สังคม

อัปเดตล่าสุด! ข้อหา“เมาแล้วขับ” ปี 2565 มีโทษอย่างไรบ้าง? 

26 ต.ค. 2565 | 15:35 น.
อัปเดตล่าสุด! ข้อหา“เมาแล้วขับ” ปี 2565 มีโทษอย่างไรบ้าง? 

อัปเดตล่าสุด! ข้อหา“เมาแล้วขับ” ปี 2565 ปริมาณแอลกอฮอล์เกินกว่าที่กฎหมายกำหนดในขณะขับรถ จะต้องรับโทษหนัก-เบาแตกต่างกันออกไป ตั้งแต่การเสียค่าปรับ การถูกจำคุก การถูกพักใช้ใบขับขี่ และการถูกเพิกถอนใบขับขี่

อัปเดตล่าสุด! ข้อหา“เมาแล้วขับ” ปี 2565 มีโทษอย่างไรบ้าง? 

 “เมาแล้วขับ” ถือว่าเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำเป็นอย่างยิ่ง เพราะว่าจะทำให้ผู้ขับขี่นั้น ลดสวัสดิภาพในการขับขี่ และย่อมส่งผลอันตรายต่อตนเองเเละผู้อื่นอีกด้วย ทำให้เกิดอุบัติเหตุได้โดยง่าย ซึ่งกฎหมายปี 2565 กรณีเมาเเล้วขับนั้นมีโทษจำคุก 1 ปี ปรับสูงสุด 20,000 บาท หากกระทำผิดซ้ำซ้อนเป็นครั้งที่ 2 เพิ่มโทษปรับสูงสุด 1 แสนบาท จำคุกไม่เกิน 2 ปี และอาจถึงขั้นถูกเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่ได้เลยทันที 

อัปเดตล่าสุด! ข้อหา“เมาแล้วขับ” ปี 2565 มีโทษอย่างไรบ้าง? 

 

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข้อหา “เมาแล้วขับ” หากเจ้าหน้าที่ตำรวจ พบว่าปริมาณแอลกอฮอล์เกินกว่าที่กฎหมายกำหนดในขณะขับรถ จะต้องรับโทษหนัก-เบาแตกต่างกันออกไป ตั้งแต่การเสียค่าปรับ การถูกจำคุก การถูกพักใช้ใบขับขี่ และการถูกเพิกถอนใบขับขี่

     - กรณีกระทำผิด “เมาแล้วขับ” ครั้งแรก จะต้องถูกระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับตั้งแต่ 5,000 - 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

 - กรณีกระทำผิดซ้ำในข้อหา “เมาแล้วขับ” ภายในระยะเวลา 2 ปี จะเพิ่มอัตราโทษเป็นจำคุกไม่เกิน 2 ปี และปรับตั้งแต่ 50,000 - 100,000 บาท โดยศาลจะลงโทษจำคุกและปรับด้วยเสมอ ถูกพักใช้ใบขับขี่ไม่น้อยกว่า 1 ปี หรือถูกเพิกถอนใบขับขี่ ตาม พ.ร.บ. จราจรทางบก (ฉบับที่ 13) พ.ศ. 2565

“เมาแล้วขับ” จนประสบเหตุ มีโทษหนักยิ่งกว่า
     - กรณีเมาแล้วขับ จนเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่ร่างกายและจิตใจ จะถูกระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 1 - 5 ปี ปรับตั้งแต่ 20,000 - 100,000 บาท และถูกพักใช้ใบขับขี่ไม่น้อยกว่า 1 ปี หรือถูกเพิกถอนใบขับขี่

     - กรณีเมาแล้วขับ จนเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัส จะถูกระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 2 - 6 ปี ปรับตั้งแต่ 40,000 - 120,000 บาท และให้ศาลพักใช้ใบขับขี่ไม่น้อยกว่า 2 ปี หรือเพิกถอนใบขับขี่

     - กรณีเมาแล้วขับ จนเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย จะถูกระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 3 - 10 ปี และปรับตั้งแต่ 60,000 - 200,000 บาท และถูกเพิกถอนใบอนุญาตขับรถทันที

อัปเดตล่าสุด! ข้อหา“เมาแล้วขับ” ปี 2565 มีโทษอย่างไรบ้าง? 

