สูบบุหรี่ในบ้านแต่ควันรบกวนข้างบ้าน เข้าข่ายผิดกฎหมายไหม

เจาะลึกข้อกฎหมายสูบบุหรี่ในบ้าน ควันลอยรบกวนข้างบ้านเป็นเหตุรำคาญตามพ.ร.บ.สาธารณสุข พร้อมเปิดขั้นตอนแจ้งเจ้าหน้าที่จัดการตามระบบ
กลายเป็นประเด็นร้อนในสื่อโซเชียล หลังมีผู้โพสต์คลิปวิดีโอข้อพิพาทระหว่างเพื่อนบ้าน เรื่องการสูบบุหรี่ในบ้านของตนเอง แต่ควันบุหรี่และกลิ่นลอยไปรบกวนคนข้างบ้านจนเกิดอาการแพ้ โดยฝ่ายผู้สูบอ้างสิทธิความเป็นเจ้าของพื้นที่ พร้อมบอกให้คู่กรณีไปซื้อเครื่องฟอกอากาศหรือย้ายบ้านหนี คำถามคือการกระทำนี้ถือเป็นสิทธิที่ทำได้เต็มที่ หรือกฎหมายสามารถเข้ามาควบคุมได้กันแน่
กฎหมายว่าอย่างไร? เมื่อ "ควันบุหรี่" ข้ามรั้วบ้าน
แม้หลายคนจะมองว่าพื้นที่ในบ้านเป็นสิทธิเด็ดขาด แต่ในทางกฎหมาย การใช้สิทธิของตนเองต้องไม่ไปละเมิดหรือสร้างความเดือดร้อนให้ผู้อื่น ตาม พระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535 มาตรา 25 (4) ได้ระบุเรื่อง เหตุรำคาญ ไว้ชัดเจนว่า การกระทำใดๆ ที่ทำให้เกิดกลิ่น ควัน สิ่งมีพิษ จนเป็นเหตุให้เสื่อมหรืออาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพ ให้ถือเป็นเหตุรำคาญ
ดังนั้น หากควันบุหรี่ลอยข้ามรั้วในปริมาณมากหรือมีความถี่จนส่งผลกระทบต่อสุขภาพและทำให้ผู้อยู่อาศัยข้างเคียงเดือดร้อน เข้าข่ายเป็นเหตุรำคาญทันที ไม่สามารถอ้างสิทธิความเป็นเจ้าของบ้านเพื่อละเมิดผู้อื่นได้
วิธีการจัดการตามขั้นตอนกฎหมาย หากการเจรจาไม่เป็นผล
สำหรับผู้ที่ประสบปัญหานี้ สามารถดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายได้ ดังนี้:
- รวบรวมหลักฐาน: บันทึกภาพถ่ายหรือคลิปวิดีโอจุดที่สูบและทิศทางควัน จดบันทึกวัน เวลา ความถี่ รวมถึงขอใบรับรองแพทย์หากมีอาการแพ้หรือได้รับผลกระทบทางสุขภาพ
- ร้องเรียนต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่น: แจ้งนิติบุคคลหากเป็นหมู่บ้านจัดสรร หรือยื่นเรื่องต่อหน่วยงานราชการส่วนท้องถิ่น เช่น สำนักงานเขต เทศบาล หรือ องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.)
- กระบวนการของเจ้าหน้าที่: เมื่อตรวจพบว่าก่อความเดือดร้อนจริง เจ้าพนักงานท้องถิ่นจะใช้ มาตรา 28 ออกคำสั่งเป็นหนังสือให้ผู้ก่อเหตุระงับหรือแก้ไขเหตุรำคาญภายในเวลาที่กำหนด
- บทลงโทษหากฝ่าฝืน: หากยังเพิกเฉยต่อคำสั่ง จะมีความผิดตาม มาตรา 74 มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับไม่เกิน 25,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
แม้กฎหมายจะเปิดช่องให้คุ้มครองสิทธิและสุขภาพ แต่การถ้อยทีถ้อยอาศัยและการปรับเปลี่ยนมุมสูบบุหรี่ไม่ให้รบกวนผู้อื่นยังคงเป็นทางออกที่ดีที่สุด หรือการเลิกสูบบุหรี่ไปเลยก็จะเป็นผลดีที่สุดทั้งต่อตนเองและคนรอบข้าง
ที่มา : กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข

สาววัย 30 กินขนมปังโฮลวีต แต่ไตเสื่อม รู้วิธีกินแล้ว หมอกุมขมับ

หนุ่ม กรรชัย เล่าเหตุการณ์ไม่มีวันลืม ปมคุณพ่อเสียชีวิต

"มดดำ" เล่าที่มาสาเหตุ "ใหม่ รัชดา" สาดน้ำใส่ "เจนี่" กลางงานแต่ง

ผู้ร่วมก่อตั้ง Sanook - Kapook วิเคราะห์ชี้จุดแข็ง TH-AI Passport
















