ข่าว

สรุป คนขี่มอเตอร์ไซค์ มีโอกาสถูก ฟ้าผ่า มากกว่าชาวบ้านจริงมั้ย

04 ต.ค. 2569 | 18:27 น.
สรุป คนขี่มอเตอร์ไซค์ มีโอกาสถูก ฟ้าผ่า มากกว่าชาวบ้านจริงมั้ย

สรุปแล้ว คนขี่มอเตอร์ไซค์ กลางฝนฟ้าคะนอง มีโอกาสถูก "ฟ้าผ่า" มากกว่าชาวบ้านจริงมั้ย แล้วต้องทำยังไงถึงจะรอดในสถานการณ์คับขัน

เกิดเหตุการณ์ระทึกในจังหวัดเหงะอาน ประเทศเวียดนาม หลังหญิงรายหนึ่งขี่รถจักรยานยนต์ท่ามกลางฝนตกหนัก ก่อนเกิดสายฟ้าแลบและฟ้าผ่าลงมาใกล้ตัวอย่างกะทันหัน แรงกระแทกทำให้เธอล้มลงกับพื้นถนนและได้รับบาดเจ็บ โชคดีที่ชาวบ้านบริเวณใกล้เคียงเข้าช่วยเหลือและนำตัวส่งโรงพยาบาลได้อย่างทันท่วงที เหตุการณ์ดังกล่าวกลายเป็นอุทาหรณ์สำคัญสำหรับผู้ที่ต้องเดินทางในช่วงเกิดพายุฝนฟ้าคะนอง

 

สรุป คนขี่มอเตอร์ไซค์ มีโอกาสถูก ฟ้าผ่า มากกว่าชาวบ้านจริงมั้ย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

หญิงรายดังกล่าวได้รับบาดเจ็บบริเวณศีรษะจากแรงกระแทก และมีบาดแผลไหม้ที่มือขวา หลังเข้ารับการรักษา แพทย์ได้ตรวจอาการและให้การดูแลอย่างเร่งด่วน เหตุการณ์นี้ยังทำให้เกิดคำถามว่าเหตุใดผู้ที่ขี่รถจักรยานยนต์หรือเดินอยู่กลางแจ้งจึงมีความเสี่ยงต่อการถูกฟ้าผ่า แม้ไม่ได้อยู่ตรงจุดที่ฝนตกหนักที่สุดก็ตาม


ดร.เหงียน ซวน อัญ (TS Nguyễn Xuân Anh) ผู้อำนวยการสถาบันธรณีฟิสิกส์ สังกัดสถาบันวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งเวียดนาม อธิบายว่า ในช่วงที่เกิดพายุฝนฟ้าคะนอง สถานที่ปลอดภัยที่สุดคืออาคารที่มั่นคงและมีระบบป้องกันฟ้าผ่า หรือรถยนต์ที่มีหลังคาและตัวถังปิดมิดชิด เนื่องจากผู้ที่อยู่กลางแจ้ง โดยเฉพาะในพื้นที่โล่ง มีโอกาสกลายเป็นจุดที่สูงกว่าสิ่งแวดล้อมโดยรอบและเพิ่มความเสี่ยงจากฟ้าผ่า

 

  • ทำไมขี่รถจักรยานยนต์กลางแจ้งจึงเสี่ยงฟ้าผ่า

การเดิน ขี่จักรยาน หรือขี่รถจักรยานยนต์ในพื้นที่โล่ง เช่น ทุ่งนา ที่ราบ หรือบริเวณที่ไม่มีสิ่งปลูกสร้างสูง อาจเพิ่มความเสี่ยง เพราะร่างกายและยานพาหนะอาจกลายเป็นจุดเด่นในพื้นที่นั้น ขณะที่รถจักรยานยนต์ไม่มีโครงสร้างปิดมิดชิดสำหรับป้องกันผู้ขับขี่จากกระแสไฟฟ้า
 

