“ฉาย บุนนาค” ปรับโครงสร้างองค์กร ควบรวมธุรกิจสื่อ ภายใต้ ONE NATION

07 มีนาคม 2565

“เนชั่นกรุ๊ป” ปรับโครงสร้างองค์กรตามยุทธศาสตร์ ONE NATION สร้าง Synergy สูงสุดและฟื้นฟูสำนักข่าวเนชั่น Nation News Agency (NNA) เป็นสำนักข่าวกลางที่มีความเข้มแข็งและความชำนาญการในการผลิตคอนเทนต์

“เนชั่นกรุ๊ป” ปรับโครงสร้างองค์กรครั้งใหญ่ ประกาศซื้อธุรกิจ Nation TV 22 และ คมชัดลึก มูลค่ารวม 461 ล้าน สร้างปรากฎการณ์ผนึกธุรกิจสื่อในเครือ สร้าง Synergy สูงสุด และขายเงินลงทุน Nation Broadcasting Corporation หรือ NBC ในสัดส่วน 61% ให้แก่ นายบุญเอื้อ จิตรถนอม และ นายณัฐพงศ์ ศีตวรรัตน์ ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ OTO ในราคา 1.30 บาทต่อหุ้น จำนวน 691 ล้านหุ้น กวาดเงินกว่า 800 ล้านบาท เดินหน้าตามยุทธศาสตร์ ONE NATION เพื่อความเป็นเอกภาพ และ เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน บนหลักการเสรีภาพสื่อ พร้อมเดินหน้าพัฒนาองค์กรยกระดับกลุ่มบริษัทสู่ Digital Asset

 

“ฉาย บุนนาค” ปรับโครงสร้างองค์กร ควบรวมธุรกิจสื่อ ภายใต้ ONE NATION

 

ฉาย บุนนาค ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เนชั่น กรุ๊ป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า “เนชั่น กรุ๊ป เดินหน้าเข้าสู่ปีที่ 51 ปี เป็นสถาบันสื่อที่ยืนหยัดเคียงคู่คนไทยมายาวนาน และยิ่งใหญ่ที่สุดในประเทศ เรายึดมั่นอุดมการณ์ในการเป็นสถาบันสื่อเพื่อประเทศชาติและประชาชน

 

ในปีนี้เรามุ่งเน้นปรับโครงสร้างภายในให้เข้มแข็งเพื่อสร้างรากฐานที่มั่นคง บริหารจัดการตามยุทธศาสตร์ ONE NATION ผนึกธุรกิจสื่อในเครือ สร้าง Synergy สูงสุด ให้เกิดเอกภาพ บนหลักการเสรีภาพสื่อ และเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน ลดภาระต้นทุนที่ซ้ำซ้อน อาทิ การฟื้นฟูสำนักข่าวเนชั่น Nation News Agency (NNA) เป็นสำนักข่าวกลางที่มีความเข้มแข็งและความชำนาญการ ผลิตคอนเทนต์บางส่วนเพื่อซัปพอร์ตให้สื่อในเครือ

 

พร้อมเปลี่ยนชื่อบริษัทจาก บริษัท เนชั่น มัลติมีเดีย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ NMG เป็น “บริษัท เนชั่น กรุ๊ป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)” หรือ NATION โดยมีหน่วยธุรกิจอยู่ภายใต้อัมเบลล่าเดียวกันทั้งหมด ปัจจุบันมีทั้งหมด 5 แพลตฟอร์ม ได้แก่ โทรทัศน์, สิ่งพิมพ์, สื่อนอกบ้าน, งานอีเวนต์ On Ground และ ออนไลน์

 

“ฉาย บุนนาค” ปรับโครงสร้างองค์กร ควบรวมธุรกิจสื่อ ภายใต้ ONE NATION

อีกทั้ง ยังเดินหน้าด้วยการฟื้นสำนักข่าวเนชั่น Nation News Agency (NNA) หน่วยงานกลางในการผลิตคอนเทนต์เสริมให้แต่ละแบรนด์ ซึ่งมีกองบรรณาธิการของตนเองที่เข้มแข็งและมีเสรีภาพในการผลิตเนื้อหาคอนเทนต์คุณภาพสู่ประชาชนตามอัตลักษณ์ ไม่ว่าจะเป็น เนชั่นทีวี, เนชั่นออนไลน์, กรุงเทพธุรกิจ, คมชัดลึก, สปริงนิวส์, ไทยนิวส์, เดอะเนชั่น (ภาษาอังกฤษ), โอเคเนชั่น, ขอบสนาม และ เดอะ พีเพิ่ล

 

แต่ละแบรนด์เปรียบเสมือนเชือกแต่ละเส้นเมื่อถักร้อยรวมกันย่อมแข็งแรง และสามารถพาองค์กรไปสู่เป้าหมายที่ตั้งไว้ในอนาคต ภายหลังจากการปรับโครงสร้างในครั้งนี้ องค์กรเราจะมีสถานะทางการเงินที่แข็งแรง โดยผมเชื่อว่าจะสามารถสร้างผลกำไรให้องค์กร สร้างผลตอบแทนให้ผู้ถือหุ้นและพนักงาน

เมื่อจัดโครงสร้างต่างๆ ภายในกลุ่มแล้ว Resource และ สินทรัพย์ทางปัญญาต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นถังข้อมูลข่าวตลอด 51 ปีที่ผ่านมา รวมไปถึงรูปภาพและวิดีโอ หากนำมาจัดการแปลงสู่สินทรัพย์ดิจิทัลมันมีมูลค่ามหาศาล  เป็นสิ่งที่เราเตรียมบริหารจัดการให้เป็นระเบียบ โดยมีการแต่งตั้งที่ปรึกษาคือ บริษัท ฟิวเจอร์ คอมเพเทเร่ จำกัด  เข้ามาช่วยดูแลและศึกษาการออกเหรียญโทเค่น หรืออาจจะเป็น NFT ในไตรมาส 3-4 จะเห็นความชัดเจนมากขึ้น

 

เรายังคงยึดมั่นในอุดมการณ์ในการทำหน้าที่ ตามจริยธรรมวิชาชีพสื่อ ตรวจสอบทุจริต ดูแลผลประโยชน์ เพื่อประเทศชาติและประชาชน ตอกย้ำความเป็นสื่อที่รับผิดชอบต่อสังคม เราตั้งใจผลิตเนื้อหาคอนเทนต์ที่ดี มีคุณภาพ ซื่อตรงและต้องเป็นประโยชน์ คอนเทนต์ที่ไม่เป็นผลไม้พิษ ต่อความคิดประชาชน อะไรที่ทำให้สังคมบิดเบี้ยว สร้างมลภาวะทางความคิดในสังคม และ คอนเทนต์ฉาบฉวย เพื่อเรียกเรตติ้งหรือสร้างพลังลบสู่สังคมเราไม่ทำ” ฉาย กล่าวทิ้งท้าย