ช้างป่าทับลาน 3 แม่ลูกบุกพังบ้านนาดี แตกโขลงหนีไกล 10 กม.

ช้างป่าทับลาน 3 แม่ลูกบุกพังบ้านพัก อ.นาดี ขณะที่หัวหน้าอุทยานฯ เผยช้างป่าปรับพฤติกรรมแตกกลุ่มย่อยหากินไกล 10 กม. จี้สังคมคุยความจริงเรื่องมาตรการย้ายช้าง
วิกฤตความขัดแย้งระหว่างคนกับช้างป่ารอบแนวเขตผืนป่ามรดกโลกทับลานทวีความรุนแรงขึ้น ล่าสุดกล้องวงจรปิดจับภาพวินาทีระทึก ช้างป่าทับลาน 3 แม่ลูก บุกประชิดบ้านพักราษฎรกลางดึกในพื้นที่ อ.นาดี จ.ปราจีนบุรี รื้อค้นข้าวของและเหยียบย่ำสวนผลไม้พังยับเยิน ขณะที่ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติทับลาน เผยสถิติน่ากังวล ช้างป่า ปรับพฤติกรรมเรียนรู้หลบเลี่ยงเจ้าหน้าที่ แตกโขลงกระจายตัวหากินข้าม 2 จังหวัด ไกลกว่า 10 กิโลเมตร ทำให้การ ผลักดันช้างป่า ทำได้ยากขึ้น ฝ่ายจับตาตรึงกำลัง 24 ชั่วโมงจนแทบไม่ได้หลับนอน
เหตุการณ์เกิดเมื่อเวลา 02.00 น. วันที่ 19 กรกฎาคม 2569 ช้างป่า 3 แม่ลูกบุกเข้ามาหน้าบ้านเลขที่ 263 หมู่ที่ 3 บ้านวังอ้ายป่อง ต.แก่งดินสอ อ.นาดี จ.ปราจีนบุรี ใช้งวงรื้อค้นกระป๋องหาอาหารห่างจากตัวบ้านเพียง 5 เมตร ก่อนอ้อมไปหลังบ้าน รุ่งเช้าพบสวนเกษตรผสมผสาน ทุเรียน ส้มโอ พลู ท่อประปา และต้นกล้วยเสียหาย โดย นางสาวสุริยา คชภรภรณี เจ้าของบ้านเล่าว่าตนตกใจมากที่เห็นช้างป่าอยู่ห่างบ้านไม่กี่เมตร ปกติแถวนี้มี ช้างโขลง ใหญ่ประมาณ 60 ตัว หากินใกล้หมู่บ้านมานาน จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดูแลความปลอดภัย
ด้าน นายประวัติศาสตร์ จันทร์เทพ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติทับลาน เปิดเผยว่า ในพื้นที่ ต.แก่งดินสอ พบช้างออกนอกป่าอนุรักษ์ต่อเนื่องช่วงวันที่ 12–18 กรกฎาคม 2569 เฉลี่ยสูงถึง 15–70 ตัวต่อวัน แม้จัดชุดเฝ้าระวังร่วมกับเครือข่ายอาสาสมัคร แต่ปัจจุบันเป็นฤดูฝนทำให้ไม่สามารถใช้ โดรนเทอร์มอล (Thermal Drone) ช่วยผลักดันได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ซ้ำร้าย พฤติกรรมช้างป่า ยังเปลี่ยนไปอย่างน่ากังวลใน 2 ประเด็นหลัก คือ
• แตกกลุ่มย่อยกระจายวงกว้าง: ช้างแตกออกเป็นกลุ่มย่อยละ 20-30 ตัว หากินไกลจากชายป่าเกิน 10 กิโลเมตร ครอบคลุมพื้นที่ อ.นาดี จ.ปราจีนบุรี ไปจนถึง อ.ครบุรี และ อ.เสิงสาง จ.นครราชสีมา ซึ่งบางจุดฝั่งโคราชช้างป่าเกือบเดินเข้าเขตตลาดชุมชนแล้ว
• เรียนรู้และรอเวลา: ช้างป่ารู้ทันเจ้าหน้าที่ โดยจะมาตั้งหลักตรงขอบชายป่าตั้งแต่เวลา 16.00 น. เมื่อถูกผลักดันตอนกลางคืน จะปรับตัวเดินออกจากป่าไวขึ้นและเปลี่ยนเวลาหากินไปเรื่อยๆ เพื่อหลบเลี่ยงการปะทะ
หัวหน้าอุทยานฯ เน้นย้ำว่า ทุกภาคส่วนต้องเลิกมองโลกในแง่ดีและหันมาพูดความจริงเพื่อนำ มาตรการเคลื่อนย้ายช้างป่า กลับมาทบทวนและบังคับใช้อย่างจริงจังด่วนที่สุด เพราะการเดินเท้าผลักดันช้างระยะทางไกลกว่า 10 กิโลเมตรในปัจจุบันแทบเป็นไปไม่ได้
"เราต้องยอมรับความจริง มาตรการเคลื่อนย้ายช้างต้องถูกนำกลับมาคุย กลุ่มคนรักช้างที่เคยเรียกร้องห้ามย้ายช้าง อาจกำลังกลายเป็นต้นเหตุที่ทำให้ช้างป่าต้องตายในอนาคต เพราะถ้าปล่อยให้ช้างหลุดเข้าเขตเมือง เข้าตลาดจนเกิดเหตุทำร้ายหรือฆ่าประชาชน เจ้าหน้าที่ปฏิเสธความรับผิดชอบไม่ได้ และอาจต้องใช้มาตรการเด็ดขาดเพื่อปกป้องชีวิตคน ซึ่งไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น" นายประวัติศาสตร์ กล่าว
อย่างไรก็ตาม ในระหว่างที่รอข้อสรุปเรื่องมาตรการย้ายช้าง ทางอุทยานฯ ได้ร่วมมือกับกลุ่มเอกชนและภาคประชาสังคม ดำเนินกิจกรรมเชิงรุกสร้างและฟื้นฟู แหล่งอาหารช้างป่า และแหล่งน้ำในป่าลึก โดยส่งเจ้าหน้าที่และอาสาสมัครขึ้นไปบริเวณผาเม่น และอุโมงค์เชื่อมต่อระหว่างอุทยานฯ อ.นาดี จ.ปราจีนบุรี เพื่อปลูกพืชอาหารหลัก ทำ โป่งเทียม และเสริมแร่ธาตุในถังแร่ธาตุ เพื่อดึงดูดรั้งให้ช้างป่าอยู่แต่ในผืนป่าชั้นใน ลดการออกมารบกวนพื้นที่เกษตรกรรมของชาวบ้าน ย้ำชัดแม้เป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ แต่ต้องทำทุกวิถีทางเต็มกำลังเพื่อความปลอดภัยของทั้งคนและช้างป่า

สูบบุหรี่ในบ้านแต่ควันรบกวนข้างบ้าน เข้าข่ายผิดกฎหมายไหม

"ลูกเกด เมทินี" ปลื้มใจน้ำตาคลอ ลูกชายทุบสถิติว่ายน้ำไทย 32 ปี

5 ราศี ดาวอาทิตย์ย้ายประทานทรัพย์ เงินกระแทกมือแบบตั้งตัวไม่ทัน

เวลาผ่านไปไวมาก "กวาง กมลชนก" เผยภาพคู่ลูกสาว "น้องเนย" ในวันเกิด
















