ข่าว

อยาก vs. จำเป็น ใช้จ่ายอย่างมีสติ เพราะชีวิตต้องเลือกให้พอดี

11 พ.ค. 2569 | 15:41 น.
อยาก vs. จำเป็น ใช้จ่ายอย่างมีสติ เพราะชีวิตต้องเลือกให้พอดี

อยาก vs. จำเป็น ใช้จ่ายอย่างมีสติ เพราะชีวิตต้องเลือกให้พอดี การใช้จ่ายของเราในวันนี้ ยังตั้งอยู่บนพื้นฐานของ “ความจำเป็น” หรือกำลังถูกขับเคลื่อนด้วย “ความอยาก”

“ของก็มีครบแล้ว แต่ทำไมยังรู้สึกอยากซื้อเพิ่มอยู่ตลอดเวลา”ความรู้สึกคุ้นๆ แบบนี้ไม่ได้เกิดขึ้นกับใครคนใดคนหนึ่ง หากแต่กำลังกลายเป็นอารมณ์ร่วมของผู้บริโภคจำนวนมากในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล และนำไปสู่คำถามที่เริ่มถูกตั้งขึ้นบ่อยขึ้นว่า การใช้จ่ายของเราในวันนี้ ยังตั้งอยู่บนพื้นฐานของ “ความจำเป็น” หรือกำลังถูกขับเคลื่อนด้วย “ความอยาก” มากกว่าที่คิดปรากฏการณ์นี้ถูกเรียกว่า “Overconsumption” หรือการบริโภคที่เกินความจำเป็นซึ่งไม่ได้หมายถึงเพียงการซื้อของมากเกินไป แต่คือสภาวะที่ผู้บริโภคถูกกระตุ้นให้ “อยากใช้เงินอยู่ตลอดเวลา” ผ่านโครงสร้างของเศรษฐกิจดิจิทัล ตั้งแต่อัลกอริธึมของแพลตฟอร์มออนไลน์ โปรโมชั่นแบบจำกัดเวลา ไปจนถึงคอนเทนต์ที่แข่งขันกันแย่งชิงความสนใจในทุกวินาทีของชีวิต

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

  • เมื่อโลกออนไลน์ทำให้ “การซื้อ” ไม่ได้เกิดขึ้นเป็นครั้งคราว

ในอดีต การตัดสินใจซื้ออาจเกิดขึ้นจากความจำเป็นหรือการวางแผนล่วงหน้า แต่ในปัจจุบัน ธุรกิจจำนวนมากไม่ได้แข่งขันกันแค่เรื่องสินค้าและราคา หากแต่กำลังแข่งขันกันเพื่อแย่ง “เวลาในสายตา” ของผู้บริโภค ยิ่งแพลตฟอร์มดิจิทัลเรียนรู้พฤติกรรมผู้ใช้ได้ละเอียดมากขึ้น ระบบก็ยิ่งสามารถนำเสนอสิ่งที่ “ตรงใจ” ได้แม่นยำขึ้นผลลัพธ์คือ ผู้บริโภคจำนวนไม่น้อยรู้สึกว่ากำลังตัดสินใจซื้อด้วยตัวเอง ทั้งที่ในความเป็นจริงกำลังอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ถูกออกแบบมาเพื่อกระตุ้นความอยากอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ Flash Sale, Live Commerceโฆษณาแบบเฉพาะบุคคล ไปจนถึงรีวิวสินค้าแบบเรียลไทม์ที่ทำให้การ “ไม่ซื้อ” กลายเป็นเรื่องยากขึ้นโดยไม่รู้ตัว

อยาก vs. จำเป็น ใช้จ่ายอย่างมีสติ เพราะชีวิตต้องเลือกให้พอดี

ข้อมูลประมาณการจาก Statista ผู้ให้บริการฐานข้อมูลและสถิติระดับโลก ระบุว่า มูลค่าตลาดอีคอมเมิร์ซของประเทศไทยในปี 2569 มีแนวโน้มแตะระดับกว่า 1 ล้านล้านบาทขณะที่ผู้บริโภคไทยใช้เวลากับโซเชียลมีเดียเฉลี่ยประมาณ 2.3 ชั่วโมงต่อวันสะท้อนการเป็นหนึ่งในประเทศที่มีการใช้งานดิจิทัลสูงสุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

