สาวยากจน เพิ่งรู้ว่าเป็นทายาทเศรษฐี โดนสลับตัว รู้คนทำยิ่งปวดใจ

ยิ่งกว่าละคร สาวโรงงาน เพิ่งรู้ความจริง ที่แท้เป็นทายาทเศรษฐี โดนสลับตัวตั้งแต่แรกเกิดที่โรงพยาบาล รู้ตัวคนทำยิ่งปวดใจ
กลายเป็นเรื่องราวสุดช็อกที่กำลังถูกพูดถึงอย่างกว้างขวางในประเทศจีน หลังมีการเปิดเผยกรณีหญิงสาวรายหนึ่งจากเมืองฉางชิว มณฑลเหอหนาน ถูกสลับตัวตั้งแต่แรกเกิดในโรงพยาบาล และใช้ชีวิตผิดตัวมานานถึง 38 ปี ก่อนที่ความจริงจะถูกเปิดโปง ส่งผลให้ชีวิตของผู้หญิง 2 คน ต้อง “สลับชะตา” กันตลอดเกือบทั้งชีวิต
เหตุการณ์ดังกล่าวย้อนกลับไปเมื่อกว่า 38 ปีก่อน ที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในมณฑลเหอหนาน เมื่อหญิงรายหนึ่งให้กำเนิดบุตรสาว และหลังจากพยาบาลนำทารกไปอาบน้ำ ก่อนพากลับมาในวันถัดมา แม่ของเด็กสังเกตได้ทันทีว่า ทารกมีเสียงร้องและใบหน้าไม่เหมือนเดิม อย่างไรก็ตาม พยาบาลในขณะนั้นยืนยันว่าเป็นเรื่องปกติของเด็กแรกเกิด และยืนยันว่าเด็กคนดังกล่าวเป็นลูกของครอบครัวเธอ
แต่เมื่อเด็กหญิงเติบโตขึ้น ความผิดปกติกลับยิ่งชัดเจน ทั้งรูปลักษณ์และบุคลิกไม่คล้ายพ่อแม่ ทำให้ครอบครัวตัดสินใจตรวจดีเอ็นเออย่างลับ ๆ เมื่อเธออายุ 16 ปี ก่อนพบความจริงสุดช็อกว่า เด็กหญิงไม่ได้มีความเกี่ยวข้องทางสายเลือดกับพวกเขา ครอบครัวจึงนำผลตรวจไปสอบถามกับโรงพยาบาล แต่กลับถูกปฏิเสธความรับผิดชอบ พร้อมอ้างว่าไม่ได้เกิดความผิดพลาดใด ๆ
ครอบครัวตัดสินใจฟ้องร้องโรงพยาบาล แต่คดีกลับยืดเยื้อมานานถึง 22 ปีโดยไม่มีข้อยุติ ขณะเดียวกันก็พยายามตามหาลูกสาวแท้ ๆ ที่พลัดพรากไปอย่างไม่ลดละ
ในอีกด้านหนึ่ง เด็กหญิงอีกคนชื่อ “หลิวฮุย” เติบโตขึ้นมาในครอบครัวชาวนาที่ยากจนในชนบท ชีวิตของเธอเต็มไปด้วยความลำบาก แม้จะสอบติดมหาวิทยาลัยด้านกีฬาได้ แต่ต้องสละโอกาสเพราะครอบครัวไม่มีเงินสนับสนุน เธอจึงต้องออกไปทำงานเป็นคนงานโรงงานตั้งแต่อายุยังน้อย
หลิวฮุยแต่งงานกับชายที่อายุมากกว่า 9 ปี และไม่มีงานทำเป็นหลักแหล่ง เธอมีลูกเล็ก 2 คน รวมถึงพ่อแม่สูงอายุที่ต้องดูแล ภาระทั้งหมดจึงตกอยู่ที่เธอเพียงคนเดียว จนทำให้เธอทำงานหนักเกินกำลัง และป่วยเป็นโรคหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทอย่างรุนแรง ใช้ชีวิตด้วยความเจ็บปวดเรื้อรัง
หลิวฮุยเปิดเผยว่า หลายครั้งเธอร้องไห้ระหว่างทำงาน และกลับห้องเช่าด้วยความสิ้นหวัง เธอเคยเชื่อว่าการศึกษาอาจเปลี่ยนชีวิตได้ แต่ความยากจนทำให้โอกาสนั้นหายไป และเคยคิดว่าชีวิตของตนอาจไม่มีทางหลุดพ้นจากชะตากรรมนี้
กระทั่งช่วงปลายปี 2567 ครอบครัวที่ตามหาลูกสาวแท้ ๆ มานาน ได้ใช้เทคโนโลยีจดจำใบหน้าและการโพสต์ข้อมูลบนโซเชียลมีเดีย จนนำไปสู่การพบตัวหลิวฮุย ซึ่งอาศัยอยู่ในหมู่บ้านห่างออกไปเพียง 20 นาที ก่อนจะเดินทางไปพร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ
ผลตรวจเลือดยืนยันว่า หลิวฮุยคือบุตรสาวแท้ ๆ ของครอบครัวดังกล่าว ซึ่งมีฐานะร่ำรวย ทำธุรกิจและมีบ้านหลังใหญ่ ความจริงที่ถูกเปิดเผยสร้างความสะเทือนใจให้หลิวฮุยอย่างหนัก เมื่อต้องย้อนคิดถึงชีวิตอันแสนลำบากที่เธอเผชิญมาตลอด 38 ปี ก่อนที่ในเดือนมกราคม 2568 เธอจะตัดสินใจย้ายกลับไปอยู่กับพ่อแม่ผู้ให้กำเนิด
ขณะที่หญิงอีกคนซึ่งมีอายุ 38 ปีเช่นเดียวกัน เติบโตมาในครอบครัวที่มีฐานะดี เรียนโรงเรียนเอกชน ใช้ชีวิตหรูหรา และมีชีวิตครอบครัวที่สมบูรณ์ แต่หลังรู้ความจริง เธอกลับไม่ยอมรับ โดยระบุว่า การปรากฏตัวของหลิวฮุยทำให้ชีวิตของเธอพังทลาย ก่อนจะตัดขาดการติดต่อกับครอบครัวแท้ ๆ ไปโดยสิ้นเชิง
ปัจจุบัน ครอบครัวได้แต่งตั้ง “ทนายหลี่เซิง” ทนายความชื่อดังจากกรุงปักกิ่ง เพื่อเรียกร้องความรับผิดชอบจากโรงพยาบาลที่เกี่ยวข้อง อย่างไรก็ตาม จนถึงขณะนี้ ทางโรงพยาบาลยังคงปฏิเสธความผิดพลาด และยังไม่มีคำขอโทษหรือการเจรจาเรื่องค่าชดเชยออกมาแต่อย่างใด
ข้อมูลจาก Soha และ news.china.com




















