"กรมส่งเสริมการเกษตร" ยกโมเดล ตรวจก่อนตัด คัดก่อนส่งออก "ทุเรียนใต้"

"กรมส่งเสริมการเกษตร" ยกโมเดล ตรวจก่อนตัด คัดก่อนส่งออก "ทุเรียนใต้" พร้อมแนะวิธีจัดการสวนไม้ผลหลังเก็บเกี่ยว
การจัดการผลไม้ภาคตะวันออกอย่างมืออาชีพ เป็นโมเดลสำคัญที่ "กรมส่งเสริมการเกษตร" พร้อมส่งต่อสู่เกษตรกรภาคใต้ที่มีผลผลิตทุเรียน มังคุด และเงาะ โดยเฉพาะทุเรียนที่ต้องควบคุมคุณภาพมาตรฐานเพื่อสร้างมูลค่าและผลักดันการส่งออก
นางอุบล มากอง ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 3 จังหวัดระยอง เปิดเผยว่า กว่า 90% ของสวนผลไม้ตะวันออกจะได้รับการรับรองการทำการเกษตรที่ดีและเหมาะสม(GAP) เพราะผลผลิตส่วนใหญ่เพื่อส่งออกทำให้เกษตรกรใส่ใจการจัดการสวน ทำให้ผลผลิตได้มาตรฐานและจำหน่ายราคาสูง ซึ่งปีนี้เฉลี่ยราคาส่งออกกิโลกรัมละ 150 บาท
สำหรับปัญหาชาวสวนปีนี้มีอุปสรรคคล้ายกัน คือ ความร้อนที่ทำให้ผลไม้ทั่วประเทศติดดอกออกผลไม่ตรงฤดูกาล น้ำหนักต่อผลลดลง 50% ซึ่งการส่งออกทุเรียนตะวันออกปีนี้มีปริมาณลดลง และล่าสุดอยู่ที่ประมาณ 4 แสนกว่าตัน จากผลผลิตรวม 6 แสนตัน น้อยกว่าปีแล้ว 14%
"ด้วยสภาพอากาศที่แปรปรวน มีลมหนาวพัดมาช่วงปลายเดือน ธ.ค. 67 (วันที่ 22-24 ธ.ค.2566) ทำให้ผลผลิตออกล่าช้าประมาณ 1 เดือน จากที่ควรติดดอกตั้งแต่เดือน พ.ย. 66 เป็นเดือน ธ.ค. 66 ประกอบกับอากาศร้อน แล้ง อุณหภูมิสูงเกิน 35 องศาเซลเซียส ปริมาณน้ำไม่เพียงพอช่วงเดือน ม.ค.-เม.ย. 2567 มีฝนน้อยมาก ทำให้ปากใบทุเรียนปิด
การสังเคราะห์แสงไม่ดี ส่งผลให้เนื้อทุเรียนมีสีเหลืองเหมือนจะแก่แต่เปอร์เซ็นต์แป้งยังไม่ผ่าน ซึ่งเกษตรกรอาจเข้าใจผิดตัดทุเรียนอ่อนหรือด้อยคุณภาพออกสู่ตลาด ซึ่งตัวอย่างการนับวันดอกบานจนถึงวันเก็บเกี่ยวในทุเรียนพันธุ์หมอนทอง ต้องสังเกตตั้งแต่วันดอกบานจนถึงวันตัดรวม 120 วัน จะเป็นระยะเหมาะสม"
ทั้งนี้ กรมส่งเสริมการเกษตรสร้างกลไกการสนับสนุนมาตรการควบคุมและป้องกันการตัดทุเรียนอ่อน โดยให้เกษตรกร ผู้รับจ้างตัดทุเรียนและล้ง ปรับพฤติกรรมการซื้อขายทุเรียนด้วยการตรวจเปอร์เซ็นต์ น้ำหนักแห้งในตัวอย่างทุเรียนที่เป็นตัวแทนแต่ละรุ่นก่อนเก็บเกี่ยวอย่างน้อย 3 วัน พร้อมออกใบรับรองผลการตรวจ
ขณะที่ผู้ประกอบการ (ล้ง) โรงรวบรวมและคัดบรรจุต้องขอดูเอกสารรับรองผลการตรวจเปอร์เซ็นต์น้ำหนักเนื้อแห้งของทุเรียนทุกครั้ง เช่นเดียวกับแผงรับซื้อทุเรียนในตลาดค้าส่งด้วย เพื่อแสดงต่อเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการ เฉพาะกิจป้องกันและแก้ไขปัญหาทุเรียนด้อยคุณภาพที่มาตรวจแผงรับซื้อ
