Pet มีสาระ

ทำความรู้จัก "โรคไข้หัดสุนัข" รักษาอย่างไรไม่ให้อันตรายถึงชีวิต

26 ต.ค. 2566 | 08:41 น.
ทำความรู้จัก "โรคไข้หัดสุนัข" รักษาอย่างไรไม่ให้อันตรายถึงชีวิต

หลายคนเคยได้ยินชื่อโรคนี้มาบ้างแต่ยังไม่คุ้นเคยกับอาการของโรค เพราะอาการของไข้หัดสุนัขเบื้องต้นก็เหมือนกับเป็นไข้หวัดธรรมดา มีอาการซึม อ่อนแรง ไม่กินอาหาร แต่บอกเลยว่าไข้หัดอันตรายกว่ามาก

อาการของโรค
 

1.มีไข้สูง ซึม อ่อนแรง เบื่ออาหาร พบได้ในระยะแรกที่มีการฟักตัวของโรค 

2.ระบบทางเดินหายใจ พบน้ำมูก เยื่อบุตาอักเสบ ตาแดง ตาแฉะ มีขี้ตา น้ำตาไหล ไอ จาม หายใจลำบาก ถ้าพบว่ามีการติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อน น้ำมูกน้ำตาที่พบก็จะมีลักษณะขุ่น 

3.ระบบทางเดินอาหาร มักจะพบว่าสุนัขอาเจียนและท้องเสีย แต่อาการจะไม่รุนแรงเหมือนการติดเชื้อลำไส้อักเสบ 

4.ระบบผิวหนัง สุนัขจะมีตุ่มหนองกระจายตามตัว โดยจะพบมากบริเวณใต้ท้อง นอกจากนั้นในสุนัขที่มีการติดเชื้อแบบเรื้อรังจะพบว่าผิวหนังบริเวณอุ้งเท้าจะหนาตัวขึ้นมากกว่าปกติ 

5.ระบบประสาท เมื่อเชื้อไวรัสกระจายเข้าสู่ก้านสมอง สมอง และไขสันหลัง จะทำให้สุนัขไม่รู้สึกตัว มีอาการกล้ามเนื้อกระตุก ปากกระดุก หัวกระตุก ชัก ร้องครวญคราง  ควบคุมการเคลื่อนไหวของตัวเองไม่ได้ อาการที่พบบ่อย ๆ คือสุนัขจะเกร็งและงับปาก

ทำความรู้จัก "โรคไข้หัดสุนัข" รักษาอย่างไรไม่ให้อันตรายถึงชีวิต

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

การรักษา 

1.ให้ยาปฎิชีวนะ เพื่อควบคุมการติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อน 

2.ให้น้ำเกลือและสารอาหารเข้าทางหลอดเลือดดำเพื่อแก้ไขภาวะขาดน้ำและสารอาหาร 

3.ให้ออกซิเจนในกรณีที่สุนัขมีอาการหายใจลำบากหรือขาดออกซิเจนเนื่องจากเกิดอาการปอดบวม 

4.ให้ยาสงบประสาทหรือยาแก้ชักในกรณีที่สุนัขมีอาการทางประสาทจากการที่เชื้อไวรัสเข้าสู่สมอง

การติดเชื้อ 

การหายใจเอาเชื้อที่ปะปนในอากาศเข้าไปเป็นการติดต่อของเชื้อไข้หัดสุนัขได้ง่ายที่สุด รวมถึงการสัมผัสน้ำมูก น้ำลาย น้ำตา อุจจาระ ปัสสาวะ หรือสิ่งคัดหลั่งอื่น ๆ โดยตรงก็สามารถติดต่อได้ สามารถพบอาการได้ทั้งชนิดเฉียบพลันและชนิดเรื้อรัง ทั้งในระบบทางเดินหายใจ ระบบทางเดินอาหาร ระบบประสาท และระบบผิวหนัง โดยการเกิดโรคมักจะรุนแรง อัตราการตายสูง โดยเฉพาะในลูกสุนัขอายุระหว่าง 6-12 สัปดาห์ ซึ่งส่วนใหญ่จะมีความไวต่อไวรัสชนิดนี้ ระยะฟักตัวของโรคในสุนัขจะเฉลี่ยประมาณ 7-14 วัน 

