จับคนทำแอป "ดักข้อมูลสั่งอาหาร" ส่งให้ไรเดอร์โกง เอาเปรียบไรเดอร์ทั่วไป

04 เมษายน 2567

ปฎิบัติจัดวงจรออนไลน์  “CYBER SHUTDOWN OPERATION” จับกุมขบวนการลักลอบติดตั้งระบบดักข้อมูลแอพพลิเคชั่นสั่งอาหาร เอาเปรียบไรเดอร์ รายได้หลายแสนต่อเดือน 

จากรณีเมื่อวันที่ 3 เม.ย.67 ที่ผ่านมา  พล.ต.ท.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผบช.สอท. พล.ต.ต.วิวัฒน์ คำชำนาญ รอง ผบช.สอท. พล.ต.ต.สถิตย์ พรมอุทัย ผบก.สอท.3 พ.ต.อ.รุ่งเลิศ คันธจันทร์ ผกก.กลุ่มงานต่อต้านการล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็กทาง อินเทอร์เน็ต บก.ตอท. นายภัทรวิน มหัธนสกุล ผู้อำนวยการฝ่ายบริการจัดส่ง บริษัท เพอร์เพิล เวนเจอร์ส จำกัด (โรบินฮู้ด)  ร่วมกันแถลงข่าวผลการปฎิบัติจัดวงจรออนไลน์  “CYBER SHUTDOWN OPERATION” จับกุมขบวนการลักลอบติดตั้งระบบดักข้อมูลแอพพลิเคชั่นสั่งอาหาร เอาเปรียบไรเดอร์ทั่วไป  พบรายได้หลายแสนต่อเดือน ทำบริษัทสูญเสียรายได้จำนวนมาก 

จับคนทำแอป  ดักข้อมูลสั่งอาหาร ส่งให้ไรเดอร์โกง เอาเปรียบไรเดอร์ทั่วไป

โดยพล.ต.ท.วรวัฒน์  กล่าวว่า สืบเนื่องจากราวเดือนสิงหาคมปีที่ผ่านมา ทางบช.สอท. ได้รับการร้องทุกข์จากบริษัท เพอร์เพิล เวนเจอร์ส จำกัด ให้ดำเนินคดีกับคนร้ายที่แอบติดตั้งโปรแกรมดักข้อมูลการสั่งอาหาร ก่อนคำสั่งนั้นจะถึงไรเดอร์ที่ใช้งานแอพพลิเคชั่นปกติ หากมีไรเดอร์ที่ใช้แอพพลิเคชั่น โกงดังกล่าว อยู่ใกล้เคียง จะไม่สามารถกดรับงานจากในระบบได้ เพราะแอพพลิเคชั่นดังกล่าวจะดักจับงานจากระบบของไรเดอร์ไปให้กับคนที่ใช้โดยอัตโนมัติ ส่งผลให้ไรเดอร์ทั่วไปจะขาดรายได้ ไม่สามารถกดรับงานหรือทำงานตามปกติได้ ทำให้เสียโอกาส เสียรายได้ และทำให้บริษัทฯ ได้รับความเสียหาย มูลค่าหลายล้านบาท โดยหลังรับเรื่องได้ให้ชุดสืบสวนทำการสืบสวน จนทราบว่าผู้เขียนโปรแกรมคือ นายโอภาส (สงวนนามสกุล) โดยมีผู้ว่าจ้างคือ นายธงรบ (สงวนนามสกุล)

จับคนทำแอป  ดักข้อมูลสั่งอาหาร ส่งให้ไรเดอร์โกง เอาเปรียบไรเดอร์ทั่วไป
 
ก่อนนำกำลังไปตรวจค้นบ้านหลังหนึ่ง ในพื้นที่หมู่ที่ 4 ตำบลเทพารักษ์ อำเภอเมืองสมุทรปราการ จับกุมนายธงรบ ใจซื่อ ในความผิดฐาน “ผู้จ้างให้กระทำการด้วยประการใดโดยมิชอบด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์เพื่อดักรับไว้ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ของผู้อื่นที่อยู่ระหว่างการส่งในระบบคอมพิวเตอร์ และข้อมูลคอมพิวเตอร์นั้นมิได้มีไว้เพื่อประโยชน์สาธารณะหรือเพื่อให้บุคคลทั่วไปใช้ประโยชน์ได้ และเป็นผู้จำหน่ายหรือเผยแพร่ชีตคำสั่งที่จัดทำขึ้น โดยเฉพาะเพื่อนำไปใช้เป็นเครื่องมือ” นำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวนที่รับผิดชอบดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

