หมอชวลิต ฉะ สปส. อย่าทวงบุญคุณ โชว์กำไรกะโหลกกะลา สิทธิรักษาแพ้บัตรทอง

"หมอชวลิต" ฟาดเดือด สปส. โชว์ตัวเลขผลตอบแทนหมื่นล้านแต่คุณภาพชีวิตคนจ่ายเงินกลับย่ำแย่ เผยความจริงสุดย้อนแย้ง คนรักษาบัตรทองได้บริการระดับพรีเมียมกว่า
วันที่ 26 มกราคม 2569 ศ.นพ.ชวลิต เลิศบุษยานุกูล แพทย์รังสีรักษา โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ได้โพสต์แสดงความคิดเห็นถึงประเด็น เงินกองทุนประกันสังคม ของผู้ใช้แรงงาน ภายใต้หัวข้อ“ผลตอบแทน 8 หมื่นล้าน กับความภูมิใจที่ผิดที่ผิดทาง”
ศ.นพ.ชวลิต ระบุว่า ในโลกธุรกิจ เมื่อซีอีโอออกมาแถลงผลประกอบการ หากกำไรเติบโต ตัวเลขสวยงาม ผู้ถือหุ้นย่อมยิ้มอย่างภาคภูมิใจแต่สำหรับ กองทุนประกันสังคม ที่เพิ่งแถลงข่าวอย่างยิ่งใหญ่ว่าสามารถบริหารกองทุนได้ผลตอบแทนกว่า 80,000 ล้านบาท กลับทำให้ “ผู้ถือหุ้นตัวจริง” อย่างมนุษย์เงินเดือนที่ถูกหักเงินสมทบทุกเดือน รู้สึกขำไม่ออก และเหมือนกำลังดู “ตลกร้าย”
เหตุผลก็เพราะ เมื่อมองลึกลงไป ตัวเลขผลตอบแทนดังกล่าว คิดเป็นอัตราผลตอบแทนจริง ไม่ถึง 3% ซึ่งในมุมของการลงทุน ถือว่าเป็นตัวเลขที่ “ธรรมดามาก” ไม่ได้น่าตื่นเต้นถึงขั้นต้องจัดแถลงข่าวใหญ่โต
ศ.นพ.ชวลิต ยังระบุด้วยว่า ตนเองก็เป็นหนึ่งในผู้ส่งเงินสมทบกองทุนประกันสังคมมาอย่างต่อเนื่องมากกว่า 20 ปี ตั้งแต่บรรจุเป็นพนักงานมหาวิทยาลัย
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่น่าตกใจยิ่งกว่าตัวเลขผลตอบแทน คือ คุณภาพชีวิตของผู้ประกันตน ซึ่งสะท้อนความย้อนแย้งของระบบสาธารณสุขไทยได้อย่างชัดเจน
ในฝั่ง สิทธิบัตรทอง ที่รักษาฟรี ปัจจุบันมีนโยบาย “Cancer Anywhere” หรือมะเร็งรักษาที่ไหนก็ได้ ผู้ป่วยสามารถเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลศูนย์ หรือโรงเรียนแพทย์ที่มีอาจารย์แพทย์ผู้เชี่ยวชาญและเทคโนโลยีทันสมัยได้ทันที ถือเป็นเรื่องน่ายินดีที่รัฐดูแลประชาชนได้ดี
แต่เมื่อหันมาดูฝั่ง ประกันสังคม ซึ่งเป็นกลุ่มคนที่ถูกหักเงินเดือนทุกเดือน กลับต้องเผชิญกับสิทธิ “SSO Cancer Care” ที่แม้ชื่อจะคล้ายกัน แต่คุณภาพกลับแตกต่างกันราวฟ้ากับเหว