สรุป คนขี่มอเตอร์ไซค์ มีโอกาสถูก ฟ้าผ่า มากกว่าชาวบ้านจริงมั้ย

แม้การอยู่ในเมืองซึ่งมีอาคารสูงหรือเสาไฟฟ้าอาจทำให้ความเสี่ยงจากฟ้าผ่าโดยตรงแตกต่างจากพื้นที่โล่ง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะปลอดภัย เพราะยังมีอันตรายจากฟ้าผ่าเฉียง หรือกระแสไฟฟ้าที่แพร่ผ่านพื้นและวัตถุใกล้เคียงได้

 

ในทางกลับกัน รถยนต์ที่มีหลังคาและตัวถังโลหะปิดมิดชิดถือเป็นหนึ่งในสถานที่ปลอดภัยกว่าสำหรับการหลบพายุ เนื่องจากกระแสไฟฟ้าสามารถไหลไปตามตัวถังรถและลงสู่พื้นได้ โดยผู้ที่อยู่ภายในไม่ควรสัมผัสส่วนที่เป็นโลหะหรือเปิดกระจกและประตูออกไปด้านนอก

 

5 ช่องทางที่ฟ้าผ่าสามารถทำอันตรายคน

กระแสไฟฟ้าจากฟ้าผ่าสามารถเข้าสู่ร่างกายหรือทำอันตรายมนุษย์ได้หลายช่องทาง ได้แก่
1. ฟ้าผ่าโดยตรง (Direct Strike)
สายฟ้าผ่าจากก้อนเมฆลงมาสู่ร่างกายโดยตรง เป็นรูปแบบที่รุนแรงและอันตรายอย่างมาก

2. ฟ้าผ่าเฉียง (Side Flash)
สายฟ้าผ่าลงวัตถุที่อยู่ใกล้เคียง ก่อนกระแสไฟฟ้าจะกระโดดจากวัตถุนั้นเข้าสู่ร่างกายคน

3. การนำกระแสไฟฟ้า (Conduction)
เมื่อฟ้าผ่าวัตถุหรือระบบไฟฟ้า กระแสไฟสามารถเดินทางผ่านวัตถุที่กำลังสัมผัสอยู่และเข้าสู่ร่างกาย

4. กระแสไฟฟ้าผ่านพื้นดิน (Ground Current)
เมื่อฟ้าผ่าลงพื้น กระแสไฟฟ้าสามารถกระจายออกจากจุดที่ฟ้าผ่าและไหลผ่านพื้นเข้าสู่ร่างกายทางเท้าได้

5. กระแสไฟฟ้าผ่านสายไฟหรือสายสื่อสาร
ฟ้าผ่าบริเวณระบบสายไฟหรือสายสื่อสารที่เชื่อมต่อกับภายนอก อาจทำให้กระแสไฟฟ้าเดินทางเข้าสู่ภายในอาคารได้

สรุป คนขี่มอเตอร์ไซค์ มีโอกาสถูก ฟ้าผ่า มากกว่าชาวบ้านจริงมั้ย

 

  • เห็นฟ้าแลบ ได้ยินฟ้าร้อง ต้องรีบหลบ

อีกหนึ่งหลักง่าย ๆ สำหรับประเมินว่าพายุฝนฟ้าคะนองอยู่ใกล้แค่ไหน คือ หากเห็นฟ้าแลบแล้วได้ยินเสียงฟ้าร้องภายในเวลาไม่ถึง 30 วินาที ควรถือว่าพายุอยู่ใกล้และรีบหาที่ปลอดภัยทันที

สิ่งสำคัญคือ อย่ารอให้ฝนตกหนักก่อนจึงค่อยหาที่หลบ เพราะฟ้าผ่าสามารถเกิดขึ้นบริเวณที่อยู่ห่างจากศูนย์กลางฝนได้ และอาจเกิดขึ้นก่อนที่ฝนจะมาถึงบริเวณนั้นด้วย

หากกำลังขี่รถจักรยานยนต์แล้วพบว่ามีพายุฝนฟ้าคะนอง ควรหยุดการเดินทางและหาที่หลบภัยใน อาคารที่มั่นคงแข็งแรงหรือรถยนต์ที่มีหลังคาปิดมิดชิด โดยเร็วที่สุด ไม่ควรจอดหลบอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่หรือบริเวณใกล้รั้วโลหะ

