หนุ่มเรียนเก่ง จบม.ดัง แต่ชีวิตพลิกผัน ต้นเหตุมาจากแม่ตัวเอง

จุดจบคนเรียนเก่ง หนุ่มหัวกะทิจบมหาวิทยาลัยชื่อดัง แต่ชีวิตล่าสุดแต่งหญิง - ใช้ชีวิตกับกองขยะ สาวเจอต้นเหตุมาจากแม่ตัวเอง
มีเรื่องราวของชายหนุ่มชาวญี่ปุ่นรายหนึ่งที่ได้รับความสนใจอย่างกว้างขวางบนสังคมออนไลน์ หลังเขาตัดสินใจต่อต้านความคาดหวังของครอบครัว ด้วยการปฏิเสธการสอบเข้ารับราชการ แต่งกายเป็นหญิง และใช้ชีวิตอยู่ในอพาร์ตเมนต์ที่เต็มไปด้วยกองขยะ
ชายหนุ่มคนนี้ชื่อว่า มิซึกิ อายุ 26 ปี เหตุการณ์ดังกล่าวถูกพูดถึงตั้งแต่ช่วงปี 2565 โดยรายงานท้องถิ่นระบุว่า เขาเติบโตในครอบครัวที่เข้มงวด เน้นความสำเร็จทางการศึกษาเป็นอย่างมาก หลังพ่อแม่หย่าร้าง เขาอาศัยอยู่กับแม่ที่คอยควบคุมและดุอย่างสม่ำเสมอ ทำให้เขาชินกับการใช้ชีวิตอยู่ในกรอบและต้องทำตัวให้ “สมบูรณ์แบบ”
แม้จะเป็นเด็กเรียนดี และสอบติดมหาวิทยาลัยชั้นนำระดับประเทศ ก่อนจะสำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยโตเกียวอันทรงเกียรติ แต่หลังเรียนจบ เขากลับรู้สึกว่างเปล่า มองว่าชีวิตของตัวเองเป็นเพียง “ผลตอบแทนของแม่” จากการลงทุนด้านการศึกษา
เมื่อความกดดันสะสมเพิ่มขึ้น มิซึกิจึงพยายามค้นหาตัวตนใหม่ เขาปรับเปลี่ยนรูปลักษณ์ หันมาสวมเสื้อผ้าผู้หญิง เพื่อหลุดพ้นจากการควบคุมของแม่ และยุติบทบาท “ลูกชายผู้สมบูรณ์แบบ” โดยเริ่มงานเป็นพนักงานขายเสื้อผ้าผู้หญิง แต่ทำได้ไม่นานก็ลาออก จากนั้นลองทำงานบริษัทไอที แต่สภาพแวดล้อมกลับทำให้รู้สึกเหมือนยังคงถูกบังคับตามความคาดหวังของคนอื่น
จุดแตกหักเกิดขึ้น เมื่อเขาปฏิเสธสอบเข้ารับราชการ ทำให้แม่โกรธและไล่ออกจากบ้าน พร้อมคำพูดว่า “ถ้าเป็นแบบนี้ ฉันจะเลี้ยงดูคุณต่อไปทำไม”
หลังจากนั้น มิซึกิย้ายออกมาอยู่คนเดียวในอพาร์ตเมนต์เล็ก ๆ ที่โตเกียว ค่าเช่าราว 30,000 เยน (ประมาณ 6,100 บาท) ห้องของเขาเต็มไปด้วยกล่องพัสดุ เสื้อผ้าเก่า และของเสียต่าง ๆ ที่คนทั่วไปมองว่าเป็นขยะ แต่สำหรับเขามันคือ “แหล่งมิตรภาพ” และพื้นที่ปลอดภัยของตัวเอง
ปัจจุบัน เขาทำงานไลฟ์สตรีมในชุดแต่งหญิง พูดคุยกับผู้ติดตาม และมักกล่าวว่า “ผมเป็นสิ่งที่ผมเป็น และหวังว่าจะกล้าแสดงตัวตนได้มากขึ้น”
เรื่องราวของเขากลับมาเป็นประเด็นอีกครั้งท่ามกลางความถกเถียงเกี่ยวกับการเลี้ยงดูแบบสุดโต่ง ชาวเน็ตบางส่วนมองว่าเป็นผลจากความกดดันในครอบครัว ที่บังคับให้เด็กต้องแบกรับความคาดหวังจนหมดแรงใจ ขณะที่อีกด้านเห็นว่า พฤติกรรมของเขาเป็นการทำลายอนาคตและสุขภาพทั้งกายใจ พร้อมมองว่าการใช้ประสบการณ์ของเขาไปช่วยแนะแนวคนหลงทาง อาจทำให้ชีวิตมีคุณค่ามากขึ้น
ข้อมูลจาก South China Morning Post



















