"เร่งระดมทีม K9 ค้นหา 2 พี่น้องรัสเซียสูญหายในชลบุรี!"

เจ้าหน้าที่ระดม สุนัข K9 ปูพรมค้นหา สองพี่น้องชาวรัสเซีย สูญหายที่ ชลบุรี หลังพบ สัญญาณ GPS ขาดหาย และชิ้นส่วนรถต้องสงสัยใกล้อ่างเก็บน้ำ
เจ้าหน้าที่ยกระดับปฏิบัติการเร่งติดตามคดี สองพี่น้องชาวรัสเซีย หายตัวไปอย่างมีเงื่อนไขปริศนา หลังพบเบาะแสสำคัญทั้ง สัญญาณ GPS ขาดหาย และชิ้นส่วนต้องสงสัยในพื้นที่ จังหวัดชลบุรี
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 30 กรกฎาคม 2569 เจ้าหน้าที่ได้ตั้งกองอำนวยการค้นหาบริเวณแยกห้วยแตง ใต้สะพานมอเตอร์เวย์สาย 7 ตำบลห้วยใหญ่ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี พร้อมระดมกำลังเจ้าหน้าที่กู้ภัยและอาสาสมัครกว่า 200 นาย ร่วมกับ สุนัข K9 จำนวน 8-9 ตัว จาก 3 หน่วยงานหลัก ได้แก่ ทีมสุนัขตำรวจ หน่วยปฏิบัติการพิเศษ, ทีมสุนัขค้นหาและกู้ภัย United SAR และทีมอาสาสมัครสุนัขค้นหาและกู้ภัยภาคประชาชน
การ ปูพรมค้นหา มุ่งเน้นไปที่ 3 พื้นที่เป้าหมายสำคัญ ได้แก่:
1. ป่าช้าเก่า บ้านห้วยแตง ตำบลห้วยใหญ่
2. บ้านร้าง เส้นทางมุ่งหน้าวิหารเซียน-เขาชีจัน
3. พื้นที่แหล่งน้ำเขามรดก หรือ อ่างเก็บน้ำมาบฟักทอง 1 หลังวัดญาณสังวราราม
ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2569 เวลาประมาณ 04.00 น. MISS DIANA NAZIMOVA อายุ 22 ปี และ MR. ROMAN NAZIMOVA อายุ 17 ปี ได้ขี่ รถจักรยานยนต์ฮอนด้า ADV 160 สีดำ-เทา ทะเบียน 4กษ 6379 ชลบุรี ออกจากหมู่บ้านในพื้นที่หมู่ 7 ต.ห้วยใหญ่ ก่อนจะ หายตัวไปอย่างปริศนา
จากการตรวจสอบทางเทคนิคของชุดสืบสวน พบว่า สัญญาณ GPS โทรศัพท์มือถือของ 1 ในผู้สูญหายได้ขาดหายไปก่อนถึงบริเวณบ้านร้างและ อ่างเก็บน้ำมาบฟักทอง 1 ซึ่งเจ้าหน้าที่กำลังเร่งตรวจสอบว่าเป็นการปิดเครื่อง แบตเตอรี่หมด หรือถูกทำลาย
นอกจากนี้ ในช่วงเช้าวันที่ 30 กรกฎาคม พลเมืองดีได้แจ้งพบชิ้นส่วนที่คาดว่าเป็นของรถจักรยานยนต์ บริเวณโค้งทางไป อ่างเก็บน้ำมาบฟักทอง 1 จึงได้ประสานเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจพิสูจน์เพื่อเปรียบเทียบกับรถของผู้สูญหายแล้ว
อีกหนึ่งประเด็นสำคัญจากการสืบสวน พี่สาวของนายธง ให้การว่า ช่วงเที่ยงของวันที่ 26 กรกฎาคม นายธง พร้อมชายที่ชื่อ "ป๋อง" ได้เดินทางกลับมาที่บ้านในสภาพ เนื้อตัวเปรอะเปื้อนโคลน โดยอ้างว่าเพิ่งกลับมาจาก ไปจับปลาแถวเขามรดก หรือบริเวณ อ่างเก็บน้ำมาบฟักทอง 1 แต่กลับไม่มีปลาติดมือมาด้วย ก่อนจะอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าและขี่รถจักรยานยนต์ฮอนด้า Scoopy สีแดง ออกจากบ้านไป
อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่เน้นย้ำว่า ข้อมูลพิกัด สัญญาณ GPS ชิ้นส่วนรถ และคำให้การของพยาน ยังเป็นเพียงข้อมูลประกอบการสืบสวนเท่านั้น ยังไม่มีข้อสรุปว่ามีผู้ใดกระทำผิด ซึ่งต้องรอผลการตรวจพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์และข้อเท็จจริงจากพนักงานสอบสวนต่อไป




