หากอยู่กลางแจ้งและยังไม่สามารถเข้าถึงที่หลบภัยได้ ควรลดการอยู่ในพื้นที่โล่งและหลีกเลี่ยงสิ่งของที่นำไฟฟ้า โดย ไม่มีท่าทางใดที่สามารถทำให้การอยู่กลางแจ้งปลอดภัยจากฟ้าผ่าได้อย่างสมบูรณ์ สิ่งสำคัญที่สุดคือพยายามเข้าถึงอาคารหรือรถยนต์ที่ปลอดภัยให้เร็วที่สุด

 

 

  • อยู่ในบ้านก็ต้องระวัง

เมื่อหลบอยู่ภายในอาคาร ควรอยู่ห่างจากหน้าต่าง ประตู และวัตถุโลหะ หลีกเลี่ยงการสัมผัสเครื่องใช้ไฟฟ้า สายไฟ และอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อกับภายนอก รวมถึงหลีกเลี่ยงบริเวณเปียกชื้น เช่น ห้องน้ำหรือบริเวณที่มีน้ำ


หลังจากพายุผ่านไปแล้ว ไม่ควรรีบออกไปทำกิจกรรมกลางแจ้งทันที โดยหลักความปลอดภัยทั่วไปแนะนำให้ รออย่างน้อย 30 นาทีหลังได้ยินเสียงฟ้าร้องครั้งสุดท้าย ก่อนออกจากสถานที่หลบภัย เพื่อให้มั่นใจว่าพายุได้เคลื่อนผ่านไปแล้ว


เหตุการณ์หญิงชาวเวียดนามรายนี้จึงเป็นอีกหนึ่งอุทาหรณ์ว่า เมื่อเกิดพายุฝนฟ้าคะนอง การฝืนขี่รถจักรยานยนต์หรือเดินทางกลางแจ้งอาจมีความเสี่ยงมากกว่าที่คิด หากเห็นสัญญาณพายุหรือได้ยินเสียงฟ้าร้อง ควรหยุดการเดินทางและหาสถานที่ปลอดภัยโดยเร็ว เพราะอันตรายจากฟ้าผ่าอาจเกิดขึ้นได้ในเวลาเพียงเสี้ยววินาที

สรุป คนขี่มอเตอร์ไซค์ มีโอกาสถูก ฟ้าผ่า มากกว่าชาวบ้านจริงมั้ย
ข้อมูลจาก SOHA
 

ข่าวล่าสุด

ข่าวเด่น

"หมาไม้" นักล่าคอเหลืองที่หน้าตาเหมือนพญากระรอก แห่งป่าดงใหญ่

"หมาไม้" นักล่าคอเหลืองที่หน้าตาเหมือนพญากระรอก แห่งป่าดงใหญ่

อัยการสูงสุดคนที่ 21 แถลงนโยบายการบริหารงาน ขับเคลื่อนองค์กรโดยยึดหลักนิติธรรม

อัยการสูงสุดคนที่ 21 แถลงนโยบายการบริหารงาน ขับเคลื่อนองค์กรโดยยึดหลักนิติธรรม

ใจหายสาเหตุ "สิทธิชาติ บุญมานนท์" อดีตผู้ประกาศข่าวคนดังเสียชีวิต

ใจหายสาเหตุ "สิทธิชาติ บุญมานนท์" อดีตผู้ประกาศข่าวคนดังเสียชีวิต

7 ราศี ดวงชะตาครึ่งปีหลัง 2569 มีโอกาสสมหวังหลายเรื่อง

7 ราศี ดวงชะตาครึ่งปีหลัง 2569 มีโอกาสสมหวังหลายเรื่อง

ใจหาย อายุ "สิทธิชาติ บุญมานนท์" ผู้ประกาศข่าวในพระราชระดับตำนาน

ใจหาย อายุ "สิทธิชาติ บุญมานนท์" ผู้ประกาศข่าวในพระราชระดับตำนาน