ทองคำพุ่งหยุดไม่อยู่! ปิดปี 68 ทุบสถิติรอบ 46 ปี ใครมีกำไรเละ

เจาะลึกสาเหตุ ราคาทองคำ ปี 2568 พุ่งสูงที่สุดในรอบกว่า 4 ทศวรรษ พร้อมอัปเดตราคา โลหะเงิน และทิศทางตลาดโลกหลังเฟดปรับลดดอกเบี้ยและวิกฤตภูมิรัฐศาสตร์
ถือเป็นปีทองฝังเพชรของจริงครับสำหรับ ราคาทองคำ ในช่วงโค้งสุดท้ายของปี 2568 ที่พุ่งทะยานขึ้นอย่างแข็งแกร่ง จนกลายเป็นการเติบโตที่น่าประทับใจที่สุดในรอบกว่า 46 ปีเลยทีเดียว โดยภาพรวมตลอดทั้งปีพบว่าทองคำขยับขึ้นมาถึง 66% ซึ่งถือเป็นสถิติใหม่นับตั้งแต่ปี 1979
ปัจจัยหนุนที่ทำให้ราคาทองพุ่งสูง
ทำไมทองคำถึงแรงขนาดนี้? คำตอบหนีไม่พ้นเรื่องของ นโยบายทางการเงิน และสถานการณ์โลกครับ โดยมี 3 เสาหลักสำคัญคือ:
• การลดอัตราดอกเบี้ย: ทางธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือ เฟด (Fed) ได้ตัดสินใจหั่นดอกเบี้ยลงในช่วงเดือนธันวาคม เพื่อประคองเศรษฐกิจ ทำให้ทองคำกลายเป็นสินทรัพย์ที่น่าดึงดูดใจทันที
• ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์: ความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครนที่ยังไม่มีทีท่าจะจบลง โดยเฉพาะข่าวคราวการโจมตีที่พักผู้นำรัสเซีย ยิ่งทำให้นักลงทุนแห่เข้าหา สินทรัพย์ปลอดภัย
• แรงซื้อจากสถาบัน: ไม่ใช่แค่รายย่อยนะครับ แต่ ธนาคารกลางทั่วโลก ต่างพากันไล่เก็บทองคำเข้าพอร์ต รวมถึงเงินทุนที่ไหลเข้ากองทุน ETF ทองคำ อย่างต่อเนื่อง
ไม่ใช่แค่ทอง... "โลหะเงิน" ก็สร้างปรากฏการณ์
ที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือ ราคาโลหะเงิน ปีนี้ทำผลงานได้ดุดันกว่าทองเสียอีก โดยราคา พุ่งขึ้นถึง 168% ไปแตะระดับ 83.62 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เนื่องจากถูกบรรจุเป็นแร่สำคัญในภาคอุตสาหกรรมและสหรัฐฯ ให้ความสำคัญอย่างมาก ขณะที่โลหะมีค่าอื่นๆ อย่าง แพลทินัม และ แพลเลเดียม ก็กอดคอกันบวกตามกันไป
นักวิเคราะห์มองว่า แม้จะมีความผันผวนจากการเทขายทำกำไรในช่วงสั้นๆ แต่ตราบใดที่ความเสี่ยงเรื่องสงครามยังไม่คลี่คลาย และดอกเบี้ยยังอยู่ในทิศทางขาลง ตลาดทองคำ และโลหะมีค่ายังมีโอกาสเป็นขาขึ้นไปได้อีกสักพักใหญ่
ที่มา : กรุงเทพธุรกิจ



