 สอบสวน ให้การว่า ตนนั้นประกอบอาชีพขายโทรศัพท์มือถือในอำเภอบางพลีจังหวัดสมุทรปราการ  และ ได้จ้างโปรแกรมเมอร์เขียนโปรแกรมจำนวนเงิน 30,000 บาท และได้ค่าบริการรายเดือน เดือนละ 60,000 บาท หลังจากนั้นได้นำโปรแกรมดังกล่าวไปติดตั้งให้กับไรเดอร์ โดยคิดค่าติดตั้งครั้งละ 1,000 บาท และคิดค่าบริการรายเดือนเพิ่มเติม 500-800 บาท/เดือน/คน โดยมีไรเดอร์ได้รับการติดตั้งไปแล้วจำนวนประมาณ 500 คน ทำให้พนักงานไรเดอร์ฯ ที่ลงทะเบียนตามปกติกับทางบริษัทสูญเสียรายได้จำนวนมาก

จับคนทำแอป  ดักข้อมูลสั่งอาหาร ส่งให้ไรเดอร์โกง เอาเปรียบไรเดอร์ทั่วไป    

ด้านนายภัทรวิน มหัธนสกุล ผอ.ฝ่ายบริการจัดส่งของ บริษัท เพอร์เพิล เวนเจอร์ส จำกัด (โรบินฮู้ด)กล่าวว่า คดีนี้ก่อให้เกิดความเสียหายต่อบริษัทมาตั้งแต่ปี 65 จากการที่ไรเดอร์ออกมาทำงานแต่ไม่สามารถรับงานได้ เพราะแอปดักข้อมูลดังกล่าว ทำการล็อกแม้กระทั่งร้านอาหาร คำสั่งซื้อ รวมถึงสถานที่รับงาน มีการยิงแพ็คเกจเข้ามาจำนวนมาก ที่ผ่านมาบริษัทมีการดักจับแอปเหล่านี้อยู่บ่อยครั้งทำให้ต้องพัฒนาและป้องกันระบบของแอปพิเคชั่นเรามากขึ้น ซึ่งมีมูลค่าความเสียหายกว่า 15 ล้านบาท ในระยะ 6 เดือน ซึ่งที่ผ่านมาก็ได้มีการแจ้งเตือนไปยังไรเดอร์อยู่บ่อยครั้ง แต่ก็ยังมีบางส่วนที่แอบใช้แอป ซึ่งภายหลังการจับตัวโปรแกรมเมอร์ตรวจาอบพบข้อมูลพบมีไรเดิร์เข้าใช้แอปมากถึง 3 พันราย และได้มีการแบนไรเดอร์ไปแล้วหลายราย สำหรับโปรแกรมเมอร์รายนี้ถือว่าเป็นเจ้าใหญ่ที่สุดและสร้างความเสียหายเป็นจำนวนมาก  มีการขายแบบไม่เกรงกลัวแต่อย่างใด

สอดรับกับตัวแทนของไรเดอร์ ที่ระบุว่า ตั้งแต่มีโปรแกรมโกงขึ้นมา ก็พบปัญหาระยะเวลาการวิ่งงานที่มากขึ้น มีเวลาอยู่กับครอบครัวน้อยลง จึงขอบคุณทางบริษัทร่วมกับตำรวจไซเบอร์ที่ดำเนินการให้ รวมถึงขอบคุณไรเดอร์ทุกคนที่แจ้งข้อมูลมา เพื่อจับกุมผู้ต้องหาดังกล่าว

พล.ต.ท.วรวัฒน์ กล่าวทิ้งท้ายว่า นอกจากการจับกุมขบวนการโกงแอพส่งอาหารแล้ว ทางบช.สอท. ร่วม กสทช.  จับหนุ่มหัวใสลักลอบขาย VPN เถื่อนเอื้อมิจฉาชีพ โดยพฤติการณ์คือมีการลักลอบเขียนโปรแกรมเพื่อปกปิดตัวตน และหลีกเลี่ยงการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ตำรวจ  จากนั้นได้นำไปขายในกลุ่มลับ ก่อนที่คนร้ายได้สร้างเพจเฟซบุ๊กปลอม เพื่อขายสินค้าแบรนด์เนมต่างๆ พบความเชื่อมโยงทั้งสิ้น 21 คดี มูลค่าความเสียหายประมาณ 1,324,000 บาท