ลูกชาย พล.ต.ท.เรวัช เผยความจริง หลังพ่อเผยจะลาออกจากราชการ

พ.ต.อ.กฤษฎากรณ์ ลูกชายคนโต พล.ต.ท.เรวัช เผยความจริง หลังพ่อเผยจะลาออกจากราชการ เชื่อเรื่องยศตำแหน่ง ไม่เกี่ยวกับบุญวาสนา
หลังจาก พล.ต.ท.เรวัช กลิ่นเกษร อดีตผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด ออกมาเปิดเผยว่า พ.ต.อ.กฤษฎากรณ์ กลิ่นเกษร รองผู้บังคับการตรวจคนเข้าเมือง 4 ซึ่งเป็นบุตรชายคนโต และเป็นนักเรียนนายร้อยตำรวจ รุ่นที่ 51 เตรียมจะขอลาออกจากราชการตำรวจ โดยดำรงตำแหน่งรองผู้บังคับการ (รอง ผบก.) เป็นเวลาถึง 7 ปี ให้เหตุผลว่า "เบื่อหน่ายสังคมตำรวจ ทะเลาะเบาะแว้ง"
ล่าสุด พ.ต.อ.กฤษฎากรณ์ โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า"เห็นคุณพ่อพูดกับ FC ว่าผมจะลาออก ผมจะอธิบายให้ฟังว่าทำไมผมถึงเคยคิดใช้คำว่า เคยคิดนะ ผมเคยคิดจะลาออก คุณพ่อชอบพูดเรื่องบุญวาสนา ว่าคนอื่นมีบุญวาสนา เขาถึงได้เป็นพลโท พลเอกผมไม่มีบุญวาสนา ผมก็คิดในใจว่า ผมทำบุญมาตั้งแต่เด็ก และตั้งใจทำ 18 ปี
ผมจะไม่มีบุญวาสนาได้ยังไง .. ถ้าการ มียศมีตำแหน่งมันใช้บุญใช้วาสนาจริง พระหลายวัด คงจะเป็นพลเอกเยอะแล้วนี้ ขนาดพระนะ ยังมีข่าวว่าต้องทำอะไรถึงจะได้เลื่อนยศเลื่อนตำแหน่ง มันเป็นเรื่องที่ข้าราชการ ทุกกระทรวงรู้ดี แต่บางคนก็ทำ บางคนก็ไม่อยากทำ เราอยู่กับศาสนามา 18 ปี อะไรเลวมาก เราไม่ทำ และผมก็อธิบายเยอะแล้ว ว่า
ผู้บังคับบัญชาระดับสูง เขาเงินเดือนสูง กว่าผมแค่ไม่กี่บาท ทำไมผมจะต้องไปทำอะไรมากมาย เพื่อให้ได้เงินเพิ่มอีก แค่ไม่กี่บาท ผมรู้วิธีหาเงินได้โดยสุจริตเหตุผลที่ผมอยากจะลาออกจริงๆ เพราะผมคิดเหมือนคนที่มีเงินมีอำนาจ ในบ้านในเมือง ว่าการเป็นข้าราชการ หรือเป็นนักการเมือง มันอยู่ภายใต้กฎ ที่มากกว่าประชาชนหลายอย่าง มีทั้งวินัย มีทั้งจริยธรรม . และที่สำคัญ คือ
มี กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการ ทุจริต มีสำนักงาน ปปช. สองสำนักมาคอยไต่สวนการปฏิบัติหน้าที่และตรวจสอบเส้นเงินและทรัพย์สิน คนที่รวยมากๆ ของประเทศ และคน ที่มีอำนาจมากๆ ตัวจริงๆ ของพรรค การเมืองแต่ละสี เขาไม่มีตำแหน่งอะไรกัน ทำไม ??
ใครอยากรู้ ต้องลองโดน ปปช.สอบ ปปช.สอบเก่งกว่า ปปง. สรรพากร ถ้าให้ผมโอนไปเป็น ปปช. และให้ผมกลับมาตรวจสอบเส้นเงินและทรัพย์สินของตำรวจนะ ผมว่า ตำรวจหลายคนจะเข้าใจ ว่าทำไม ผมถึงอยากจะลาออก คือ สอบกัน
ขนาดนี้ ลาออกดีกว่า ขี้เกียจชี้แจง"
โดยต่อมา พ.ต.อ.กฤษฎากรณ์ ได้ออกมาขยายความคำว่า " สอบกันขนาดนี้ ลาออก ดีกว่า ขี้เกียจชี้แจง" หลังหลายคนเข้าใจผิด โดยระบุว่า..."เรื่องผม กับคุณพ่อ เป็นข่าว กันมาหลายวัน ไม่จบ เรื่อง มันก็ไม่ได้มีสาระอะไรเลย คำว่า " สอบกันขนาดนี้ ลาออก ดีกว่า ขี้เกียจชี้แจง " ไม่ได้หมายถึงผมโดนสอบ แต่หมายถึงว่า ถ้าให้ผมโอนไปเป็น ปปช. และกลับมาสอบตำรวจนะผมว่า ตำรวจหลายคนจะเหนื่อยด้วยอำนาจ ศักยภาพของ ปปช.และด้วยความที่ผมโตในวงการตำรวจ ผมน่าจะรู้วิธีการไต่สวนและตรวจสอบจนคนที่โดนสอบรู้สึกว่า สอบกันขนาดนี้ ลาออก ดีกว่า จบนะครับ อย่าให้เป็นประเด็นอะไรอีกเลย บ้านเมืองเรา กำลังจะมีเลือกตั้งเอาพื้นที่สมองไปสนใจบ้านเมืองดีกว่าครับ ผมไม่ได้สำคัญอะไร"




















