ไลฟ์สไตล์

heading-ไลฟ์สไตล์

ยุค AI คัดคนเก่งกว่าเดิม เผยทักษะจัดการชีวิตสู้เกณฑ์เลิกจ้าง

09 เม.ย. 2569 | 16:47 น.
ยุค AI คัดคนเก่งกว่าเดิม เผยทักษะจัดการชีวิตสู้เกณฑ์เลิกจ้าง

ปี 2026 แรงงานไทยเสี่ยงตกงานพุ่ง 4 หมื่นคนต่อเดือน เมื่อ AI เข้ามาคัดคนทำงานยุคใหม่ เผยทางรอดด้วยทักษะ Work Life Intelligence เก่งทั้งงานและจัดการชีวิต

ปี 2026 แรงงานไทยเสี่ยงตกงาน พุ่ง 4 หมื่นคนต่อเดือน เมื่อ AI เข้ามาคัดคนทำงานยุคใหม่ เผยทางรอดด้วยทักษะ Work Life Intelligence เก่งทั้งงานและจัดการชีวิตเป็นเพื่ออยู่รอดในตลาดงานยุค K-Shape เช็กเลยที่นี่

ยุค AI คัดคนเก่งกว่าเดิม เผยทักษะจัดการชีวิตสู้เกณฑ์เลิกจ้าง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

heading-ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ไทยเลิกจ้างพุ่ง สุขภาพจิตทรุด โลกงานยุค AI บีบคนต้องเก่งกว่าเดิม

 

ปี 2026 ประเทศไทยกำลังเผชิญจุดเปลี่ยนสำคัญของตลาดแรงงาน พร้อมกับหลายประเทศทั่วโลก เมื่อองค์กรใช้คนน้อยลง แต่คาดหวังมากขึ้น โลกการทำงานยุคใหม่ไม่ได้ต้องการแค่คนเก่ง แต่ต้องการคนที่ปรับตัวเป็น และจัดการชีวิตได้ ซึ่งผู้เชี่ยวชาญชี้ว่าทักษะที่จำเป็นในโลกยุคนี้ คือ ทักษะการทำงานแบบ Work Life Intelligence

 

หลายคนคงพอเห็นภาพแล้วว่าทุกวันนี้ เทคโนโลยี AI เข้ามาเร่งให้โครงสร้างการทำงานเปลี่ยนเร็วขึ้นอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ขณะที่องค์กรจำนวนมากเริ่มลดต้นทุน ปรับขนาดทีม และใช้ระบบอัตโนมัติเข้ามาแทนแรงงาน ส่งผลให้รูปแบบการทำงานแบบเดิมไม่สามารถรับประกันความมั่นคงได้อีกต่อไป

 

ยุค AI คัดคนเก่งกว่าเดิม เผยทักษะจัดการชีวิตสู้เกณฑ์เลิกจ้าง

ข้อมูลจากหลายสถาบันระดับโลกชี้ตรงกันว่า ภายในปี 2030 ทักษะที่จำเป็นในตลาดแรงงานจะเปลี่ยนไปถึง 70% (ทักษะงานเดิมหายไป ทักษะงานใหม่เกิดขึ้นมา) ส่วนสถานการณ์ในประเทศไทยปีนี้ มีความเสี่ยงการเลิกจ้างในระบบสูงต่อเนื่อง โดยอาจมีคลื่นปลดพนักงานออกสูงถึง 40,000 คนต่อเดือน ขณะเดียวกัน วิกฤติสุขภาพจิตวัยทำงานก็เริ่มกลายเป็นปัญหาเชิงโครงสร้าง เมื่อองค์การอนามัยโลก (WHO) เตือนว่า สภาพการทำงานที่กดดันและไม่สมดุล กำลังบั่นทอนขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว

