โดยช่องทางหลักของการรับเชื้อของโรค STDs คือการมีเพศสัมพันธ์ทางช่องคลอด ทางทวารหนัก และทางปาก ดังนั้นการทำความเข้าใจเกี่ยวกับโรคและการติดต่อจึงเป็นกุญแจสำคัญในการป้องกันตนเองและคนรอบข้างให้ปลอดภัยจากโรคนี้ได้
- โรค STDs มีกี่ประเภท?
ในวงการแพทย์มีการจำแนกกลุ่มโรคติดต่อทางเพศออกตามประเภทของเชื้อที่เป็นสาเหตุต้นทาง เพื่อให้ง่ายต่อการวินิจฉัยและวางแนวทางการรักษา โดยโรค STDs สามารถแบ่งออกได้เป็น 3 กลุ่มหลัก ดังนี้
- เชื้อแบคทีเรีย: เป็นกลุ่มโรคที่สามารถรักษาให้หายขาดได้ด้วยการใช้ยาปฏิชีวนะหากตรวจพบไว เช่น หนองในแท้, หนองในเทียม และซิฟิลิส
- เชื้อไวรัส: กลุ่มนี้มักเป็นการติดเชื้อเรื้อรังที่รักษาให้หายขาดได้ยาก แต่สามารถใช้ยาเพื่อควบคุมอาการและลดการแพร่เชื้อได้ เช่น HIV, เริม, หูดหงอนไก่ และไวรัสตับอักเสบบี
- เชื้ออื่น ๆ : เช่น เชื้อรา, พยาธิ หรือโลน อาจทำให้เกิดอาการระคายเคืองและอักเสบในระบบทางเดินปัสสาวะได้
- โรค STDs ที่พบบ่อยมีอะไรบ้าง?
การรู้ว่าโรคทางเพศสัมพันธ์มีอะไรบ้างโดยเฉพาะโรคที่มีการระบาดสูง จะช่วยให้คุณตระหนักถึงความเสี่ยงและเพิ่มความระมัดระวังในการมีเพศสัมพันธ์มากขึ้น โดยโรค STDs ที่พบได้บ่อยมีดังนี้
- หนองใน (Gonorrhea): แบ่งเป็นหนองในแท้และหนองในเทียม มักทำให้เกิดการอักเสบของท่อปัสสาวะ มีอาการปัสสาวะแสบขัด หรือมีหนองไหลออกจากอวัยวะเพศ
- ซิฟิลิส (Syphilis): เป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่มีความรุนแรง หากไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกต้องเชื้อจะสามารถลุกลามเข้าสู่ระบบประสาท หัวใจ และอวัยวะสำคัญอื่น ๆ ได้
- หูดหงอนไก่ (Genital Warts): เกิดจากการติดเชื้อไวรัส HPV ทำให้เกิดติ่งเนื้อบริเวณอวัยวะเพศ ทวารหนัก หรือรอบ ๆ บริเวณใกล้เคียง
- เริมอวัยวะเพศ (Genital Herpes): เกิดจากเชื้อไวรัส HSV (Herpes Simplex Virus) ทำให้เกิดตุ่มน้ำใส เจ็บ แสบ หรือคันบริเวณอวัยวะเพศ
- ติดเชื้อ HIV : เป็นเชื้อไวรัสที่ทำลายระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย ผู้ติดเชื้อในระยะแรกอาจไม่แสดงอาการ จำเป็นต้องตรวจเลือดเพื่อยืนยันผล
- โรค STDs มีอาการอย่างไร?
แม้ว่าในหลายกรณีผู้ติดเชื้ออาจไม่มีอาการแสดงออกมาเลย แต่โดยทั่วไปแล้วสัญญาณเตือนของโรคติดต่อทางเพศหรือโรค STDs คือมักจะมีอาการดังนี้
- มีสารคัดหลั่งหรือหนองไหลออกจากอวัยวะเพศที่มีลักษณะ สี และกลิ่นที่ผิดปกติ
- มีอาการเจ็บปวดหรือรู้สึกแสบขัดในขณะปัสสาวะ
- มีตุ่ม แผล ผื่น หรือติ่งเนื้อบริเวณอวัยวะเพศ รอบทวารหนัก หรือภายในช่องปาก
- มีอาการคันหรือระคายเคืองอย่างรุนแรงบริเวณจุดซ่อนเร้น
- ปวดท้องน้อย หรือเจ็บปวดขณะที่มีกิจกรรมทางเพศ
- มีอาการไข้ หนาวสั่น หรือต่อมน้ำเหลืองโตในบางรายที่เริ่มมีการติดเชื้อลุกลาม
โรค STDs รักษาได้ไหม?
โรค STDs รักษาได้หรือไม่ขึ้นอยู่กับชนิดของเชื้อที่เป็นสาเหตุหลัก โดยสามารถแบ่งแนวทางการรักษาออกได้เป็น 2 กลุ่มหลัก ดังนี้
- โรค STDs ที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย: เช่น หนองในและซิฟิลิส สามารถรักษาให้หายขาดได้หากได้รับยาปฏิชีวนะอย่างถูกต้องตามขนาดและระยะเวลาที่แพทย์กำหนด รวมถึงปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด
- โรค STDs ที่เกิดจากเชื้อไวรัส: เช่น เริม, หูดหงอนไก่ หรือการติดเชื้อ HIV ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ในปัจจุบัน แต่สามารถรักษาเพื่อควบคุมอาการ ยับยั้งการแบ่งตัวของไวรัส และลดความรุนแรงของโรคเพื่อให้สามารถใช้ชีวิตได้ใกล้เคียงปกติได้
- วิธีป้องกันการเกิดโรค STDs
เมื่อเข้าใจแล้วว่าโรค STDs คืออะไร การป้องกันจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพราะโรคติดต่อทางเพศหลายชนิดอาจไม่แสดงอาการในระยะแรก การดูแลตนเองอย่างถูกวิธีจะช่วยลดความเสี่ยงและผลกระทบในระยะยาวได้ โดยมีวิธีป้องกันดังนี้
- การใช้ถุงยางอนามัย: การใช้ถุงยางเพื่อป้องกันโรค STDs คือวิธีที่มีประสิทธิภาพ เพราะสามารถช่วยลดการสัมผัสสารคัดหลั่งและเชื้อโรคโดยตรงจากการมีกิจกรรมทางเพศได้
- ไม่เปลี่ยนคู่นอนบ่อย: ควรหลีกเลี่ยงการเปลี่ยนคู่นอนบ่อยหรือมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ทราบประวัติสุขภาพของอีกฝ่าย
- การฉีดวัคซีน: การได้รับวัคซีนป้องกันเชื้อ HPV และไวรัสตับอักเสบบี เป็นการสร้างเกราะป้องกันโรคในระยะยาวได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- ตรวจสุขภาพสม่ำเสมอ: การเข้ารับการตรวจสุขภาพหรือตรวจโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์เป็นประจำจะช่วยตรวจคัดกรองและค้นหาความเสี่ยงได้ตั้งแต่ระยะแรก ทำให้สามารถดูแลตนเองและป้องกันได้อย่างตรงจุด
- โรค STDs ยิ่งตรวจเร็ว รู้ไว ป้องกันอันตรายได้มาก บริการตรวจสุขภาพผู้ชายที่ Menscape Clinic
โรค STDs คือปัญหาสุขภาพที่สามารถจัดการและป้องกันได้หากมีความรู้เท่าทันต่อสถานการณ์ การตระหนักถึงความสำคัญของการป้องกันและหมั่นตรวจโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อย่างสม่ำเสมอจึงเป็นทางออกที่จะช่วยให้คุณมีสุขภาพที่ดีและสามารถดูแลตนเองให้ปลอดภัยจากโรคนี้ได้
ที่ Menscape Clinic พร้อมให้บริการตรวจคัดกรองโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ด้วยเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ทันสมัยและมีความละเอียดสูง ดูแลโดยแพทย์ผู้ชำนาญการที่คอยให้คำปรึกษาอย่างใกล้ชิดและเป็นส่วนตัว ทำให้ผู้ที่เข้ามาใช้บริการรู้สึกสบายใจและได้รับการดูแลสุขภาพเพศชายอย่างตรงจุด
ติดต่อ Menscape Clinic
Menscape Clinic – ศูนย์สุขภาพผู้ชายครบวงจร ชั้นนำของประเทศไทย
- อาคาร Maneeya Center Building, 518/5 ถนนเพลินจิต แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330
- โทร. 080 083 5196
- เว็บไซต์: https://menscapeclinic.com/th
- Line ID: @menscape
- เปิดบริการทุกวัน 10.00 – 19.00 น.
ให้คำปรึกษาโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ทั้งเรื่องสุขภาพผิว ฮอร์โมน วิตามิน และการดูแลภาพลักษณ์ เหมาะกับวัยรุ่น–วัยเริ่มทำงาน ที่ต้องการเริ่มต้นดูแลสุขภาพอย่างถูกวิธี

ทอ.จัดพิธีรับร่าง 2 นักบิน AT-6 TH พิจารณาปูนบำเหน็จพิเศษ 7 ขั้น

ถ้าฝันเห็นแฟนนอกใจ ใจพังกลางดึก หมายความว่าอย่างไร จริงหรือไม่

ปวดจี๊ด ปวดหน่วง ปวดเสียดด้านขวา สัญญาณเตือนโรคร้ายที่คนมองข้าม

เจาะลึก 5 เหตุผล ทำไมคนไทยต้องแห่ "ซื้อทอง" ช่วงตรุษจีน
















