ข่าว

"รมว. นิกร" ผลักดันที่อยู่อาศัยคุณภาพให้ผู้มีรายได้น้อย ยกระดับคุณภาพชีวิตเพื่อคนไทยทุกคน

29 ก.ย. 2569 | 17:41 น.
"รมว. นิกร" ผลักดันที่อยู่อาศัยคุณภาพให้ผู้มีรายได้น้อย ยกระดับคุณภาพชีวิตเพื่อคนไทยทุกคน

นายนิกร โสมกลาง รมว.พม. ผลักดันที่อยู่อาศัยคุณภาพให้ผู้มีรายได้น้อย ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีเพื่อคนไทยทุกคน

วันที่ 29 กันยายน 2569 นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) เปิดเผยว่า วันนี้ (29 ก.ย. 69) ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบให้การเคหะแห่งชาติ (กคช.) จัดทำโครงการอาคารเช่าสำหรับผู้มีรายได้น้อย ปี 2567 จำนวน 4 โครงการ รวม 596 หน่วย วงเงินลงทุนรวม 439.225 ล้านบาท โดยมีเงินกู้ภายในประเทศ 102.301 ล้านบาท และเงินอุดหนุนจากรัฐบาล 336.924 ล้านบาท เพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนด้านที่อยู่อาศัยของประชาชนผู้มีรายได้น้อย ซึ่งยังไม่สามารถซื้อที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง

 

โดยมุ่งจัดให้มีที่อยู่อาศัยที่มีคุณภาพ มีสาธารณูปโภคและสาธารณูปการที่เหมาะสม ในอัตราค่าเช่าที่สอดคล้องกับความสามารถในการจ่ายของกลุ่มเป้าหมาย ทั้งนี้ รัฐบาลให้ความสำคัญกับการสร้างความมั่นคงด้านที่อยู่อาศัย ลดความเหลื่อมล้ำ และเพิ่มโอกาสให้ประชาชนทุกกลุ่มสามารถเข้าถึงที่อยู่อาศัยที่มีคุณภาพ โดยเฉพาะผู้มีรายได้น้อย ผู้สูงอายุ ข้าราชการ และกลุ่มคนเริ่มทำงาน หรือ First Jobber ซึ่งเป็นกลุ่มที่อาจมีข้อจำกัดในการจัดหาที่อยู่อาศัยในช่วงเริ่มต้นของการทำงาน
 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

นายนิกร กล่าวต่อไปว่า สำหรับสาระสำคัญที่ ครม. ให้ความเห็นชอบ มี 6 ประเด็นสำคัญ ได้แก่

"รมว. นิกร" ผลักดันที่อยู่อาศัยคุณภาพให้ผู้มีรายได้น้อย ยกระดับคุณภาพชีวิตเพื่อคนไทยทุกคน

1.เห็นชอบการจัดทำโครงการอาคารเช่าสำหรับผู้มีรายได้น้อย ปี 2567 จำนวน 4 โครงการ รวม 596 หน่วย วงเงินลงทุนรวม 439.225 ล้านบาท

2.เห็นชอบเงินอุดหนุนจากรัฐบาล จำนวน 336.924 ล้านบาท และให้สำนักงบประมาณจัดสรรเงินอุดหนุนให้การเคหะแห่งชาติ


3.มอบหมายให้กระทรวงการคลัง โดยสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ เป็นผู้จัดหาแหล่งเงินกู้ และกระทรวงการคลังเป็นผู้ค้ำประกันเงินกู้ จำนวน 102.301 ล้านบาท

4. เห็นชอบให้การเคหะแห่งชาติสามารถก่อหนี้ผูกพันข้ามปีงบประมาณ ในวงเงิน 336.924 ล้านบาท ตามระเบียบว่าด้วยการก่อหนี้ผูกพันข้ามปีงบประมาณ พ.ศ. 2562

5.เห็นควรให้คณะกรรมการการเคหะแห่งชาติเป็นผู้พิจารณาอนุมัติปรับโอนวงเงินลงทุนระหว่างโครงการย่อย ภายใต้กรอบการลงทุนโครงการอาคารเช่าสำหรับผู้มีรายได้น้อย ปี 2567 จำนวน 4 โครงการ รวม 596 หน่วย โดยไม่กระทบต่อสาระสำคัญและกรอบวงเงินของโครงการ


6.เห็นชอบให้กระทรวงการคลัง โดยกรมธนารักษ์ ให้การเคหะแห่งชาติเช่าที่ดินระยะยาว อัตราผ่อนปรนนาน 30 ปี และเมื่อครบกำหนดสัญญา หากการเคหะแห่งชาติยังคงมีวัตถุประสงค์เดิม ให้พิจารณาคงอัตราค่าเช่าที่ดินในอัตราเดิม
 

“ทั้ง 6 ประเด็นนี้ จะช่วยให้การดำเนินโครงการมีความชัดเจน ทั้งด้านงบประมาณ แหล่งเงินทุน การบริหารโครงการ และการใช้ประโยชน์จากที่ดินของรัฐ เพื่อให้การพัฒนาที่อยู่อาศัยเกิดประโยชน์กับประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม” นายนิกร กล่าว