ด้าน ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินว่า การเลิกจ้างแรงงานไทยในระบบประกันสังคม ยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 7% ต่อปี โดยในปีที่ผ่านมา มีพนักงานบริษัทถูกเลิกจ้างกว่า 531,000 คน เพิ่มขึ้น 20% จากปีก่อน ส่วนแนวโน้มในปี 2569 อาจมีการเลิกจ้างเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 40,000 คนต่อเดือน

ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงนี้ Creative Talk, QGEN Consult และ AME Imaginative จึงร่วมกันจัดงาน People Performance Conference 2026 เพื่อนำเสนอแนวคิดใหม่ที่เรียกว่า “Work Life Intelligence” ซึ่งถูกมองว่าเป็นทักษะสำคัญของคนทำงานยุค AI ที่ต้องมีเพื่อฝึกฝนทั้งทักษะด้านเทคโนโลยี และทักษะการจัดการชีวิตไปพร้อมกัน โดยมีผู้เชี่ยวชาญและผู้บริหารจากหลายองค์กรร่วมแบ่งปันมุมมองเกี่ยวกับอนาคตของแรงงานไทย 

โลกงานเกิด K-Shape คนที่ใช้ AI เป็นจะก้าวหน้าไว ใครปรับตัวไม่ทันจะถูกทิ้ง

สิทธิพงศ์ ศิริมาศเกษม ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ก่อตั้ง RGB72 และ CREATIVE TALK กล่าวว่า ในปี 2026 องค์กรไม่สามารถมอง AI เป็นเพียงเครื่องมือได้อีกต่อไป เพราะมันกำลังกลายเป็นเหมือนพนักงานคนหนึ่งที่ทำงานร่วมกับมนุษย์อย่างเต็มรูปแบบ

“วันนี้เราไม่ได้มองว่า AI เป็นแค่เครื่องมือ แต่มันคือ Digital Employee ที่เข้ามานั่งทำงานกับเรา สิ่งที่น่ากังวลที่สุดคือการเกิดช่องว่างแบบ K-Shape ที่ชัดเจนมาก คนกลุ่มหนึ่งใช้ AI เป็นที่ปรึกษาเพื่อขยายศักยภาพตัวเอง ส่วนอีกกลุ่มที่ปรับตัวไม่ทันจะถูกทิ้งไว้ข้างหลังอย่างรวดเร็ว”

ผู้ก่อตั้ง CREATIVE TALK ยังมองว่า โลกของการใช้ AI ได้ผ่านช่วงทดลองไปแล้ว และกำลังเข้าสู่ยุคของการวัดผลจริง เขาอธิบายเพิ่มว่า “ตอนนี้ไม่ใช่ช่วง Explore แล้ว แต่เป็นช่วง Evaluation เราเริ่มใช้ AI Agents ที่ทำงานแทนเราได้เกือบสมบูรณ์ หน้าที่ของคนทำงานจึงไม่ใช่แค่ต้องเก่งขึ้น แต่ต้องรู้ว่าจะใช้เทคโนโลยีอย่างไรเพื่อเพิ่มคุณค่าให้ตัวเอง”

อย่างไรก็ตาม เขาเชื่อว่าประสิทธิภาพในการทำงานไม่สามารถแยกจากคุณภาพชีวิตได้อีกต่อไป เพราะเวลางานกับเวลาชีวิตส่วนตัวล้วนเชื่อมโยงกัน เมื่องานดี ชีวิตก็ดี ขณะที่เมื่อชีวิตดี งานก็ดีตาม นี่คือเหตุผลที่เราพูดถึง Work Life Intelligence เพราะคนทำงานต้องเก่งทั้งเรื่องงานและเรื่องชีวิตไปพร้อมกัน

เทคโนโลยีเปลี่ยนไว แต่คนตามไม่ทัน องค์กรจึงต้องการคนที่ทำงานเหนือกว่า AI

อภิชาติ ขันธวิธิ Co-founder ของ QGEN Consult เปิดเผยมุมมองส่วนตัวว่า ความท้าทายใหญ่ขององค์กรในปีนี้คือ แม้จะมีเทคโนโลยีล้ำสมัย แต่พนักงานจำนวนมากยังไม่สามารถใช้ได้เต็มศักยภาพ 

