ประวัติหลวงปู่จูม พันธุโล พระเกจิดังแห่งวัดโพธิสมภรณ์

ประวัติหลวงปู่จูม พันธุโล หรือ พระธรรมเจดีย์ เกจิอาจารย์ชื่อดัง อดีตเจ้าอาวาสวัดโพธิสมภรณ์ มีที่มาอย่างไรบ้าง
หลวงปู่จูม พันธุโล หรือ พระธรรมเจดีย์ เกจิอาจารย์ชื่อดัง อดีตเจ้าอาวาสวัดโพธิสมภรณ์ ที่มีชื่อเสียงในทางพระพุทธศาสนา จะมีประวัติความเป็นมาอย่างไรบ้าง วันนนี้ทีมข่าว Thainews Online จะพาทุกท่านที่มีความเชื่อและความศรัทธา ยึดหลวงปู่จูมเป็นที่พึ่งทางใจ มาเปิดประวัติหลวงปู่จูมกัน จะเป็นอย่างไรบ้าง ไปติดตามกันเลย
ประวัติหลวงปู่จูม พันธุโล พระเกจิดังแห่งวัดโพธิสมภรณ์
หลวงปู่จูม พันธุโล หรือ พระธรรมเจดีย์ ชื่อเดิมคือ จูม จันทรวงศ์ เกิดเมื่อวันพฤหัสบดี 24 เม.ย. 2431ปีชวด บ้านท่าอุเทน อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม ซึ่งหลวงปู่จูมนั้นเป็นบุตรคนที่ 3 ของนายคำสิงห์และนางเขียว จันทรวงศ์
เมื่อหลวงปู่จูมอายุ 12 ปี พอดีกับเรียนจบหลักสูตรประถมศึกษา จึงได้ บรรพชาเป็นสามเณรเมื่อ 10 ธันวาคม พ.ศ.2442 ที่วัดโพนแก้ว ต.ท่าอุเทน จ.นครพนม ศึกษาเล่าเรียนพระปริยัติธรรม อักษรขอม อักษรธรรม และภาษาไทย ท่านยังฝึกหัดเทศน์มหาชาติ (เวสสันดรชาดก) เป็นทำนองภาคอีสาน ปรากฏว่าเป็นที่นิยมชมชอบของบรรดาญาติโยม เป็นเวลา 3 ปี
พ.ศ. 2445 ได้ย้ายไปอยู่วัดอินทร์แปลง ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครพนม เพื่อศึกษาเล่าเรียนพระธรรมวินัย แต่ก็อยู่ได้เพียงปีเดียว พ.ศ. 2446 พระอาจารย์จันทร์ เขมิโย ซึ่งเป็นพระอาจารย์ มีความสนใจการปฏิบัติกัมมัฏฐานเป็นพิเศษ ปรารภจะเดินทางไปกราบขออุบายธรรมจากพระอาจารย์ใหญ่ ฝ่ายกัมมัฏฐาน คือ พระอาจารย์เสาร์ กันตสีโล และพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต ดังนั้น สามเณรจูมและหมู่คณะจึงติดตามมุ่งสู่จังหวัดอุบลราชธานี คณะพระอาจารย์จันทร์และลูกศิษย์เข้ากราบนมัสการพระอาจารย์เสาร์ และพระอาจารย์มั่น ที่สำนักวัดเลียบ อ.เมือง จ.อุบลราชธานี และฝากถวายตัวเป็นศิษย์เพื่อศึกษาข้อวัตรปฏิบัติ ตลอดเวลา 3 ปี จนมีความรู้ความเข้าใจในเรื่องวัตรปฏิบัติ ทำให้สามเณรจูมประพฤติดีปฏิบัติชอบ สร้างสมบารมีเรื่อยมา
พ.ศ. 2449 พระอาจารย์จันทร์กราบลาพระอาจารย์ใหญ่ทั้งสอง พาคณะพระภิกษุและสามเณรกลับจังหวัดนครพนมอันเป็นถิ่นมาตุภูมิ เมื่ออายุ 20 ปีบริบูรณ์ เข้าพิธีอุปสมบท เมื่อวันที่ 9 มี.ค. 2450 ที่พัทธสีมา วัดมหาชัย อ.หนองบัวลำภู จ.อุดรธานี มีพระครูแสง ธัมมธโร วัดมหาชัย เป็นพระอุปัชฌาย์, พระครูสีมา สีลสัมปันโน วัดจันทราราม อ.ภูเวียง จ.ขอนแก่น เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และ พระอาจารย์จันทร์ เป็นพระอนุสาวนาจารย์ หลังอุปสมบท ศึกษาเล่าเรียนพระปริยัติธรรม ทั้งแผนกนักธรรมและบาลี ที่สำนักวัดเทพศิรินทราวาส เป็นเวลาหลายพรรษา สามารถสอบไล่ได้นักธรรมชั้นตรี-โท ต่อมาสอบไล่ได้เปรียญธรรม 3 ประโยค ท่านอยู่จำพรรษาที่วัดเทพศิรินทราวาสเป็นเวลานานถึง 15 ปี เมื่อได้รับพระบัญชาจากคณะสงฆ์ จึงอำลาวัดเทพศิรินทราวาส เดินทางสู่จังหวัดอุดรธานี ไปเป็นเจ้าอาวาสวัดโพธิสมภรณ์ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2466
เมื่อ หลวงปู่จูม เป็นเจ้าอาวาสจึงได้เร่งพัฒนา วัดโพธิสมภรณ์ ทั้งทางด้านศาสนสถาน ศาสนศึกษา ศาสนบุคคล และศาสนธรรม ด้านการปกครอง ท่านเป็นผู้นำปกครองพระภิกษุสามเณร และอุบาสก อุบาสิกา ด้วยหลักพรหมวิหารธรรม เป็นพระเถระที่เคร่งครัดในระเบียบวินัย ส่งเสริมการศึกษาพระปริยัติธรรมทั้งแผนกนักธรรมและแผนกบาลี สอนปริยัติ และลำดับสมณศักดิ์ พ.ศ. 2473 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นราช ที่พระราชเวที พ.ศ. 2478 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นเทพ ที่พระเทพกวี พ.ศ. 2488 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นธรรม ที่พระธรรมเจดีย์ แม้ท่านจะมรณภาพไปเมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม 2505 ณ โรงพยาบาลศิริราช แต่คุณงามความดีและความศักดิ์สิทธิ์ของท่านก็ยังคงเป็นที่ยึดเหนี่ยวแก่บรรดาเหล่าลูกศิษย์จวบจนปัจจุบัน

กรมอุตุฯประกาศเข้าสู่ฤดูหนาว 2569 มาช้าและหนาวน้อยลง

รู้จัก ส.ต.อ.หญิง ชนัดดา กองร้อยน้ำหวาน ปฏิบัติหน้าที่จราจรหญิง

มหาดไทยสั่งผู้ว่าฯ ทั่วประเทศ จับตา 4 โรคทางเดินหายใจ รับมือฤดูหนาว

ถนนสายใหม่เมืองคอนคืบหน้าเกิน 70% จับตากำหนดเสร็จปี 2570 ช่วยแก้รถติด
















