ฟองน้ำล้างจาน ควรเปลี่ยนบ่อยแค่ไหน เผยวิจัยภัยเงียบ แหล่งสะสมเชื้อโรคใกล้ตัว

ฟองน้ำล้างจาน อุปกรณ์คู่ห้องครัวที่ทุกบ้านต้องใช้ทุกวัน แต่อาจเป็นสิ่งที่ "สกปรกที่สุดในบ้าน" โดยที่คุณไม่รู้ตัว หลายคนมักใช้งานจนฟองน้ำยุ่ย ฉีกขาด
สำหรับ “ฟองน้ำล้างจาน” อุปกรณ์คู่ห้องครัวที่ทุกบ้านต้องใช้ทุกวัน แต่อาจเป็นสิ่งที่ "สกปรกที่สุดในบ้าน" โดยที่คุณไม่รู้ตัว หลายคนมักใช้งานจนฟองน้ำยุ่ย ฉีกขาด หรือมีกลิ่นเหม็นถึงจะยอมทิ้ง แต่ในทางวิทยาศาสตร์และสาธารณสุข การทำเช่นนั้นกำลังนำโรคร้ายมาสู่คนในครอบครัว
ผลวิจัยชี้ "ฟองน้ำล้างจาน" สกปรกกว่าฝารองนั่งชักโครก
งานวิจัยจาก มหาวิทยาลัยฟูร์ตวังเกน (Furtwangen University) ประเทศเยอรมนี ที่ตีพิมพ์ในวารสาร Scientific Reports ได้ทำการตรวจสอบไมโครไบโอมในฟองน้ำล้างจานที่ผ่านการใช้งานแล้ว พบข้อเท็จจริงที่น่าตกใจดังนี้:
ความหนาแน่นของแบคทีเรียสูงลิ่ว: ในฟองน้ำล้างจาน 1 ลูกบาศก์เซนติเมตร (ขนาดประมาณก้อนน้ำตาลทราย) สามารถพบแบคทีเรียอาศัยอยู่หนาแน่นถึง 5.4 หมื่นล้านตัว ซึ่งเป็นความหนาแน่นในระดับเดียวกับที่พบในอุจจาระของมนุษย์
สกปรกกว่าชักโครก 200,000 เท่า: ดร.ฟิลิป เทียร์โน นักจุลชีววิทยาจากมหาวิทยาลัยนิวยอร์ก ระบุว่า ฟองน้ำล้างจานสะสมเชื้อโรคมากกว่าฝารองนั่งชักโครกถึงสองแสนเท่า เนื่องจากฟองน้ำมีความชื้น มีรูพรุน และมีเศษอาหารตกค้าง ซึ่งเป็น "บุฟเฟต์ชั้นเลิศ" ที่ทำให้แบคทีเรียเจริญเติบโตได้อย่างรวดเร็ว
เชื้อโรคร้ายที่ซ่อนอยู่ในฟองน้ำมีอะไรบ้าง?
Moraxella osloensis: แบคทีเรียตัวการที่ทำให้ฟองน้ำมี "กลิ่นเหม็นอับ" และหากนำไปล้างจาน กลิ่นนี้จะติดจานชาม รวมถึงเสื้อผ้าหากเรานำไปเช็ด และยังอาจก่อให้เกิดการติดเชื้อในผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ
Salmonella และ E. coli: เชื้อโรคกลุ่มนี้ทำให้เกิดอาการท้องร่วง ท้องเสีย อาหารเป็นพิษ และลำไส้อักเสบเฉียบพลัน
สรุปแล้ว "ฟองน้ำล้างจาน" ควรเปลี่ยนบ่อยแค่ไหน?
ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่า: ควรเปลี่ยนฟองน้ำล้างจาน "ทุกๆ 1 - 2 สัปดาห์"
หรืออย่างน้อยที่สุดไม่ควรเกิน 1 เดือน แม้ว่าสภาพภายนอกของฟองน้ำจะยังดูดีอยู่ก็ตาม แต่แบคทีเรียภายในได้ขยายพันธุ์จนเต็มพื้นที่แล้ว
สัญญาณเตือนที่บอกว่าต้อง "ทิ้งทันที" ห้ามเสียดาย
ฟองน้ำเริ่มมีกลิ่นเหม็นอับ (แปลว่าเชื้อโรคโตเต็มพื้นที่แล้ว)
ผิวสัมผัสเริ่มเหนียวเหนอะหนะ หรือเนื้อฟองน้ำเริ่มยุ่ย
สีของฟองน้ำเปลี่ยนไป มีคราบดำหรือคราบเชื้อราเกาะ
ความเข้าใจผิด: เอาไปต้ม-เวฟ ช่วยฆ่าเชื้อได้จริงหรือ?
หลายคนพยายามประหยัดด้วยการนำฟองน้ำไปต้มในน้ำเดือด หรือนำเข้าไมโครเวฟเพื่อฆ่าเชื้อ แต่งานวิจัยพบว่า วิธีนี้ช่วยได้เพียงชั่วคราวเท่านั้น แบคทีเรียสายพันธุ์ที่แข็งแรงและอันตรายจะยังคงรอดชีวิตอยู่ และพวกมันจะยิ่งทวีคูณจำนวนขึ้นมาใหม่อย่างรวดเร็วเพื่อยึดพื้นที่คืน ดังนั้น วิธีที่ดีและปลอดภัยที่สุดคือ "เปลี่ยนใหม่อย่างสม่ำเสมอ"
แหล่งอ้างอิงข้อมูล
งานวิจัยจากเยอรมนี (Scientific Reports): Microbiome analysis and confocal microscopy of used kitchen sponges

ตำรวจทางหลวงชุมพร ตรวจเข้มรถบรรทุกน้ำหนักเกิน ป้องกันถนนพัง-ลดอุบัติเหตุ

4 ราศี ดวงเดือนมิถุนายน 2569 ต้องระวังปัญหา การเงิน สุขภาพ

"หวยฮานอยวันนี้" 2/6/69 สด หวยฮานอยล่าสุด หวยฮานอยวันนี้ออกอะไร

4 ราศี ดาวพฤหัสย้ายพลิกจากร้าย กลายเป็นรวย เงินทองไหลมาเทมา
















