แมวควรกินวันละเท่าไหร่? เปิดสูตรคำนวณอาหารตามน้ำหนักตัว

ไขข้อสงสัย ปริมาณอาหารแมว ที่เหมาะสมใน 1 วัน คำนวณตามน้ำหนักและกิจกรรม พร้อมเคล็ดลับการเช็ก สุขภาพแมว และวิธีป้องกัน โรคอ้วนในแมว ที่ทาสควรรู้
เคยไหมครับ? เห็นน้องแมวเดินมาคลอเคลียที่ชามข้าวทีไร เป็นต้องใจอ่อนหยิบถุงอาหารมาเทให้ทุกที แต่รู้หรือไม่ว่าการตามใจมากเกินไปอาจกลายเป็นดาบสองคมที่ทำลายสุขภาพน้องได้ วันนี้เราจะมาเจาะลึกเรื่อง ปริมาณอาหารแมว ที่ถูกต้อง เพราะ "ความรัก" ไม่ควรวัดกันที่ "ปริมาณข้าวในชาม" เสมอไป
1. ปัจจัยที่ทำให้ "สูตรกินดี" ของแต่ละบ้านไม่เท่ากัน
ก่อนจะตวงอาหาร เราต้องเข้าใจก่อนว่าแมวแต่ละตัวมีความต้องการต่างกัน โดยหลักๆ จะพิจารณาจาก:
- ช่วงอายุ: ลูกแมว เปรียบเหมือนวัยกำลังโต ต้องการพลังงานสูงแต่กระเพาะยังเล็ก จึงต้องเน้นกินบ่อยครั้ง ส่วน แมวสูงวัย ระบบเผาผลาญเริ่มช้าลง อาจต้องลดปริมาณลงเพื่อคุมน้ำหนัก
- น้ำหนักและสายพันธุ์: แมวพันธุ์ใหญ่อย่าง เมนคูน ย่อมต้องการสารอาหารมากกว่าแมวไทยตัวเล็กๆ เป็นธรรมดา
- ไลฟ์สไตล์: แมวสายกิจกรรมที่ชอบวิ่งเล่นในสวน จะเผาผลาญได้ดีกว่าแมวสายขี้เกียจที่นอนอืดอยู่บนโซฟาทั้งวัน
- การทำหมัน: เรื่องนี้สำคัญมากครับ! แมวทำหมัน มักจะอ้วนง่ายขึ้นเพราะฮอร์โมนเปลี่ยน แนะนำว่าควรลดอาหารลงประมาณ 20-30% จากปริมาณปกติ
2. สูตรคำนวณพลังงาน (แคลอรี) ที่แมวต้องการต่อวัน
โดยเฉลี่ยแล้ว แมวโตเต็มวัย ที่มีกิจกรรมปกติ จะต้องการพลังงานประมาณ 40–50 แคลอรี ต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม ลองมาดูตารางสรุปคร่าวๆ กันครับ
2 กก. ประมาณ 100 - 130 แคลอรี
4 กก. ประมาณ 200 - 240 แคลอรี
6 กก. ประมาณ 280 - 320 แคลอรี
อาหารเม็ด 1 ถ้วยตวงมาตรฐาน มักจะให้พลังงานประมาณ 300-400 แคลอรี (ขึ้นอยู่กับยี่ห้อ) ดังนั้นอย่าลืมดูฉลากข้างถุงประกอบด้วยนะ
3. เทคนิคการให้อาหารฉบับมือโปร
การสร้าง ตารางการให้อาหารแมว ที่ชัดเจน จะช่วยให้น้องมีวินัยและสุขภาพดีในระยะยาว:
- อ่านฉลากข้างถุง: นี่คือวิธีที่แม่นยำที่สุด เพราะผู้ผลิตเขาคำนวณความหนาแน่นของสารอาหารมาให้แล้ว
- แบ่งมื้อให้เป๊ะ: สำหรับ ลูกแมว ควรแบ่งเป็น 3–4 มื้อ ส่วน แมวโต (1 ปีขึ้นไป) แบ่งแค่เช้า-เย็น 2 มื้อก็เพียงพอแล้วครับ
- หมั่นเช็กรูปร่าง: ลองเอามือคลำที่ซี่โครงน้องดู ถ้าคลำเจอง่ายๆ โดยไม่มีชั้นไขมันหนาเกินไป ถือว่าหุ่นดีครับ แต่ถ้ามองเห็นซี่โครงชัดโพลน แสดงว่าน้องผอมไป ต้องเพิ่มอาหารด่วน!
ข้อควรระวัง: การเทอาหารทิ้งไว้เต็มชามตลอดเวลา หรือที่เรียกว่า Free Feeding แม้จะสะดวกทาส แต่เสี่ยงต่อการเกิด โรคอ้วนในแมว สูงมาก ซึ่งจะนำไปสู่โรคเบาหวานและโรคข้อต่อตามมาได้
การใส่ใจกับ โภชนาการแมว เพียงเล็กน้อยในวันนี้ จะช่วยให้เจ้าเหมียวอยู่เป็นเพื่อนรักกับคุณไปได้อีกนานแสนนานครับ

เหนื่อยฟรี! 7 พฤติกรรมทำความสะอาดบ้านผิดวิธี ยิ่งทำยิ่งสกปรก

รวบบ่าว เครือข่ายค้ายาเสพติดดังในภาคใต้ หลบหนีหลังได้ประกันตัว

ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ หมอเตือนแรง! ทำงานเวรดึก เสี่ยงหัวใจวาย

สวยทุกลุค! ส่องชุดเจ้าสาว “กวาง เดอะเฟซ” ในงานแต่งพิธีล้านนา
















