ชี้แจงเเล้ว! ดราม่า คาราคูร์ต ตะโกนว้ากใส่สาวไทย จนโดนทัวร์ลงหนัก

15 กรกฎาคม 2565

"เอบราร์ คาราคูร์ต" มือตบหัวเสาตุรเคียผมสีชมพู หลังปรากฎช็อตตะโกนว้ากใส่ตบสาวไทย ล่าสุดเจ้าตัวชี้เเจงเเล้ว คอมเมนต์ในไอจีทะลุครึ่งหมื่น

   จากกรณีการแข่งขันวอลเลย์บอลเนชั่นส์ลีก 2022 รอบสุดท้าย ระหว่าง ตบสาวไทย พบกับ ตุรเคีย วอลเลย์บอลหญิงไทย พ่าย ตุรกี ไป1-3เซต 25-23, 15-25, 18-25, 21-25 จอดป้ายที่รอบ8ทีมสุดท้ายเนชั่นส์ลีก VNL2022 เมื่อวันที่14ก.ค.65ที่ผ่านมา ซึ่งได้เกิดดราม่า ทัวร์ลง เอบราร์ คาราคูร์ต มือตบหัวเสาผมสีชมพูของตุรเคีย กับลีลาการตบอันรุนแรงทรงพลัง เเละมาดอันดุดันของ ตะโกนว้ากโวยวายตลอดเกม เเถม คาราคูร์ตยังมีการว้ากใส่ตบสาวไทย จนเกิดเป็นประเด็นร้อนขึ้นทันที

คาราคูร์ต ตะโกนว้ากใส่สาวไทย จนโดนทัวร์ลงหนัก / คาราคูร์ต ออกมาชี้แจง

  โดยเกิดเหตุการณ์ ทัวร์ลง เอบราร์ คาราคูร์ต เนื่องจาก ตบสาวตุรเคีย จะออกอาการดีใจสุดเหวี่ยงสุดขีด หลังขึ้นตบหัวเสาทำแต้มได้  มีช็อตที่ตะโดนว้ากใส่วอลเลย์บอลสาวไทยที่หน้าเน็ต จนทำให้แฟนลูกยางไทยและแฟนลูกยางต่างชาติมองว่าเป็นกิริยาท่าทางที่ไม่เหมาะสม ไม่มีสปิริตมาตะโกนใส่คู่แข่ง จนในไอจีของ คาราคูร์ต ได้มีคอมเมนต์จำนวนมากทั้งคนไทยเเละคนต่างชาติเข้าไปเเสดงความคิดเห็นในเชิงตำหนิ เอบราร์ คาราคูร์ต เรียกได้ว่าทัวร์ลงหนัก

คาราคูร์ต ตะโกนว้ากใส่สาวไทย จนโดนทัวร์ลงหนัก / คาราคูร์ต ออกมาชี้แจง

คาราคูร์ต ตะโกนว้ากใส่สาวไทย จนโดนทัวร์ลงหนัก / คาราคูร์ต ออกมาชี้แจง

 

  โดยล่าสุดในไอจีสตอรี่ของ เอบราร์ คาราคูร์ต ได้โพสต์ชี้เเจงว่า ตัวเธอเองไม่ได้มีเจตนาจะดูถูกหรือตะโกนใส่ทีมไทยแต่อย่างใด แต่เป็นเพราะเป็นธรรมดาของการเล่นกีฬา พร้อมทั้งยังให้ความเคารพกับนักกีฬาไทยเสมอ

คาราคูร์ต ตะโกนว้ากใส่สาวไทย จนโดนทัวร์ลงหนัก / คาราคูร์ต ออกมาชี้แจง

คาราคูร์ต ตะโกนว้ากใส่สาวไทย จนโดนทัวร์ลงหนัก / คาราคูร์ต ออกมาชี้แจง

"ถึงแฟนวอลเลย์บอลไทย แพชชั่นมันเป็นเรื่องปกติ มันเป็นเรื่องธรรมชาติที่เราจะแสดงความทะเยอทะยานในการเล่นกีฬา ไม่ใช่เรื่องขัดแย้งกับผู้เล่นที่คุณเคารพ ฉันรักประเทศของคุณ (ประเทศไทย) และรักผู้เล่นทีมไทยทุกคน เราทุกคนล้วนเป็นส่วนหนึ่งของกีฬานี้

(คอมเมนต์ในไอจี คาราคูร์ต ทะลุครึ่งหมื่นเเล้ว)

คาราคูร์ต ตะโกนว้ากใส่สาวไทย จนโดนทัวร์ลงหนัก / คาราคูร์ต ออกมาชี้แจง

cr.Volleyball World  ไอจี- ebrarkarakurt18

ขอขอบคุณข้อมูลจาก Tnews