“หลายองค์กรมีเทคโนโลยีที่ดีมาก แต่ผลลัพธ์ไม่เกิด เพราะพนักงานตามไม่ทัน เมื่อ AI เข้ามาจัดการเนื้องานส่วนใหญ่แทนคนได้แล้ว บางแผนกอาจต้องใช้คนน้อยลง คนทำงานจึงต้องเปลี่ยนจากการทำงานแบบเดิม มาเป็นการทำงานเหนือ AI หรือเป็นผู้ควบคุม AI ให้เป็น”

เขามองว่า การ Up-skill และ Re-skill ไม่ใช่ทางเลือกอีกต่อไป แต่เป็นเงื่อนไขในการอยู่รอด ถ้าทักษะเดิมเริ่มหมดอายุ แต่วัยทำงานไม่รีบสร้างคุณค่าใหม่ให้ตนเอง ก็อาจจะกลายเป็นส่วนเกินขององค์กรทันที คนทำงานยุคนี้จึงต้องเป็น Fast Learner เรียนรู้เร็ว และปรับตัวเร็ว

ในขณะเดียวกัน องค์กรเองก็ต้องเผชิญกับความย้อนแย้งในการบริหารมากขึ้น องค์กรต้องเร่งสปีดแข่งกับตลาด แต่ก็รับความเสี่ยงไม่ได้ ต้องการให้พนักงานอิสระ แต่ก็ต้องการผลงานเร็ว ความกดดันแบบนี้คือจุดเริ่มต้นของปัญหาสุขภาพจิตที่แย่ลง โดยเฉพาะอาการหมดไฟ

“ผมว่า แนวคิด Work-life integration แบบเดิมไม่เพียงพออีกต่อไป วัยทำงานวันนี้ต้องเป็น Work Life Intelligence คือเก่งทั้งงาน และมีพลังในการใช้ชีวิตไปพร้อมกันครับ”

โลกงานไม่ใช่แค่เปลี่ยนเร็ว แต่กำลัง “คัดคน” เร็วขึ้นด้วย 

มีผลสำรวจด้านแรงงาน นายจ้าง และสถานที่การทำงาน จากหลากหลายแหล่งที่มา ล้วนชี้ตรงกันว่า องค์กรทั่วโลกกำลังเผชิญปัญหาช่องว่างทักษะอย่างรุนแรง ยกตัวอย่างรายงานจาก World Economic Forum ระบุว่า

63% ของนายจ้างมองว่า Skill gap เป็นอุปสรรคใหญ่ที่สุดในการทำงาน
85% ขององค์กรกำลังเร่งอัปสกิลพนักงาน
70% เตรียมจ้างคนใหม่ที่มีทักษะตรงอนาคต
50% ต้องย้ายพนักงานจากงานที่กำลังหายไป ไปสู่งานใหม่

ขณะที่ผลสำรวจจาก LinkedIn ยังประเมินว่า ภายในปี 2030 ทักษะงาน 70% จะเปลี่ยนไป นอกจากนี้ ยังมีข้อมูลการเลิกจ้างในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีทั่วโลกที่สะท้อนว่า โลกงานกำลังเข้าสู่ช่วงคัดเลือกอย่างเข้มข้น กล่าวคือ ปี 2025 มีการเลิกจ้าง 783 ครั้ง กระทบกว่า 245,000 คน ขณะที่ในปี 2026 ยังมีการปลดพนักงานออกต่อเนื่องอีกหลายหมื่นคน

ขอบคุณที่มาจาก : กรุงเทพธุรกิจ

 

 

ทักษะ Work Life Intelligence

 

