พยาบาล เล่าอาการป่วย "ทักษิณ" หลัง กมธ.ตำรวจ บุกชั้น 14 รพ.ตำรวจ ติดตามอาการ

12 มกราคม 2567

ประธาน กมธ.ตำรวจ ขึ้นชั้น 14 รพ.ตำรวจ ติดตามอาการ "ทักษิณ ชินวัตร" แต่ไม่ได้เข้าพบ ด้านหัวหน้าพยาบาล เล่าการดูแลรักษา เผยมีภาวะหัวใจรั่ว

วันที่ 12 ม.ค.67 ทางด้าน นายชัยชนะ เดชเดโช สส.นครศรีธรรมราช และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการตำรวจ สภาผู้แทนราษฎร พร้อมด้วย คณะกรรมาธิการตำรวจ ได้เป็นตัวแทนมาติดตามอาการป่วย ทักษิณ ชินวัตร ที่ชั้น14 ของโรงพยาบาลตำรวจ หัวหน้าพยาบาล ยันทีมพยาบาลให้การดูแลรักษา มีภาวะหัวใจรั่ว

 

  พยาบาลเล่าอาการป่วย ทักษิณ หลัง กมธ.ตำรวจ บุกชั้น 14 รพ.ตำรวจ ติดตามอาการ

โดยได้นั่งรถกอล์ฟออกจากอาคารศรียานนท์ มายัง อาคารมหาภูมิพลราชานุสรณ์ 88 พรรษา เพื่อใช้อำนาจตาม ม.129 ในการศึกษาดูงาน แนวทางการปฏิบัติกับผู้ต้องขังที่ส่งตัวมารักษายังโรงพยาบาลตำรวจ 

หลังจากที่นายชัยชนะ พร้อมคณะขึ้นไปยังชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจ ได้ประมาณ 10 นาที นายชัยชนะ เปิดเผยว่า หลังจากที่ได้คุยกับทางโรงพยาบาลและ พลตำรวจตรี นายแพทย์ สามารถ ม่วงศิริ นายแพทย์ (สบ.7) ตนได้ทราบถึงขบวนการการรักษา โดยขณะนี้มีผู้ต้องขังที่ต้องพักค้างคืนที่โรงพยาบาลจำนวน 1 ราย คือ นายทักษิณ ชินวัตร

พยาบาลเล่าอาการป่วย ทักษิณ หลัง กมธ.ตำรวจ บุกชั้น 14 รพ.ตำรวจ ติดตามอาการ

ส่วนอีก 2 ราย เป็นลักษณะ มาเช้า-เย็นกลับ ซึ่งทางโรงพยาบาลอนุญาตให้คณะกรรมาธิการขึ้นไปยังชั้น 14 ได้ โดยบริเวณหน้าห้องของนายทักษิณ มีเจ้าหน้าที่คอยดูแลทั้งหมด 8 นาย ประกอบด้วยตำรวจท้องที่ สน.ปทุมวัน 3 นาย , ตำรวจสันติบาล 3 นาย และเจ้าหน้าที่กรมราชทัณฑ์ 2 นาย

โดยจะมีการรายงานผลยังอธิบดีกรมราชทัณฑ์ทุก 2 ชั่วโมง และมีการผลัดเวรกัน ส่วนชั้น 14 ในส่วนของห้องพักผู้ป่วย ตนไม่ได้เข้าไป เพราะเป็นเรื่องของ พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฯ ที่ผู้ต้องขังมีสิทธิ์จะให้ใครเยี่ยมหรือห้ามเยี่ยมก็ได้ และพื้นที่ดังกล่าวก็มีผู้ป่วยคนอื่นๆ พักรักษาตัวอยู่ด้วย