ด้าน นายทวีพงษ์ วิชัยดิษฐ ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ กล่าวว่า การเคหะแห่งชาติได้ออกแบบโครงการอาคารเช่าสำหรับผู้มีรายได้น้อย ปี 2567 ทั้ง 4 โครงการ ภายใต้แนวคิดเพื่อคนอยู่อาศัยทั้งมวล (Universal design และเป็นมิตรสิ่งแวดล้อม eco friendly ) ขนาดพื้นที่ห้องประมาณ 28 ตารางเมตร ให้มีความเหมาะสมกับบริบทของแต่ละพื้นที่ และคำนึงถึงความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย

 

โดยมีรายละเอียด ดังนี้โครงการแรก คือ โครงการอาคารเช่าสำหรับผู้มีรายได้น้อย จังหวัดสกลนคร จัดสร้างเป็นอาคารพักอาศัยรวม 4 ชั้น จำนวน 146 หน่วย พื้นที่โครงการประมาณ 2.48 ไร่ อัตราค่าเช่าเบื้องต้นประมาณ 2,081 บาทต่อเดือน 

โครงการต่อมา คือ โครงการอาคารเช่าสำหรับผู้มีรายได้น้อย จังหวัดภูเก็ต (กะทู้) จัดสร้างเป็นอาคารพักอาศัยรวม 5 ชั้น จำนวน 44 หน่วย พื้นที่โครงการประมาณ 0.49 ไร่ อัตราค่าเช่าเบืัองต้นประมาณ 3,140 บาทต่อเดือน 

โครงการที่ 3 คือ โครงการอาคารเช่าสำหรับผู้มีรายได้น้อย จังหวัดเลย จัดสร้างเป็นอาคารพักอาศัยรวม 6 ชั้น จำนวน 75 หน่วย พื้นที่โครงการประมาณ 1.02 ไร่ อัตราค่าเช่าเบื้องต้นประมาณ 2,630 บาทต่อเดือน 

และโครงการสุดท้าย คือ โครงการอาคารเช่าสำหรับผู้มีรายได้น้อย จังหวัดนราธิวาส จัดสร้างเป็นอาคารพักอาศัยรวม 5 ชั้น จำนวน 331 หน่วย พื้นที่โครงการประมาณ 6.31 ไร่ โดยมีอัตราค่าเช่าเบืัองต้นประมาณ 2,500–5,000 บาทต่อเดือน 

นายทวีพงษ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า การเคหะแห่งชาติให้ความสำคัญกับการออกแบบอาคารและพื้นที่อาศัยให้เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมายพร้อมจัดให้มีสาธารณูปโภคและสาธารณูปการ ที่จำเป็น โดย คำนึงถึงความคุ้มค่าในการลงทุนและประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นกับประชาชนในแต่ละพื้นที่

"โครงการทั้ง 4 แห่งเป็นการนำทรัพยากรของการเคหะแห่งชาติมาพัฒนาให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อเพิ่มทางเลือกด้านที่อยู่อาศัยให้ประชาชนที่มีข้อจำกัดด้านรายได้ โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีความต้องการที่อยู่อาศัยในระดับราคาที่ประชาชนสามารถรับภาระได้"นายทวีพงษ์ กล่าว
 

ข่าวล่าสุด

ข่าวเด่น

"สุกี้ตี๋น้อย" แจงผลตรวจหนอนในกุ้งแก้ว พร้อมแจงมาตรการแก้ไข

"สุกี้ตี๋น้อย" แจงผลตรวจหนอนในกุ้งแก้ว พร้อมแจงมาตรการแก้ไข

ครั้งแรกของไทย! AIS ผนึกกรมควบคุมมลพิษ–TGO เปิดตัวแพลตฟอร์มคำนวณและวัดผล E-Waste

ครั้งแรกของไทย! AIS ผนึกกรมควบคุมมลพิษ–TGO เปิดตัวแพลตฟอร์มคำนวณและวัดผล E-Waste

ไม่ทน "น้องมุกกี้" แฉแหลก "หมวดสมภพ" สาเหตุตัดสินใจหย่า

ไม่ทน "น้องมุกกี้" แฉแหลก "หมวดสมภพ" สาเหตุตัดสินใจหย่า

เปิดแชตเพื่อนสนิท คุย "เมตตา รุ่งรัตน์" ในไลน์ได้ไม่กี่ชม.

เปิดแชตเพื่อนสนิท คุย "เมตตา รุ่งรัตน์" ในไลน์ได้ไม่กี่ชม.

ถึงบางอ้อ เผยตำรวจทำคดี "บุ๋ม ปนัดดา" รู้ทีมไหนยิ่งขนลุก

ถึงบางอ้อ เผยตำรวจทำคดี "บุ๋ม ปนัดดา" รู้ทีมไหนยิ่งขนลุก