อยาก vs. จำเป็น ใช้จ่ายอย่างมีสติ เพราะชีวิตต้องเลือกให้พอดี

  • เส้นแบ่ง “อยาก” กับ “จำเป็น” ที่เลือนลงทุกวัน

ภาพการใช้ชีวิตบนโลกออนไลน์ของคนไทยยังสอดคล้องกับข้อมูลของสำนักงานสถิติแห่งชาติจากการสำรวจการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารของครัวเรือน พ.ศ. 2568 ระบุว่า คนไทยส่วนใหญ่เข้าถึงอินเทอร์เน็ตผ่านสมาร์ตโฟน และใช้ช่องทางออนไลน์เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะการค้นหาและซื้อสินค้าและบริการความสะดวกดังกล่าวทำให้กระบวนการตัดสินใจซื้อสั้นลงอย่างไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน การใช้จ่ายจำนวนมากเกิดขึ้นจาก “อารมณ์ ณ ขณะนั้น” มากกว่าการไตร่ตรองถึงความจำเป็นในระยะยาว จนนำไปสู่พฤติกรรมที่ผู้เชี่ยวชาญเรียกว่า Emotional Spending ซึ่งกำลังพบได้บ่อยขึ้นในกลุ่มวัยทำงานและผู้บริโภคเมืองเมื่อการซื้อกลายเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ทุกที่ ทุกเวลา “การบริโภค” จึงไม่ใช่กิจกรรมเป็นครั้งคราวอีกต่อไป แต่กลายเป็นพฤติกรรมต่อเนื่องที่แทรกอยู่ในชีวิตประจำวันอย่างแนบเนียน

อยาก vs. จำเป็น ใช้จ่ายอย่างมีสติ เพราะชีวิตต้องเลือกให้พอดี

 

  • Overconsumption ไม่ได้กระทบแค่กระเป๋าเงิน แต่กดดันเศรษฐกิจไทย

แม้การบริโภคจะเป็นหนึ่งในเครื่องยนต์หลักของเศรษฐกิจ แต่เมื่อการใช้จ่ายเติบโตบนฐานที่เกินสมดุล ผลกระทบย่อมไม่ได้จำกัดอยู่เพียงระดับบุคคล ข้อมูลจากธนาคารแห่งประเทศไทยระบุว่า หนี้ครัวเรือนไทย ณ ปี 2568 อยู่ในระดับประมาณ 16.3–16.4 ล้านล้านบาทหรือคิดเป็นราว 86–87% ต่อ GDP ซึ่งยังถือว่าสูงเมื่อเทียบกับหลายประเทศในภูมิภาคเดียวกันตัวเลขดังกล่าวสะท้อนแรงกดดันด้านการเงินของครัวเรือนไทยที่ยังคงดำรงอยู่ ท่ามกลางค่าครองชีพและค่าใช้จ่ายพื้นฐานที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ความท้าทายด้านการเงินของคนไทยจึงไม่ใช่แค่เรื่องรายได้เพียงอย่างเดียว หากแต่เกี่ยวข้องกับรูปแบบการใช้จ่ายและวินัยทางการเงินในชีวิตประจำวันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

  • บัตรเครดิตไม่ใช่ผู้ร้าย หากใช้เป็นเครื่องมือบริหารชีวิต

ท่ามกลางความกังวลเรื่องหนี้สิน บัตรเครดิตมักถูกมองว่าเป็นตัวเร่งให้เกิดการใช้จ่ายเกินตัว แต่ในอีกมุมหนึ่ง ผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินจำนวนไม่น้อยเห็นตรงกันว่า ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ “เครดิต” แต่อยู่ที่การขาดการตระหนักรู้ทางการเงิน (Financial Awareness) และการบริหารเงินอย่างมีระบบ

