ข่าว

heading-ข่าว

ระวัง "โรคไข้ดิน" เสียชีวิตแล้วหลายราย เช็กอาการและวิธีป้องกัน

08 ก.ย. 2568 | 15:32 น.
ระวัง "โรคไข้ดิน" เสียชีวิตแล้วหลายราย เช็กอาการและวิธีป้องกัน

หลังมีรายงานผู้เสียชีวิตจาก "โรคไข้ดิน" ในพื้นที่ภาคอีสานจำนวนมาก ทำให้หลายคนเริ่มตระหนักถึงอันตรายของโรคนี้มากขึ้น ซึ่งเป็นโรคที่หลายคนไม่คุ้นเคยแต่สามารถรักษาให้หายได้

น้ำท่วมต้องระวัง” หลังมีรายงานผู้เสียชีวิตจาก "โรคไข้ดิน" ในพื้นที่ภาคอีสานจำนวนมาก ทำให้หลายคนเริ่มตระหนักถึงอันตรายของโรคนี้มากขึ้น ซึ่งเป็นโรคที่หลายคนไม่คุ้นเคยแต่สามารถรักษาให้หายได้ หากรู้เท่าทันอาการและเข้ารับการรักษาอย่างรวดเร็ว

 

ระวัง โรคไข้ดิน เสียชีวิตแล้วหลายราย เช็กอาการและวิธีป้องกัน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

heading-ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ระวัง โรคไข้ดิน เสียชีวิตแล้วหลายราย เช็กอาการและวิธีป้องกัน

ดร.อาภาลักษณ์ ปาติยเสวี อาจารย์ประจำคณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) เจ้าของวิทยานิพนธ์ปริญญาเอกเรื่อง "โรคที่ลึกลับซับซ้อน: การทำให้โรคเมลิออยโดสิสเป็นที่รู้จักในประเทศไทย" เปิดเผยว่า ผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (อีสาน) โดยเฉพาะอย่างยิ่งในผู้ที่ประกอบอาชีพทำการเกษตร นาข้าว หรือต้องสัมผัสกับแหล่งน้ำขังบ่อยครั้ง มีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคเมลิออยโดสิส หรือ โรคไข้ดิน โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝน ซึ่งโรคนี้เป็นโรคที่มีความสลับซ้อนและยากต่อการวินิจฉัย ส่วนใหญ่ผู้ป่วยจะไม่รู้ตัวและเข้าถึงการรักษาเมื่อมีอาการรุนแรงแล้ว จึงทำให้อัตราการเสียชีวิตจากโรคไข้ดินในปัจจุบันอยู่ที่มากกว่าร้อยละ 30


ระวัง โรคไข้ดิน เสียชีวิตแล้วหลายราย เช็กอาการและวิธีป้องกัน

ดร.อาภาลักษณ์ กล่าวว่า โรคไข้ดินเกิดจากแบคทีเรีย Burkholderia pseudomallei พบมากในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเขตร้อนชื้น โดยปกติแล้วแบคทีเรียชนิดนี้จะอยู่ในดินและน้ำ และสามารถอยู่ใต้ผิวดินได้ดีกว่าแบคทีเรียอื่นๆ แต่ในช่วงฤดูฝน น้ำฝนมักจะพัดพาแบคทีเรียที่อยู่บนดินออกไป จนทำให้แบคทีเรีย Burkholderia pseudomallei ที่อยู่ใต้ดินขึ้นมาอยู่บนดินแทน จึงทำให้คนมีโอกาสเสี่ยงต่อการติดเชื้อในรูปแบบต่างๆ อาทิ การสัมผัสทางผิวหนัง การดื่ม ไปจนถึงการสูดละอองฝุ่นที่มีเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกาย 

 

สำหรับโรคไข้ดินเป็นโรคที่ได้รับฉายาว่าโรคขี้เลียนแบบ กล่าวคือมีความคล้ายคลึงกับโรคอื่นๆ หรืออาจเรียกได้ว่าสามารถปลอมตัวเป็นโรคอื่นได้อย่างแนบเนียน อาทิ วัณโรค โรคปอด ที่ผ่านมาจึงวินิจฉัยได้ยากมาก ผู้ป่วยจะมีอาการตั้งแต่ไข้ธรรมดาไปจนมีไข้สูง ไอ ปวดเมื่อยเนื้อเมื่อยตัว หายใจเหนื่อยหอบ มีฝีที่ผิวหนัง ปอด ตับ หรือม้าม ฯลฯ หากผู้ป่วยเป็นโรคเบาหวาน ไตวายเรื้อรัง หรือปอดบวมร่วมด้วย ก็จะยิ่งทำให้อาการรุนแรงขึ้น สามารถลุกลามเข้าสู่กระแสเลือด และส่งผลถึงขั้นเสียชีวิต

 

ขอบคุณ : กรุงเทพธุรกิจ
 

ข่าวล่าสุด

heading-ข่าวล่าสุด

ข่าวเด่น

5 ราศีเท่านั้น ดาวศุกร์ย้ายชะตาพลิก จับเงินก้อน ปลดหนี้

5 ราศีเท่านั้น ดาวศุกร์ย้ายชะตาพลิก จับเงินก้อน ปลดหนี้

ปิดตำนาน เจ้าของนามปากกา "นราวดี" นักเขียนชื่อดัง จากไปในวัย 95 ปี

ปิดตำนาน เจ้าของนามปากกา "นราวดี" นักเขียนชื่อดัง จากไปในวัย 95 ปี

"ไฟดับ 29 มี.ค. 2569" กฟน. ประกาศดับไฟ 28 จุด กทม. สมุทรปราการ นนทบุรี

"ไฟดับ 29 มี.ค. 2569" กฟน. ประกาศดับไฟ 28 จุด กทม. สมุทรปราการ นนทบุรี

ยกย่อง ครูผู้ให้ เขียนพินัยกรรม มอบทรัพย์สินให้ลูกศิษย์

ยกย่อง ครูผู้ให้ เขียนพินัยกรรม มอบทรัพย์สินให้ลูกศิษย์

เดือด "แจ๊ส-บอล-นาย" ฟาดกลับปม ไอซ์ เมียเหน่ง ซัดคนหิวแสง

เดือด "แจ๊ส-บอล-นาย" ฟาดกลับปม ไอซ์ เมียเหน่ง ซัดคนหิวแสง