พ่อแม่ตื่นเต้น นึกว่าลูกยิ้มให้จากในครรภ์ รู้ความจริงใจสลาย

พ่อแม่ตื่นเต้น นึกว่าลูกน้อยกำลังยิ้มให้จากในครรภ์ คุณหมออัลตราซาวด์ซ้ำก่อนเผยความจริงที่ทำให้หัวใจสลาย
เรื่องราวของหญิงตั้งครรภ์รายหนึ่งกำลังถูกแชร์เป็นอุทาหรณ์สำคัญเกี่ยวกับการฝากครรภ์และตรวจสุขภาพทารกตามกำหนด หลังเธอเดินทางไปอัลตราซาวด์เป็นครั้งแรกในช่วงอายุครรภ์ 5 เดือน และพบภาพที่ทำให้ทั้งครอบครัวเข้าใจผิดว่า ลูกน้อยกำลังส่งรอยยิ้มให้จากในครรภ์
อย่างไรก็ตาม ความดีใจดังกล่าวกลับอยู่ได้ไม่นาน เมื่อแพทย์ที่ทำการตรวจมีสีหน้าเคร่งเครียด ก่อนจะแจ้งความจริงที่สร้างความสะเทือนใจให้กับว่าที่คุณพ่อคุณแม่ว่า สิ่งที่เห็นบนหน้าจออัลตราซาวด์ไม่ใช่รอยยิ้มของทารก แต่เป็นสัญญาณของความผิดปกติแต่กำเนิดที่รุนแรง
ตามรายงานระบุว่า หญิงตั้งครรภ์รายดังกล่าวใช้นามสมมุติว่า "ทิงทิง" โดยเธอและสามีตัดสินใจแต่งงานหลังตั้งครรภ์โดยไม่ตั้งใจ ในช่วงแรกทั้งคู่ยังลังเลเกี่ยวกับอนาคตของเด็กในครรภ์ กระทั่งเวลาผ่านพ้นช่วงที่สามารถยุติการตั้งครรภ์ตามปกติได้ จึงตัดสินใจเก็บเด็กไว้และสร้างครอบครัวร่วมกัน
ด้วยเหตุนี้ ทิงทิงจึงไม่ได้เข้ารับการตรวจครรภ์ตามกำหนด และเพิ่งเดินทางมาฝากครรภ์พร้อมทำอัลตราซาวด์เป็นครั้งแรกเมื่ออายุครรภ์เข้าสู่เดือนที่ 5 ซึ่งเป็นช่วงที่ใบหน้าและอวัยวะต่าง ๆ ของทารกเริ่มพัฒนาอย่างชัดเจน
ระหว่างการตรวจอัลตราซาวด์ สามีของเธอสังเกตเห็นภาพใบหน้าของทารกที่ดูคล้ายกำลังยิ้มกว้าง จึงเอ่ยปากชื่นชมด้วยความเอ็นดูว่าลูกน้อยน่ารักตั้งแต่ยังไม่ลืมตาดูโลก ทำให้ทั้งคู่รู้สึกตื่นเต้นและมีความสุขกับภาพที่เห็นตรงหน้า
แต่หลังจากแพทย์ตรวจบริเวณใบหน้าและริมฝีปากของทารกอย่างละเอียดหลายครั้ง กลับพบความผิดปกติที่น่ากังวล ก่อนแจ้งข่าวร้ายว่า สิ่งที่เห็นไม่ใช่รอยยิ้ม แต่เป็นรอยแยกขนาดใหญ่บริเวณริมฝีปากบนที่ลามขึ้นไปถึงจมูก ซึ่งเข้าข่ายภาวะปากแหว่งเพดานโหว่ระดับรุนแรง หรือระดับ 3
ข่าวดังกล่าวสร้างความตกใจให้กับทิงทิงเป็นอย่างมาก จนเธอเริ่มโทษตัวเองว่าอาจเป็นต้นเหตุที่ทำให้ลูกมีความผิดปกติ แต่แพทย์ได้อธิบายว่า ภาวะปากแหว่งเพดานโหว่เป็นความผิดปกติแต่กำเนิดที่เกิดขึ้นในช่วงระยะตัวอ่อนของการตั้งครรภ์ หรือประมาณสัปดาห์ที่ 4-8 ซึ่งมักเกิดจากความผิดปกติของพัฒนาการในครรภ์ และไม่สามารถสรุปได้ว่าเกิดจากพฤติกรรมใดพฤติกรรมหนึ่งของมารดาในภายหลัง
แพทย์ยังเน้นย้ำว่า การฝากครรภ์และตรวจตามนัดอย่างสม่ำเสมอมีความสำคัญอย่างมาก เพราะช่วยให้สามารถตรวจพบความผิดปกติได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น รวมถึงประเมินว่าทารกมีความผิดปกติของอวัยวะภายในส่วนอื่นร่วมด้วยหรือไม่
สำหรับเด็กที่มีภาวะปากแหว่งเพดานโหว่ในระดับไม่รุนแรง สามารถเข้ารับการผ่าตัดแก้ไขหลังคลอดได้ และส่วนใหญ่ยังสามารถเติบโต ใช้ชีวิต รวมถึงมีพัฒนาการทางร่างกายและสติปัญญาได้ตามปกติ
อย่างไรก็ตาม ในกรณีที่มีความรุนแรงมาก อาจส่งผลต่อการดูดนม การพูด การออกเสียง ตลอดจนส่งผลกระทบต่อสภาพจิตใจและคุณภาพชีวิตของเด็กในระยะยาว
ภายหลังการตรวจเพิ่มเติมและการเจาะน้ำคร่ำเพื่อประเมินความผิดปกติอย่างละเอียด รวมถึงพิจารณาถึงภาระค่าใช้จ่ายในการรักษาและการดูแลระยะยาว ทิงทิงและสามีจึงตัดสินใจยุติการตั้งครรภ์ด้วยความโศกเศร้า ท่ามกลางความเสียใจของทั้งครอบครัว
กรณีดังกล่าวจึงกลายเป็นอีกหนึ่งอุทาหรณ์สำคัญที่สะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นของการฝากครรภ์และเข้ารับการตรวจสุขภาพทารกอย่างสม่ำเสมอ เพื่อเพิ่มโอกาสในการวางแผนรักษาและดูแลเด็กได้อย่างเหมาะสมตั้งแต่เนิ่น ๆ
ข้อมูลจาก HK01




