"การคุมเข้มมาตรการตรวจก่อนตัดทำให้ตรวจพบทุเรียนด้อยคุณภาพลดลงจากเดิม 4% เหลือเพียง 2% ซึ่งกรมส่งเสริมการเกษตรจะนำโมเดลการบริหารจัดการไม้ผลภาคตะวันออกส่งต่อภาคใต้ การบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องคุมเข้มการใช้มาตรการเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภคต่อไป
สำหรับทุเรียนภาคใต้นอกจากจะได้รับผลกระทบจากความร้อนและแล้งแล้ว ลักษณะภูมิศาสตร์ที่มีฝนชื้นทำให้มีปัญหาการระบาดของหนอนเจาะเมล็ดทุเรียน ซึ่งกรมส่งเสริมการเกษตรให้ชาวสวนเปิดไฟล่อแมลง เพื่อกำจัดตัวเต็มวัยของผีเสื้อหนอนเจาะเมล็ดทุเรียน และใช้การจัดการศัตรูพืชแบบผสมผสาน (IPM) และการเข้มงวดการตรวจก่อนตัดจะช่วยลดปัญหาทุเรียนด้อยคุณภาพออกสู่ภาคใต้ได้ ในขณะที่เกษตรกรต้องบริหารจัดการแปลงเพื่อให้ง่ายต่อการรับรอง GAP เพื่อผลักดันการส่งออก
นอกจากนี้หลังการเก็บเกี่ยว เกษตรกรต้องมีการฟื้นฟูต้น กระตุ้นราก กระชากใบ เตรียมความพร้อมเพื่อการผลิตปีต่อไป โดยควรแต่งกิ่ง แต่งพุ่ม ปรับขุดร่องระบายน้ำ ปรับความลาดชัน ไม่ปล่อยให้น้ำท่วมขังแปลง เพราะจะเป็นสาเหตุของโรคโคนเน่า ซึ่งชาวสวนต้องติดตามข่าวสาร การพยากรณ์อากาศเพื่อวางแผนการจัดการสวนตามความเหมาะสมของพื้นที่ต่อไป
สำหรับ โรคที่ควรเฝ้าระวังในทุเรียนในช่วงฤดูฝน คือ โรครากเน่าโคนเน่า โดยถ้าเกษตรกร มีการระบายน้ำในสวนไม่ดีจะพบเชื้อรานี้ทำลายต้นทุเรียนได้ทางราก ลำต้นบริเวณคอดินอาจส่งผลให้ทุเรียนยืนต้นตายได้
ขณะที่โรคราใบติดทุเรียน ป้องกันได้โดยตัดแต่งทรงพุ่ม ให้โปร่งแสงแดดส่องถึงได้ เพราะโรคราสีชมพู พบมากในทุเรียนที่มีใบหนาแน่นทรงพุ่มทึบ ป้องกันได้โดยตัดแต่งกิ่งให้โปร่งอากาศถ่ายเทได้สะดวก เป็นต้น
"การดูแลจัดการสวนของผลไม้ตะวันออกดีขึ้น เกษตรกรเปิดใจ ศึกษานวัตกรรม ลงทุนใช้เทคโนโลยีมากขึ้น เรียนรู้การจัดความชื้น ความเป็นกรดด่างของดิน รวมกลุ่มเพื่อผลิตปุ๋ยใช้เอง เป็นการลดค่าใช้จ่ายด้านปัจจัยการผลิต แต่ยังมีต้นทุนด้านแรงงาน น้ำ และปุ๋ยเคมีแพง"

เกือบปิดตำนาน เปิดอาการ "ชาลี คดีเด็ด" หลังผ่าตัดล้างลำไส้ด่วน

ลงทะเบียน "คนละครึ่งพลัส" เริ่มพฤษภาคมนี้ ใครมีเป๋าตังรีบอ่าน

น่าห่วง เหน่ง นิติพล ป่วยโรครุมเร้า "ถั่วแระ" ให้กำลังใจข้างเตียง

SENA ก้าวสู่ New S-Curve ดัน SENA Green Auto เชื่อม บ้าน–รถ–พลังงาน ครบในที่เดียว
