ในมุมของ“เคทีซี” หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน)บทบาทของบัตรเครดิตในยุคใหม่กำลังเปลี่ยนจาก “เครื่องมือกระตุ้นการใช้จ่าย” ไปสู่ “เครื่องมือบริหารสภาพคล่องและวางแผนชีวิต” มากขึ้น การใช้จ่ายอย่างมีคุณภาพ ไม่ได้หมายถึงการใช้เงินให้น้อยที่สุด แต่คือการใช้เงินให้สอดคล้องกับเป้าหมายชีวิตและศักยภาพทางการเงินของแต่ละคนปัจจุบันผู้บริโภคจำนวนมากเริ่มใช้บัตรเครดิตอย่างมีเป้าหมาย เช่นใช้กับรายจ่ายที่จำเป็นในชีวิตประจำวันใช้โปรโมชันเพื่อแบ่งเบาค่าใช้จ่าย  ใช้คะแนนสะสมบนบัตรเครดิตเพื่อความคุ้มค่าการใช้จ่าย  แบ่งชำระเฉพาะสินค้าที่ช่วยเพิ่มคุณภาพชีวิตควบคุมงบประมาณผ่านแอปพลิเคชัน และติดตามพฤติกรรมการใช้จ่ายของตนเองแบบเรียลไทม์

แนวโน้มเหล่านี้สะท้อนว่า โลกการเงินยุคใหม่อาจไม่ได้ต้องการ “คนใช้เงินมากที่สุด” แต่ต้องการ “คนใช้เงินอย่างมีคุณภาพมากที่สุด”

  • วินัยทางการเงิน คือ Soft Skill สำคัญของยุคที่ทุกอย่างชวนให้ซื้อ

ในวันที่เทคโนโลยีทำให้การซื้อเป็นเรื่องง่ายเพียงปลายนิ้ว ความสามารถในการ “หยุดคิดก่อนจ่าย” กำลังกลายเป็นทักษะสำคัญของคนยุคใหม่ เพราะท้ายที่สุดแล้ว ความมั่นคงทางการเงินไม่ได้เกิดจากการไม่ใช้เงิน แต่เกิดจากการเข้าใจอย่างลึกซึ้งว่าเงินควรถูกใช้ไปเพื่ออะไรและในโลกที่ทุกแพลตฟอร์มแข่งขันกันด้วยการดึงความสนใจ ผู้บริโภคที่ได้เปรียบที่สุด อาจไม่ใช่คนที่ซื้อได้มากที่สุด แต่คือคนที่รู้จักคำว่า“พอดี”และเลือกใช้เงินอย่างมีสติในแบบที่สอดคล้องกับชีวิตของตนเอง

ข่าวล่าสุด

ข่าวเด่น

"หวยฮานอยวันนี้" 11/5/69 สด หวยฮานอยล่าสุด หวยฮานอยวันนี้ออกอะไร

"หวยฮานอยวันนี้" 11/5/69 สด หวยฮานอยล่าสุด หวยฮานอยวันนี้ออกอะไร

อยาก vs. จำเป็น ใช้จ่ายอย่างมีสติ เพราะชีวิตต้องเลือกให้พอดี

อยาก vs. จำเป็น ใช้จ่ายอย่างมีสติ เพราะชีวิตต้องเลือกให้พอดี

ฟังคำตอบหมอ เห็น เส้นดำลอยไปมา ระดับไหนถึงอันตราย ต้องหาหมอด่วน

ฟังคำตอบหมอ เห็น เส้นดำลอยไปมา ระดับไหนถึงอันตราย ต้องหาหมอด่วน

"ส้มซ่าบ้านวังส้มซ่า" ตำนาน 100 ปีคู่พิษณุโลก ทะยานขึ้นแท่น GI

"ส้มซ่าบ้านวังส้มซ่า" ตำนาน 100 ปีคู่พิษณุโลก ทะยานขึ้นแท่น GI

สมเด็จพระสังฆราชศรีลังกา เยือนไทยสมโภชรูปเหมือนพระเจ้าอโศกมหาราช

สมเด็จพระสังฆราชศรีลังกา เยือนไทยสมโภชรูปเหมือนพระเจ้าอโศกมหาราช