ครม.ไฟเขียวเตรียมงบ 1,933 ล้าน ลดค่าน้ำ-ค่าไฟ ต่อเนื่องอีก 7 เดือน

27 กันยายน 2565

 ครม.ได้ทำการขยายเวลาบรรเทาค่าใช้จ่ายค่าไฟฟ้า- น้ำประปา สำหรับประชาชนที่ ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ อีก 7 เดือน

ครม.ไฟเขียวเตรียมงบ 1,933 ล้าน ลดค่าน้ำ-ค่าไฟ ช่วยลดค่าครองชีพประชาชน ต่อเนื่องอีก 7 เดือน ครม.ได้ทำการขยายเวลาบรรเทาค่าใช้จ่ายค่าไฟฟ้า- น้ำประปา สำหรับประชาชนที่ ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ อีก 7 เดือน ตั้งแต่ตุลาคม 65 - เมษายน 66 

ครม.ไฟเขียวเตรียมงบ 1,933 ล้าน ลดค่าน้ำ-ค่าไฟ ต่อเนื่องอีก 7 เดือน

 

นายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีแถลงมติคณะรัฐมนตรี เห็นชอบขยายระยะเวลามาตรการบรรเทาภาระค่าไฟฟ้า และค่าน้ำประปาวงเงินรวม1,933 ล้านบาท  ตั้งแต่เดือน ตุลาคม 2565 - เมษายน  2566  (7 เดือน)

โดยใช้งบประมาณจากกองทุนประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม  แบ่งเป็นสนับสนุนค่าไฟฟ้า จํานวน 1,786.05 ล้านบาท  ช่วยเหลือประมาณ 810,000 ครัวเรือน และงบประมาณสนับสนุนค่าน้ําประปา จํานวน 147 ล้านบาท ช่วยเหลือประมาณ 210,000 ครัวเรือน

ครม.ไฟเขียวเตรียมงบ 1,933 ล้าน ลดค่าน้ำ-ค่าไฟ ต่อเนื่องอีก 7 เดือน

ทั้งนี้ มาตรการบรรเทาภาระค่าไฟฟ้าและค่าน้ำประปา มีรายละเอียดดังนี้ ค่าไฟฟ้า
1) กรณีใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 50 หน่วย/เดือน ติดต่อกัน 3 เดือน  ให้ใช้สิทธิ์ค่าไฟฟ้าฟรีตามมาตรการที่มีอยู่ในปัจจุบัน 


2) กรณีใช้ไฟฟ้าเกิน 50 หน่วย/เดือน ให้ใช้สิทธิ์ตามมาตรการน้ี ในวงเงิน 315 บาท/ครัวเรือน/เดือน 


3) กรณีที่ใช้เกินวงเงินที่กําหนด ผู้มีบัตรฯ เป็นผู้รับภาระ ค่าไฟฟ้าทั้งหมด 

ค่าน้ำประปา
1) กรณีที่ใช้น้ําประปา ไม่เกิน 315บาท จะได้เงินสนับสนุน ค่าน้ําประปาในวงเงิน 100 บาท/ครัวเรือน/เดือน 


2) กรณีที่ใช้น้ําประปาเกิน 315 บาท ผู้มีบัตรฯ จะเป็นผู้รับภาระในการชําระค่าน้ําประปาท้ังหมด 

ทั้งนี้ มาตราการดังกล่าวข้างต้น จะสิ้นสุดในวันที่ 30 กันยายน 65 ดังนั้น มติ ครม. ในครั้งนี้ จึงเป็นการขยายระยะเวลามาตรการบรรเทาภาระค่าไฟฟ้าและค่าน้ำประปาออกไปอีก 7 เดือน

เพื่อบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายด้านสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานให้แก่ผู้มีบัตรฯ ให้เป็นไปอย่างต่อเนื่อง และครอบคลุมผู้มีบัตร ฯ ที่จะได้รับประโยชน์จากมาตรการดังกล่าวมากขึ้น