1. AI-Driven Productivity (ฉลาดใช้ AI ทุ่นแรง)

ไม่ใช่แค่ใช้ AI เป็น แต่ต้องรู้ว่างานส่วนไหนควรให้ AI ทำ (เช่น งานซ้ำซ้อน งานวิเคราะห์ข้อมูล) เพื่อดึงเวลาของ "มนุษย์" กลับมาใช้กับงานที่ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์ หรือใช้พักผ่อน

Skill: การเขียน Prompt ที่แม่นยำ และการเลือกใช้ AI Agents มาทำงานแทนเหมือนมีเลขาฯ ส่วนตัว

 

2. Energy Management (บริหารพลังงาน ไม่ใช่แค่เวลา)

คนเก่งยุคใหม่ต้องรู้ว่าช่วงไหนของวัน Brain Power สูงที่สุด แล้วใช้ช่วงนั้นทำงานที่ยากที่สุด ส่วนช่วงที่พลังงานต่ำให้ใช้พักผ่อนหรือทำงานง่ายๆ

Skill: การสังเกต Peak Performance ของตัวเอง และการหยุดพักก่อนที่จะ "หมดไฟ" (Burnout)

 

3. Adaptive Resilience (ความยืดหยุ่นทางจิตใจ)

ในโลกที่คนถูกเลิกจ้างง่ายขึ้น ทักษะการจัดการความเครียดและการยอมรับความเปลี่ยนแปลง (Growth Mindset) เป็นเรื่องสำคัญมาก

Skill: การแยกแยะความเครียดจากงานไม่ให้ลามไปถึงความสัมพันธ์ในครอบครัว และการลุกขึ้นใหม่ได้ไว (Bounce Back)

 

4. Digital Wellness (สุขภาวะในโลกดิจิทัล)

ความสามารถในการ "ปิดสวิตช์" ตัวเองจากโลกการทำงานที่เชื่อมต่อตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อรักษาคุณภาพการนอนและสุขภาพจิต

Skill: การตั้งขอบเขตการทำงาน (Boundaries) และการทำ Digital Detox อย่างเป็นระบบ

 

5. Hybrid Collaboration (การทำงานร่วมกันแบบไร้รอยต่อ)

การสื่อสารที่ชัดเจนผ่านเครื่องมือออนไลน์ โดยยังสามารถสร้างความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นกับทีมได้แม้ไม่ได้เจอหน้ากัน

Skill: การสื่อสารแบบอซิงโครนัส (Asynchronous Communication) ที่มีประสิทธิภาพ ไม่ต้องรอประชุมตลอดเวลา

ข่าวล่าสุด

heading-ข่าวล่าสุด

ข่าวเด่น

เลิกเปิดแอร์ทั้งวัน! เผย 7 วิธีเปลี่ยนบ้านเตาอบให้เย็นฉ่ำ

เลิกเปิดแอร์ทั้งวัน! เผย 7 วิธีเปลี่ยนบ้านเตาอบให้เย็นฉ่ำ

พ่อรวย 20 ล้าน แต่ต้องโดดเดี่ยว รู้จุดแตกหักกับลูก เป็นใครก็ปวดใจ

พ่อรวย 20 ล้าน แต่ต้องโดดเดี่ยว รู้จุดแตกหักกับลูก เป็นใครก็ปวดใจ

เผยความจริง! สีดอแก้วตาเจ็บจริงไหม? หลังคลิปว่อนโซเชียล

เผยความจริง! สีดอแก้วตาเจ็บจริงไหม? หลังคลิปว่อนโซเชียล

ซูเปอร์ไต้ฝุ่นซินลากูทวีความรุนแรง เตือนไทยรับมือพายุฤดูร้อน

ซูเปอร์ไต้ฝุ่นซินลากูทวีความรุนแรง เตือนไทยรับมือพายุฤดูร้อน

เผยชัดๆโฉมหน้าสามี "ไอซ์ อภิษฎา" ครั้งแรก หล่อดูดีออร่าพุ่ง

เผยชัดๆโฉมหน้าสามี "ไอซ์ อภิษฎา" ครั้งแรก หล่อดูดีออร่าพุ่ง