ประกันสังคมเปิดรายละเอียดสิทธิผู้ประกันตน จ่าย 875 คุ้มแค่ไหน

สำนักงานประกันสังคมออกมาชี้แจงสิทธิประโยชน์ของผู้ประกันตน หลังเกิดข้อสงสัยเรื่องการจ่ายเงินสมทบสูงสุดเดือนละ 875 บาท
เมื่อวันที่ 27 มกราคม 2569 สำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน ได้ออกมาชี้แจงผ่านเพจเฟซบุ๊กทางการ ถึงสิทธิประโยชน์ของผู้ประกันตน หลังสังคมออนไลน์มีการตั้งคำถามอย่างกว้างขวางเกี่ยวกับ เงินสมทบสูงสุดเดือนละ 875 บาท ว่าถูกนำไปใช้ประโยชน์ด้านใดบ้าง
การชี้แจงดังกล่าวเกิดขึ้นภายหลังมีข้อมูลว่า กองทุนประกันสังคมในปี 2568 มีกำไรจากการลงทุนมากกว่า 80,000 ล้านบาท ทำให้เกิดข้อสงสัยว่า เหตุใดจึงยังคงมีการจัดเก็บเงินสมทบจากผู้ประกันตนต่อไป และสามารถนำกำไรมาเพิ่มสิทธิประโยชน์ได้หรือไม่
สำนักงานประกันสังคมระบุว่า สำหรับผู้ประกันตนที่มี ค่าจ้างตั้งแต่ 17,500 บาทขึ้นไป จะส่งเงินสมทบในอัตราสูงสุด 875 บาทต่อเดือน ส่วนผู้ที่มีรายได้ต่ำกว่านั้น จะจ่ายในอัตรา 5% ของค่าจ้างจริง เช่น มีรายได้ 10,000 บาท จะส่งเงินสมทบ 500 บาทต่อเดือน
เงินสมทบดังกล่าวถูกนำไปจัดสรรเพื่อดูแลผู้ประกันตนอย่างเป็นระบบ โดยแบ่งออกเป็น 7 กรณีหลัก ดังนี้
🔹 1. ดูแล 4 กรณีพื้นฐาน (262.50 บาท)
กรณีเจ็บป่วย: รักษาพยาบาลโดยไม่จำกัดวงเงิน
กรณีคลอดบุตร:
ค่าคลอดเหมาจ่าย 15,000 บาท (ไม่จำกัดจำนวนครั้ง)
ค่าฝากครรภ์ 1,500 บาท
เงินสงเคราะห์การหยุดงานเพื่อการคลอดบุตร (ผู้ประกันตนหญิง) สูงสุด 26,250 บาท
กรณีทุพพลภาพ: รับเงินทดแทนตลอดชีวิต สูงสุด 8,750 บาทต่อเดือน
กรณีเสียชีวิต: ค่าทำศพ 50,000 บาท และเงินสงเคราะห์กรณีตาย (กรณีส่งเงินสมทบครบตามเงื่อนไข)
🔹 2. กรณีว่างงาน (87.50 บาท)
รับเงินทดแทนกรณีว่างงาน สูงสุดประมาณ 10,500 บาทต่อเดือน ตามเงื่อนไขที่กำหนด
🔹 3. เงินออมชราภาพและสงเคราะห์บุตร (525 บาท)
เงินสงเคราะห์บุตร: รับ 1,000 บาทต่อเดือนต่อคน สำหรับบุตรอายุไม่เกิน 6 ปี
ชราภาพ: เป็นเงินออมในรูปแบบบำเหน็จหรือบำนาญ โดยนายจ้างจะสมทบเพิ่มให้อีกเท่าตัว ทำให้เงินสะสมรวมสูงถึง 1,050 บาทต่อเดือน
สำนักงานประกันสังคมย้ำว่า แม้ผู้ประกันตนบางรายอาจไม่เคยใช้สิทธิในกรณีต่างๆ เลย แต่เงินสมทบส่วนชราภาพยังคงเป็นหลักประกันในยามเกษียณ และในกรณีที่ผู้ประกันตนเสียชีวิต ทายาทยังมีสิทธิได้รับเงินค่าทำศพ เงินสงเคราะห์กรณีตาย และเงินบำเหน็จชราภาพ ถือเป็นการคุ้มครองทั้งผู้ประกันตนและครอบครัวในระยะยาว




















