"โชว์พุงไม่ได้แปลว่าให้จับ ไขปริศนาว่าทำไมแมวหวงพุง"

ทำไมแมวชอบนอนหงายแต่ห้ามจับพุง? เข้าใจสัญชาตญาณการป้องกันจุดอ่อน และสัญญาณเตือนก่อนโดนแมวข่วน เพื่อความปลอดภัยของทาสทุกคน
เชื่อว่าทาสแมวหลายคนต้องเคยตก "กับดักแมว" เห็นน้องนอนหงายโชว์ความนุ่มฟูทีไร เป็นต้องเผลอใจเข้าไปขยำพุงทุกที แต่ผลลัพธ์ที่ได้กลับไม่ใช่ความฟิน กลายเป็นการโดนงับหรือถีบแทน เรื่องนี้มีเหตุผลทางสัญชาตญาณที่น่าสนใจ ให้คนรักสัตว์เข้าใจพฤติกรรมสัตว์เลี้ยงมากขึ้น
1. จุดยุทธศาสตร์ที่เปราะบางที่สุด
พุงคือศูนย์รวมอวัยวะสำคัญ ในโลกของธรรมชาติ แมวเป็นทั้งผู้ล่าและผู้ถูกล่า การโชว์พุงคือการเปิดเผยจุดอ่อนร้ายแรง หากโดนโจมตีโอกาสรอดจะต่ำมาก สัญชาตญาณจึงสั่งให้พวกเขารีบป้องกันตัวทันทีที่มีอะไรมาสัมผัสพุง
2. ขนบริเวณพุงไวต่อสัมผัสเกินพิกัด
ขนหน้าท้องของแมวมีความไวต่อการกระตุ้นสูงมาก การที่เราไปเกาหรือขยี้แรงๆ อาจเกิดภาวะ Overstimulation หรือการถูกกระตุ้นมากเกินไป จนทำให้น้องแมวรู้สึกรำคาญหรือเจ็บ มากกว่าที่จะรู้สึกเคลิ้มเหมือนตอนโดนเกาคาง
3. นอนหงายโชว์พุง = ไว้ใจ ไม่ใช่เชิญชวน
นี่คือจุดที่คนมักเข้าใจผิดที่สุด การที่แมวนอนหงายคือการบอกว่า "ฉันไว้ใจเธอมากนะ" แต่พอเราเข้าไปลูบพุง แมวจะรู้สึกเหมือนถูกหักหลังและถูกจู่โจมจุดอ่อนทันที
สัญญาณเตือนก่อนโดน "งับ"
หากคุณยังอยากเสี่ยงโชค ลองสังเกตอาการเหล่านี้ ถ้ามีให้รีบถอยด่วน
- หางเริ่มฟาดพื้นแรงๆ
- หูเริ่มลู่ไปข้างหลัง
- หนังตาเริ่มกระตุกหรือจ้องมือเขม็ง
ถ้าอยากตอบรับความรักตอนเขานอนโชว์พุง แนะนำให้เปลี่ยนไป เกาคางหรือลูบหัว แทนจะปลอดภัยที่สุด



















