เลือก "มะเขือเปราะ" ให้ได้ลูกอ่อน จุดสังเกตง่ายๆ ที่พ่อค้าแม่ค้าไม่ยอมบอกคุณ

เลี่ยง 3 จุดนี้ เสี่ยงได้ลูกแก่ ใครเคยเจอปัญหานี้บ้าง? ซื้อมะเขือเปราะมาจะมาทำแกงเขียวหวานหรือจิ้มน้ำพริก แต่พอกัดเข้าไปดันเจอแต่ "เมล็ดแก่"
เลี่ยง 3 จุดนี้ เสี่ยงได้ลูกแก่ ใครเคยเจอปัญหานี้บ้าง? ซื้อมะเขือเปราะมาจะมาทำแกงเขียวหวานหรือจิ้มน้ำพริก แต่พอกัดเข้าไปดันเจอแต่ "เมล็ดแก่" แถมเนื้อด้านในยังเหนียวเคี้ยวไม่ออก เสียอารมณ์ทั้งมื้อ
เลือก "มะเขือเปราะ" ให้ได้ลูกอ่อน วันนี้เราจะมาเผย "5 จุดเช็คด่วน" ก่อนหยิบมะเขือเปราะใส่ตะกร้า รับรองว่าคัดเองได้ลูกอ่อน กรอบสด กินแล้วฟินแน่นอน
1. สังเกต "ขั้วผล" ต้องสดและเขียว
ขั้วมะเขือเปราะคือตัวบอกอายุที่ชัดที่สุด หากขั้วยังดูสด เขียว ไม่เหี่ยวแห้ง หรือไม่มีรอยช้ำ แสดงว่าเป็นมะเขือที่เพิ่งเก็บมาใหม่ๆ แต่ถ้าขั้วเริ่มเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล หรือแห้งกรอบ ให้หลีกเลี่ยงทันที เพราะนั่นคือมะเขือค้างคืนที่เนื้อเริ่มฝ่อแล้ว
2. ผิวต้อง "เรียบตึง" ไม่เหี่ยวย่น
มะเขือเปราะที่อ่อนและสด ผิวจะต้องเต่งตึง ดูอวบน้ำ ไม่มีความเหี่ยวหรือรอยยับ หากผิวเริ่มมีรอยย่น นั่นแปลว่าเนื้อด้านในเริ่มไม่แน่น และรสชาติความกรอบจะลดลงไปเกินครึ่ง
3. สัมผัสความ "แน่น" คือหัวใจ
ลองใช้นิ้วกดเบาๆ บนตัวผลมะเขือเปราะดู ถ้ากดแล้วรู้สึก "แน่นมือ" ไม่มีอาการบุ๋มหรือยุบตามแรงกด แสดงว่าลูกนั้นยังอ่อนและเนื้อแน่นดี แต่ถ้ากดแล้วรู้สึกนิ่ม หรือผลดูบวมผิดปกติ ให้สันนิษฐานได้เลยว่าเมล็ดข้างในแก่และฟองน้ำเยอะ
มีเพิ่มเติมให้นิดนึง หากบางคนสงสัยจริงๆแล้วลูกเล็กลูกใหญ่มีผลต่างกันไหม เลือกยังไง คำตอบก็จะแบบนี้
4. ขนาดของผล "เล็กลูกใหญ่" เลือกแบบไหน?
หลายคนเข้าใจผิดว่าลูกใหญ่คือดี จริงๆ แล้วในเชิงความอร่อย "ลูกขนาดกลางถึงเล็ก" มักจะเป็นลูกที่อ่อนกว่าและไม่มีเมล็ดแก่กวนใจ มะเขือที่ลูกใหญ่เกินไปมักจะเป็นมะเขือที่แก่จัด เมล็ดจะเยอะและมีรสขมกว่าปกติ
5. สังเกต "สี" ของผล
มะเขือเปราะที่ดีควรจะมีสีเขียวสดหรือขาวนวลสม่ำเสมอทั่วทั้งลูก หากลูกไหนเริ่มมีสีเหลืองแซมเข้ามา แสดงว่านั่นคือ "มะเขือแก่" อย่างแน่นอน มะเขือจำพวกนี้จะเอาไปต้มหรือทำแกงก็ไม่ค่อยอร่อย เพราะเนื้อจะกระด้าง
เคล็ดลับเพิ่มเติม
หลังจากซื้อมาแล้ว หากยังไม่ทำกินทันที ให้เช็ดผิวให้แห้ง ห่อด้วยกระดาษทิชชู่อเนกประสงค์แล้วใส่ถุงซิปล็อคแช่ตู้เย็น จะช่วยรักษาความสดกรอบได้นานขึ้นอีก 3-5 วัน




















