โศกนาฏกรรมกลางพิธี เสียชีวิตอย่างน้อย 7 รายในงานแต่งที่ปากีสถาน

โศกนาฏกรรมกลางพิธีวิวาห์ เสียชีวิตอย่างน้อย 7 รายในงานแต่งที่ปากีสถาน รู้ตัวผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่ยิ่งน่าใจหาย
งานมงคลกลับกลายเป็นโศกนาฏกรรม เมื่อเกิดเหตุคนร้ายก่อเหตุระเบิดกลางงานแต่งงานในประเทศปากีสถาน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 7 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บกว่า 25 คน เหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความตื่นตระหนกและสะเทือนขวัญอย่างหนัก ท่ามกลางบรรยากาศการเฉลิมฉลองที่ควรเต็มไปด้วยความสุข
เหตุเกิดเมื่อวันที่ 23 มกราคม 2569 ในแคว้นไคเบอร์ปักตุนควา ทางตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศปากีสถาน โดยคลิปวิดีโอจากที่เกิดเหตุเผยให้เห็นช่วงเวลาที่แขกกำลังร่วมเต้นรำและสนุกสนานภายในงาน ก่อนที่สถานการณ์จะเปลี่ยนไปอย่างฉับพลัน เมื่อเกิดแรงระเบิดรุนแรงขึ้นกลางฝูงชน
รายงานระบุว่า คนร้ายแฝงตัวเข้ามาภายในงาน และกดชนวนระเบิดแสวงเครื่องที่ติดตัวมา ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุและไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาลรวม 7 ราย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นแขกที่มาร่วมงาน ขณะที่ผู้ได้รับบาดเจ็บอีกอย่างน้อย 25 ราย ถูกนำส่งโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน โดยหลายรายยังมีอาการสาหัส
สำหรับสถานที่จัดงาน เป็นบ้านของ นูร์ อาลัม เมห์ซุด ผู้นำชุมชนและสมาชิก “คณะกรรมการสันติภาพ” ซึ่งเป็นกลุ่มพลเรือนที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลปากีสถาน เพื่อร่วมต่อต้านกลุ่มติดอาวุธในพื้นที่ ทำให้สถานที่ดังกล่าวตกเป็นเป้าหมายด้านความมั่นคงมาโดยตลอด
แม้จนถึงขณะนี้จะยังไม่มีกลุ่มใดออกมาแสดงความรับผิดชอบต่อเหตุการณ์อย่างเป็นทางการ แต่เจ้าหน้าที่และแหล่งข่าวในพื้นที่ต่างตั้งข้อสงสัยไปที่กลุ่มตาลีบันปากีสถาน (TTP) ซึ่งที่ผ่านมาเคยมองว่าสมาชิกคณะกรรมการสันติภาพเป็นฝ่ายทรยศ และเคยตกเป็นเป้าการโจมตีหลายครั้ง
ทั้งนี้ กลุ่ม TTP หรือขบวนการเตาะห์รีก-อี-ตาลีบัน ปากีสถาน ก่อเหตุความไม่สงบมาตั้งแต่ปี 1997 โดยมีเป้าหมายโค่นล้มรัฐบาลและบังคับใช้กฎหมายอิสลามอย่างเคร่งครัด สถานการณ์ด้านความมั่นคงในพื้นที่ยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น หลังกลุ่มตาลีบันกลับมายึดครองอัฟกานิสถานในปี 2021 ซึ่งรัฐบาลปากีสถานเชื่อว่ากลุ่มติดอาวุธใช้พื้นที่ชายแดนเป็นฐานซ่อนตัวและวางแผนก่อเหตุข้ามพรมแดนอย่างต่อเนื่อง
ข้อมูลจาก ETtoday

โศกนาฏกรรมกลางพิธี เสียชีวิตอย่างน้อย 7 รายในงานแต่งที่ปากีสถาน

เตรียมเก็บเสื้อหนาว? อากาศเปลี่ยน อุณหภูมิพุ่งสูงขึ้น 1-2 องศา

ไฟไหม้สะพานภูมิพล เสียหาย 15 ล้าน ผู้ปกครองต้องรับโทษแทนลูก

รวบหญิงวัย 67 ย้อนศรบนทางหลวงพิเศษหมายเลข 81 อ้างขี้เกียจกลับรถ
















