"รัศมีแข" โพสต์อาลัย หลังสูญเสีย "คุณย่า" อันเป็นที่รัก

03 ตุลาคม 2564

ขอแสดงความเสียใจ "รัศมีแข ฟ้าเกื้อล้น" โพสต์อาลัยสุดเศร้า สูญเสีย "คุณย่า" อันเป็นที่รัก หลังพ่อแท้ๆ เพิ่งจากไป 2 อาทิตย์

เป็นอีกหนึ่งในวงการบันเทิงที่มากความสามารถ สำหรับ "รัศมีแข ฟ้าเกื้อล้น" ที่มีชื่อเล่นว่า "เจมส์"

รัศมีแข โพสต์อาลัย หลังสูญเสีย คุณย่า

ก่อนหน้านี้หลายคนคงได้ยินข่าวคุณพ่อของรัศมีแขเสียชีวิต ทั้งที่ยังไม่ได้เจอหน้ากัน โดยรัศมีแขได้โพสต์ผ่านอินตาแกรมว่า

"อีกหนึ่งเรื่องราวของชีวิตผมกับพ่อ....โควิดหายดีขึ้นเมื่อไหร่..ยังไงก็จะไป...เจอกันนะ Senegal"

รัศมีแข โพสต์อาลัย หลังสูญเสีย คุณย่า

 

ล่าสุดนั้นต้องขอแสดงความเสียใจ เมื่อรัศมีแขได้เปิดเผยผ่านอินสตาแกรมว่าสูญเสียคุณย่า โพสต์อาลัยพร้อมได้พูดถึงเรื่องของตนเองกับคุณย่า

"กอดสุดท้ายของเรา....หลับให้สบายครับคุณย่าของหนูเจมส์....หนูเจมส์ไม่ได้ใช้นามสกุล พัฒนะจินดา แต่เจมส์ภูมิใจที่เป็นลูกหลานของคุณย่าและครอบครัวของคุณย่าครับ...มากกว่าครึ่งชีวิตของเจมส์ตั้งแต่อายุ15....กราบขอบพระคุณที่คุณย่ารับคนนอกแบบเจมส์ให้อยู่ในบ้านและครอบครัวของคุณย่าด้วยใจ..และคอยสั่งสอน..อบรม...จนเจมส์เป็นเจมส์ได้ทุกวันนี้....สิ่งหนึ่งที่เจมส์รู้สึกได้ในร่างกายของเจมส์...คือความเป็นคุณย่าที่อยู่ในตัวเจมส์...เจมส์จะเป็นคนดี..และคุณย่าจะอยู่ในตัวเจมส์ตลอดไป....เจมส์รักคุณย่าครับ "

รัศมีแข โพสต์อาลัย หลังสูญเสีย คุณย่า

"จากเด็กที่ไหนไม่รู้กลายเป็นคนที่รู้ว่าย่าชอบไม่ชอบอะไร...รู้ว่าคุณย่าชอบใช้มีดเล่มไหน...หม้อ..ตะหลิว..กระทะใบไหน..ผมรู้หมด...ถ้าจะต้องเก็บของ...ต้องเก็บยังไง....ล้างจานห้ามจานกระทบกัน...เดินขึ้นลงบันไดห้ามมีเสียง...เปิดน้ำล้างจานห้ามกระเด็นเสียงดัง...ทำอาหารเสร็จต้องให้ป้าทานก่อน...เพราะป้าเป็นคนหาเลี้ยงเรา....การจัดวางชั้นพระ การเตรียมของไหว้เจ้า....เวลาคุณปูจะเล่นงานหนู....คุณย่าจะจัดการให้เสมอ...จากเด็กที่ไม่เคยทำอาหารเลย..คุณป้าก็บอกให้เราเข้าครัวเป็นลูกมือคุณย่า...คุณย่าก็เริ่มจาการให้ไปหยิบของก่อน...หยิบเป็นปี...อยู่ในครัววนไป...จนสุดท้ายผมเป็นคนเข้าครัว...แล้วคุณย่าแค่เดินมาชิม...สูตรคุณย่าอร่อยที่สุดสำหรับผมแล้ว...ผมถึงสำผัดได้ว่าคุณย่าอยู่ในร่างของผมเสมอ....เพียงแต่การกลับไปสวีเดนครั้งหน้า...เราไม่ได้กอดหรือหยอกล้อกันเท่านั้นเอง....."

รัศมีแข โพสต์อาลัย หลังสูญเสีย คุณย่า

 

ขอบคุณข้อมูลจาก Tnews