ศาลพิพากษา ประหารชีวิตสถานเดียว ลูกชายเล่าต๋า แสนลี่

ศาลอาญา พิพากษาตัดสินประหารชีวิต นายปรีชา และนายอำนาจ แสนลี่ ลูกชายของ เล่าต๋า แสนลี่ หลังจับกุมได้เมื่อปี 2562
วันนี้ (17 ก.พ.) เวลา 08.30 น. ที่ ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ได้เบิกตัว นายปรีชา แสนลี่ และ นายอำนาจ แสนลี่ กับพวก รวม 7 คน มาฟังคำพิพากษาในคดีดำ ย.2613/62 ที่พนักงานอัยการคดียาเสพติด 10 เป็นโจทก์ฟ้องนายปรีชา แสนลี่ นายอำนาจ แสนลี่ นายสมเจต แสนฟู่ นายปริญญา หรือหนึ่ง หมื่นอภัย น.ส.ศิริวรรณ วงค์สา นายศุภกร ภารสวัสดิ์ นายนัฐพงษ์ หมื่นอภัย ทั้งหมดมีภูมิลำเนา อ.แม่อายจ.เชียงใหม่ และ นายเชาวสิทธิ์ แก้วกองมา มีภูมิลำเนาที่อ.แม่ลาน้อย จ.แม่ฮ่องสอน เป็นจำเลยที่1-10 ในความผิดฐานสมคบกันกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เฮโรอีน) ไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่าย พ.ร.บ.ฟอกเงิน ฯ ที่ ห้องพิจารณา 712 ซึ่งอยู่ระหว่างรอการพิจารณาของศาล สำหรับคดีนี้ในชั้นสอบสวนจำเลยที่1-5 ,7-8 ให้การปฏิเสธ ส่วนจำเลยที่ 6 ให้การรับสารภาพ
เมื่อถึงเวลาศาลได้พิเคราะห์พยานหลักฐานโจทก์และจำเลยแล้วรับฟังเป็นข้อเท็จจริง ว่าพยานหลักฐานของโจทก์ชี้ให้เห็นว่า จำเลยที่ 1-3 และ จำเลยที่ 6 เป็นการรับสารภาพเพราะจำนนต่อจากพยานหลักฐานของโจทก์ทั้งเส้นทางการเงินในบัญชีและพยานคนสนิทให้การ ส่วนที่จำเลยที่ 4-5,7 นำสืบทำนองว่ารายได้ที่เข้ามาในบัญชีเป็นรายได้จากอาชีพรับเหมาก่อสร้าง ขายวัสดุอุปกรณ์ในการก่อสร้างขายปูนและรายได้จากห้างหุ้นส่วนจำกัดวรรณศิริ 1985 (วัสดุก่อสร้าง) รวมถึงบิดามารดาของจำเลยมีรายได้ และสามารถให้จำเลยที่4 ยืมเงิน และจำเลยที่4 โอนเข้าบัญชีเพื่อชำระหนี้ไม่มีน้ำหนักรับฟังได้ ทางนำสืบของจำเลย 4,5,7,8 ไม่สามารถหักล้างพยานหลักฐานของโจทก์ได้
พิพากษาว่า จำเลยที่1-5 มีความผิดตาม พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 และพ.ร.บ.มาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534 และจำเลยที่ 2-8 มีความผิดตามพ.ร.บ.การฟอกเงินพ.ศ.2542 การกระทำของจำเลยที่ 2-8 เป็นความผิดหลายกรรมต่างกันให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป
จำเลยที่ 2-4 มีความผิดฐานสมคบกันเพื่อมีเฮโรอีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและได้มีการกระทำความผิด เพราะเหตุที่ได้สมคบกันและร่วมกันมีเฮโรอีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย เป็นการกระทำกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท แต่ละบทมีโทษเท่ากันให้ลงโทษฐานร่วมกันมีเฮโรอีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย ให้ลงโทษประหารชีวิต
จำเลยที่ 5-8 ให้ลงโทษฐานเป็นผู้สนับสนุนช่วยเหลือผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดต้องระวางโทษเช่นเดียวกันกับตัวการให้ลงโทษประหารชีวิต และตามฟ้องจำเลยที่ 1,4,5 มีความผิดฐานสมคบกันเพื่อมีเฮโรอีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและได้มีการกระทำความผิดเพราะเหตุที่ได้สมคบกันและร่วมกันมีเฮโรอีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายเป็นการกระทำกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท แต่ละบทมีโทษเท่ากันให้ลงโทษฐานร่วมกันมีเฮโรอีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายให้ลงโทษประหารชีวิต
จำเลยที่ 2-8 มีความผิดฐานสมคบโดยตกลงกันเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงิน และได้กระทำความผิดฐานฟอกเงินเพราะเหตุที่ได้สมคบกันกับความผิดฐานร่วมกันฟอกเงินเป็นการกระทำกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานร่วมกันฟอกเงินซึ่งเป็นกฎหมายที่มีโทษหนักที่สุด ให้ลงโทษจำคุกคนละ 2 ปี
จำเลยที่6-8 ให้การในชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้างมีเหตุบรรเทาโทษลดโทษคนละหนึ่งในสาม ฐานเป็นผู้สนับสนุนหรือช่วยเหลือผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด คงจำคุก จำเลยที่ 6-8 ตลอดชีวิต ฐานร่วมกันฟอกเงินคงจำคุกจำเลยที่ 6-8 คนละ 16 เดือน
เมื่อลงโทษจำเลยที่ 2-5 ประหารชีวิต และลงโทษจำคุกตลอดชีวิตจำเลยที่ 5-8 ตามฟ้องในข้อหาสมคบกันทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด แล้วจึงไม่อาจนำโทษฐานอื่นมาเรียงกระทงลงโทษได้อีกตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 91 (3) คงประหารชีวิตจำเลยที่ 1-5 สถานเดียว และจำเลยที่ 6-8 ให้จำคุกตลอดชีวิตริบของกลางทั้งหมด

กรมอุตุฯประกาศเข้าสู่ฤดูหนาว 2569 มาช้าและหนาวน้อยลง

รู้จัก ส.ต.อ.หญิง ชนัดดา กองร้อยน้ำหวาน ปฏิบัติหน้าที่จราจรหญิง

มหาดไทยสั่งผู้ว่าฯ ทั่วประเทศ จับตา 4 โรคทางเดินหายใจ รับมือฤดูหนาว

ถนนสายใหม่เมืองคอนคืบหน้าเกิน 70% จับตากำหนดเสร็จปี 2570 ช่วยแก้รถติด
