เมาแล้วขับ ต้องมีปริมาณแอลกอฮอล์ในกระแสเลือดเท่าไหร่
     จากเดิมที่กำหนดให้ผู้ขับขี่มีปริมาณแอลกอฮอล์ในกระแสเลือดได้ไม่เกิน 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ หากเกินจะถือว่าเป็นการเมาแล้วขับ แต่กฎกระทรวงฉบับที่ 21 พ.ศ. 2550 ได้เพิ่มเงื่อนไขล่าสุดบังคับใช้กับผู้ขับขี่ 4 ประเภท หากพบว่ามีปริมาณแอลกอฮอล์เกินกว่า 20 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ จะถือว่าเมาแล้วขับ ดังนี้

  • ผู้ขับขี่ที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปี
  • ผู้ขับขี่ที่ถือใบขับขี่ชั่วคราว (แบบ 2 ปี)
  • ผู้ขับขี่ที่มีใบขับขี่ประเภทอื่น ใช้แทนกันไม่ได้
  • ผู้ขับขี่ที่อยู่ระหว่างการพักใช้ หรือถูกเพิกถอนใบขับขี่
  • ผู้ขับขี่ “เมาแล้วขับ” ประกันภัยไม่จ่าย

     การคุ้มครองประกันภัยกรณีเมาแล้วขับแล้วประสบอุบัติเหตุ มีเงื่อนไขแตกต่างกันไปทั้งประกันภัยภาคบังคับ (พ.ร.บ.) และภาคสมัครใจ

     สำหรับประกันภัยภาคบังคับ หรือ พ.ร.บ. จะคุ้มครองผู้เอาประกันและคู่กรณีโดยไม่พิสูจน์ความถูกหรือผิด โดยจะคุ้มครองเฉพาะค่ารักษาพยาบาลเท่านั้น ไม่รวมถึงค่าเสียหายที่เกิดขึ้นกับตัวรถและทรัพย์สินแต่อย่างใด

     ส่วนประกันภัยภาคสมัครใจ หากพบว่าผู้ขับขี่มีปริมาณแอลกอฮอล์ในกระแสเลือดเกินกว่า 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ บริษัทประกันภัยจะคุ้มครองเฉพาะความเสียหายที่เกิดขึ้นกับคู่กรณีเท่านั้น โดยไม่คุ้มครองฝั่งผู้ที่เมาแล้วขับแต่อย่างใด แม้ว่าจะเป็นประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 ก็ตาม หากแม้ว่ามีการจ่ายค่าสินไหมทดแทนเกิดขึ้น บริษัทประกันอาจเรียกเงินที่จ่ายคืนกลับมาได้

     ทั้งนี้ การขับขี่พาหนะในขณะมึนเมาสุราเป็นการเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ ที่อาจสร้างความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินของตนเองและผู้ร่วมทางได้ อีกทั้งผู้ขับขี่ที่มีปริมาณแอลกอฮอล์เกินกว่าที่กำหนดยังไม่ได้รับความคุ้มครองจากประกันภัยภาคสมัครใจที่ตกลงทำไว้กับบริษัทประกัน แม้ว่าจะเป็นประกันชั้น 1 ก็ตาม ดังนั้นหากรู้ว่าตนเองมีอาการมึนเมาจากการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องหลีกเลี่ยงการขับขี่พาหนะโดยเด็ดขาด

ข่าวล่าสุด

ข่าวเด่น

อย่าชะล่าใจ! น้ำดื่มที่เปิดแล้ว เสี่ยงปนเปื้อนมากกว่าที่คิด

อย่าชะล่าใจ! น้ำดื่มที่เปิดแล้ว เสี่ยงปนเปื้อนมากกว่าที่คิด

เผยทริคเด็ด! ล้างพัดลมแบบไม่ง้อช่าง ประหยัดเวลาแต่สะอาดจริง

เผยทริคเด็ด! ล้างพัดลมแบบไม่ง้อช่าง ประหยัดเวลาแต่สะอาดจริง

ผู้เชี่ยวชาญเผย สิวแต่ละจุดอาจกำลังเตือนปัญหาสุขภาพ

ผู้เชี่ยวชาญเผย สิวแต่ละจุดอาจกำลังเตือนปัญหาสุขภาพ

กินมาตั้งนานเพิ่งรู้! เฉาก๊วย แท้จริงคือสมุนไพร ไม่ใช่เจลลี่

กินมาตั้งนานเพิ่งรู้! เฉาก๊วย แท้จริงคือสมุนไพร ไม่ใช่เจลลี่

เปิดเคล็ดลับกินฟักทองแบบโปร จับคู่ให้ถูก รับประโยชน์คูณสอง

เปิดเคล็ดลับกินฟักทองแบบโปร จับคู่ให้ถูก รับประโยชน์คูณสอง