 

 

การวินิจฉัยโรค

1.การตรวจหาเชื้อไวรัสโดยตรงในกระแสเลือด น้ำมูก น้ำตา และสิ่งคัดหลั่งต่าง ๆ วิธีนี้จะมีความแม่นยำสูงเป็นที่ยอมรับในปัจจุบันและมีค่าใช้จ่ายสูง 

2.การตรวจเลือด เพื่อดูภาวะติดเชื้อไวรัสในกระแสเลือด แต่วิธีนี้เป็นการตรวจที่ไม่เฉพาะเจาะจงและอ่านผลเลือดได้ไม่แน่นอน 

3.การตรวจทางเซลล์วิทยา แต่มีความแม่นยำน้อยและไม่นิยมในปัจจุบัน 

4.การตรวจวัดระดับภูมิคุ้มกันหรือแอนตี้บอดี้ของร่างกายที่มีต่อเชื้อไวรัส แต่การแปรผลอาจจะผิดพลาด ถ้าหากว่าสุนัขมีภูมิคุ้มกันที่ถ่ายทอดมาจากแม่หรือได้รับภูมิคุ้มกันจากการทำวัคซีน

การป้องกัน 

1.แยกเลี้ยงสุนัขที่ไม่ทราบประวัติวัคซีนประมาณ 2 สัปดาห์ ก่อนนำมาเข้ากลุ่มกับสุนัขตัวอื่น 

2.ฉีดวัคซีนลูกสุนัข โดยลูกสุนัขในกลุ่มที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อไข้หัดสุนัขสามารถฉีดวัคซีนได้ตั้งแต่อายุ 1 ถึง 1/2 เดือน ส่วนลูกสุนัขโดยทั่วไปจะฉีดวัคซีนได้ในอายุ 2 เดือน หลังจากนั้นอีก 2 สัปดาห์ควรฉีดวัคซีนกระตุ้นซ้ำเพื่อให้ระดับภูมิคุ้มกันสูงพอที่จะป้องกันโรคได้ 

ทำความรู้จัก "โรคไข้หัดสุนัข" รักษาอย่างไรไม่ให้อันตรายถึงชีวิต

ที่มา : โรงพยาบาลสัตว์ตลิ่งชัน

 

ข่าวล่าสุด

ข่าวเด่น

"หวยลาววันนี้" 16 ต.ค. 69 ตรวจผลหวยลาวพัฒนางวดล่าสุด ผลหวยลาว

"หวยลาววันนี้" 16 ต.ค. 69 ตรวจผลหวยลาวพัฒนางวดล่าสุด ผลหวยลาว

ใจหาย "แพรรี่" แจ้งสูญเสียคุณพ่อกะทันหัน หลังเพิ่งส่งแม่ขึ้นสวรรค์

ใจหาย "แพรรี่" แจ้งสูญเสียคุณพ่อกะทันหัน หลังเพิ่งส่งแม่ขึ้นสวรรค์

1 ราศีเท่านั้น! ดวงดีที่สุดในรอบ 12 ปี หลังดาวพฤหัสย้าย 20 ต.ค.

1 ราศีเท่านั้น! ดวงดีที่สุดในรอบ 12 ปี หลังดาวพฤหัสย้าย 20 ต.ค.

เจ้าของที่ดินต้องติดตาม ครม.อนุมัติร่างเวนคืนพื้นที่หลายอำเภอ เดินหน้าโครงการใหญ่

เจ้าของที่ดินต้องติดตาม ครม.อนุมัติร่างเวนคืนพื้นที่หลายอำเภอ เดินหน้าโครงการใหญ่

ปภ. เปิด 3 มาตรการเยียวยาน้ำท่วมปี 2569 ยื่นคำร้องได้ 4 ช่องทาง

ปภ. เปิด 3 มาตรการเยียวยาน้ำท่วมปี 2569 ยื่นคำร้องได้ 4 ช่องทาง