ผู้ประกันตนจำนวนมากถูกจำกัดสิทธิให้อยู่กับโรงพยาบาลเอกชนขนาดกลางตามที่กำหนด หรือแม้เลือกโรงพยาบาลในโครงการได้ ก็ยังไม่สามารถเทียบกับศักยภาพของโรงเรียนแพทย์ได้ หลายแห่งไม่มีความพร้อมเพียงพอในการดูแลผู้ป่วยมะเร็งที่มีความซับซ้อน
หากผู้ป่วยต้องการย้ายไปรักษาในโรงเรียนแพทย์ที่มีความพร้อมกว่า ก็ต้องเผชิญกับเงื่อนไขมากมายและขั้นตอนที่ยุ่งยาก ราวกับต้องไป “ขอความเมตตา” ทั้งที่เป็นสิทธิที่ได้จากการจ่ายเงินสมทบด้วยตนเอง
ศ.นพ.ชวลิต ชี้ให้เห็นถึงความย้อนแย้งว่า คนจ่ายเงินกลับได้บริการแบบขอไปที ขณะที่คนรักษาฟรีกลับได้บริการระดับพรีเมียม จนมีผู้ประกันตนบางส่วนตัดสินใจลาออกจากงาน เพื่อให้หลุดจากระบบประกันสังคมและกลับไปใช้สิทธิบัตรทอง หรือบางรายลาออกเพื่อไปใช้สิทธิครอบครัวข้าราชการ
คำถามสำคัญคือ แล้วเงินที่จ่ายเข้ากองทุนมาตลอดชีวิตการทำงานนั้น จ่ายไปเพื่ออะไร ในเมื่อหากเสียชีวิตก่อนเกษียณ ก็ไม่ได้รับเงินก้อนกลับคืนมา
ท้ายที่สุด ศ.นพ.ชวลิต ฝากถึงคณะกรรมการประกันสังคมว่า ก่อนจะออกมาอวดอ้างตัวเลขกำไรหลักหมื่นล้านครั้งต่อไป อยากให้วางตัวเลขบัญชีลง แล้วหันมามอง “บัญชีชีวิต” ของผู้ประกันตน ให้มากกว่านี้
การบริหารเงินให้เติบโตเป็นเพียงหน้าที่พื้นฐาน ไม่ใช่เรื่องน่าอวด แต่การบริหาร สิทธิการรักษาพยาบาล ให้สมศักดิ์ศรีกับเงินที่ประชาชนจ่ายไปต่างหาก คือฝีมือที่แท้จริงหากยังปล่อยให้ผู้จ่ายเงินได้รับบริการด้อยกว่าผู้รักษาฟรี แล้วกลับภูมิใจกับตัวเลขกำไรทางบัญชี ศ.นพ.ชวลิต มองว่านั่นคือ ความภูมิใจที่ผิดที่ผิดทาง
พร้อมเรียกร้องให้ปรับปรุงสิทธิประกันสังคมด้านการรักษามะเร็งให้ดียิ่งขึ้น หรืออย่างน้อยต้อง เท่าเทียมกับสิทธิบัตรทอง เสียก่อน แล้วค่อยพูดถึงผลกำไรเพราะนั่นเท่านั้น ที่จะสะท้อนความ “สง่างาม” สมกับการเป็นผู้บริหารเงินกองทุนของประชาชน #รักษามะเร็งกับหมอชวลิต #ความเหลื่อมล้ำสิทธิรักษามะเร็ง

"กรมทรัพย์สินทางปัญญา"รุกลงใต้ เสริมแกร่งสินค้า "ผ้าบาติกนราธิวาส"

พยากรณ์อากาศวันนี้ เหนือ-อีสานยังหนาว กทม.ยังคงระวังฝุ่นสะสม

หมอชวลิต ฉะ สปส. อย่าทวงบุญคุณ โชว์กำไรกะโหลกกะลา สิทธิรักษาแพ้บัตรทอง

2 ราศี หมดคราวเคราะห์ สิ่งที่เสียไปจะได้ของใหม่ที่ดีกว่าคืนมา
