พยาบาลเล่าอาการป่วย ทักษิณ หลัง กมธ.ตำรวจ บุกชั้น 14 รพ.ตำรวจ ติดตามอาการ

จากนั้น เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลตำรวจ ได้พาลงมาตรวจดูที่ชั้น 7 เพื่อดูขั้นตอนปฏิบัติการรักษา ว่ามีขั้นตอนวิธียังไง ซึ่งวันนี้มีผู้ต้องขังจากเรือนจำพิเศษมีนบุรี มารับการรักษาเกี่ยวกับโรคต้อกระจก 2 ราย โดยผู้ต้องหาแต่ละราย มีเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ควบคุมอยู่ 2 คน ซึ่งแสดงให้เห็นว่าโรงพยาบาลตำรวจและกรมราชทัณฑ์ มีการปฏิบัติกับผู้ต้องขังที่มารับการรักษาอย่างเท่าเทียมกัน


นายชัยชนะ กล่าวอีกว่า การมาที่โรงพยาบาลตำรวจในวันนี้ ถือว่าไม่ผิดหวัง เพราะได้ขึ้นดูชั้น 14 และในส่วนของโรงพยาบาลตำรวจ ถือว่าได้ข้อมูลครบถ้วน ปฏิบัติอย่างถูกต้อง ให้ความร่วมมือ ซึ่งตนไม่ข้องใจกับทางโรงพยาบาลตำรวจ แต่ข้องใจกับทางกรมราชทัณฑ์ โดยหลังจากนี้ กรมราชทัณฑ์ต้องส่งเอกสารตามที่ได้ขอไป ได้แก่ รายชื่อผู้คุมที่มาปฏิบัติงาน มีการผลัดเปลี่ยนเวรอย่างไร

 

รายละเอียดเกี่ยวกัยค่ารักษาพยาบาล ว่าเกินสิทธิที่เบิก สปสช. หรือไม่ และส่วนที่เกินมีการใช้เงินส่วนตัวหรือไม่ ใช้ระเบียบข้อใด  และสำเนา ใบ รท.101 คือ ข้อมูลการส่งออกรักษาภายนอก รวมถึงประวัติก่อนเข้าเรือนจำว่ามีการกรอกไว้หรือไม่

พยาบาลเล่าอาการป่วย ทักษิณ หลัง กมธ.ตำรวจ บุกชั้น 14 รพ.ตำรวจ ติดตามอาการ


โดยสิ่งไหนให้ได้หรือไม่ได้ กรมราชทัณฑ์ต้องชี้แจง ถ้าได้เอกสารแล้วตรวจพบว่ามีสิ่งใดไม่ถูกต้อง ก็ต้องดำเนินการต่อไป ตนมองว่า นายทักษิณไม่ได้ผิดอะไร แต่ถ้ากรมราชทัณฑ์ไม่ต้องการเป็นจำเลยสังคม ก็ต้องชี้แจงให้สังคมเข้าใจ ตอบสิ่งที่สังคมสงสัยให้ได้ว่านายทักษิณพักรักษาตัวอยู่ที่นี่อย่างไร


ภายหลังให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน ทาง นายชัยชนะ ได้กล่าวทิ้งท้ายด้วยว่า

  • “ฝากถึงนายกรัฐมนตรีว่า ของบ 2-5 ล้านบาท มาซ่อมกล้องวงจรปิดอาคารมหาภูมิพลราชานุสรณ์ 88 พรรษา รพ.ตำรวจ เพราะเสียแทบทั้งตึก เนื่องจากติดตั้งมากว่า 10 ปี ตั้งแต่ก่อนนายทักษิณเข้ารักษาตัวแล้ว”
     

นอกจากนี้  มีรายงานเพิ่มเติมว่า ระหว่างที่คณะกรรมาธิการตำรวจฯ ได้ขึ้นลิฟท์ ได้พบกับ หัวหน้าพยาบาล ซึ่งทางคณะกรรมาธิการ การตำรวจ สภาผู้แทนราษฎร ได้สอบถามว่า ได้เคยเจอหรือรักษา นายทักษิณ หรือไม่ พยาบาลคนดังกล่าว ระบุว่า ส่วนตัวไม่เคยเจอเพราะเป็นหัวหน้า แต่น้องในทีมพยาบาลได้สลับเข้าไปคอยดูแล และให้การพยาบาล ซึ่งนายทักษิณมีภาวะโรคหัวใจรั่วด้วย และไม่ค่อยได้มีญาติมาเยี่ยมบ่อยนัก